2569/02/01

บุญลาภ 8 ประการ กับความมหัศจรรย์ที่ (แอบ) มาหยิกแขนแม่ยาย

ช่วงสายของวันเสาร์ที่ควรจะสงบสุข กลับกลายเป็น "วันรวมพลังมดงาน" เมื่อแม่ยายประกาศรวมพลเด็กๆ (รวมถึงผมด้วย) มาช่วยกันจัดการกองมรดกกระดาษ งานอดิเรกสุดรักของท่านคือการตัดหนังสือ "แม่พระยุคใหม่" แยกเป็นหมวดหมู่ ทั้งประวัตินักบุญ คำสอน และเกมต่างๆ จนตอนนี้พื้นห้องนั่งเล่นกลายเป็นทะเลเอกสารย่อมๆ ไปแล้ว

​ในขณะที่ผมกำลังงมอยู่กลางกองกระดาษ จู่ๆ เอกสารใบหนึ่งก็ปลิวละลิ่วแยกตัวออกมาอย่างโดดเดี่ยว ราวกับจะเรียกร้องความสนใจ ผมเลยก้มลงเก็บขึ้นมา แล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปหาแม่ยายที่กำลังขะมักเขม้นอยู่

ผมท่องเนื้อหาในใบนั้นด้วยเสียงแบบนักเทศน์ระดับโลก แต่เพิ่มความขี้เล่นด้วยการใช้มืออันซุกซน "ขย้ำ" เข้าที่แขนอันอวบอิ่มนุ่มนิ่มของแม่ยายเป็นจังหวะตามคำอ่าน:


​"เป็นบุญของผู้ที่มีจิตใจยากจน...สู้ทนจนได้ราชัยสวรรค์นิรันดร์!" (หยิกหนึ่งที)

"เป็นบุญของผู้ที่หิวกระหายความยุติธรรม...เขาจะอิ่มหนำสุขล้ำในแดนเทวา!" (บีบอีกหนึ่งหมึบ)

ผมอ่านจนครบ​ทั้งหมด​ ไปพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กๆ โดยรู้ว่าเนื้อหาในมือคือ "บุญลาภ 8 ประการ" ที่ผมมอบให้โดยการเล่นในครั้งนี้

​และเย็นวันนั้น...เมื่อถึงเวลาเข้าวัดรอบค่ำ หัวใจผมเกือบหยุดเต้น เมื่อบทอ่านพระวรสารของวันอาทิตย์ที่คุณพ่อ​ เริ่มอ่าน คือเรื่อง "บุญลาภ 8 ประการ" บทเดิมเป๊ะ! ผมหันไปสบตากับแม่ยายทันที ท่านก็ได้แต่ยิ้มกริ่มเหมือนจะบอกว่า "เห็นไหมล่ะ!"

​จากเรื่องขำๆ ที่แกล้งแม่ยายตอนสาย กลายเป็นความมหัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงส่งข้อความย้ำเตือนใจถึงสองรอบในวันเดียว ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณจริงๆ สำหรับความบังเอิญที่แสนพิเศษนี้

2569/01/26

เมื่อไทยมีกระทรวงเวทย์มนต์...

แผนกบริหารพลังงานจิตและมโนทัศน์


​ท่ามกลางตึกสูงระฟ้าของบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในย่านห้วยขวาง​ ไม่มีใครไม่รู้จัก "ต้าเกอ" ผู้จัดการแผนก "บริหารพลังงานจิตและมโนทัศน์" แผนกนี้ถูกตั้งขึ้นอย่างลับๆ เพื่อรองรับระเบียบใหม่จาก กระทรวงเวทมนตร์และไสยศาสตร์ประยุกต์

​หน้าที่ของต้าเกอไม่ใช่การคุมสต็อกสินค้า แต่เป็นการคุม "ขวัญและกำลังใจ" ผ่านการกระตุ้นจิตใต้สำนึก

​"จำไว้นะ... ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่เขาซื้อ 'แรงปรารถนา' ที่เราปลูกฝังไว้" 

ต้าเกอกล่าวขณะจิบชาอู่หลงควันกรุ่น สายตาของเขาจ้องมองผ่านแว่นตากรอบสีเขียวหยก​ ไปยังพนักงานขายที่กำลังเข้าคอร์ส "ลงนะจิตในดิจิทัล" เพื่อเพิ่มเสน่ห์ในการปิดยอดขาย

​ในห้องทำงานของเขา แม้จะมีคอมพิวเตอร์   แต่ก็มีฮาโลแกรมบานใหญ่ที่ใช้ตรวจเช็ก 'ออร่า' ของพนักงาน

คนไหนที่กำลังไฟมอด หรือคนไหนที่โดนคุณไสยจากคู่แข่งเล่นงาน ต้าเกอจะเรียกมาพบเพื่อทำการ "Re-program จิตใต้สำนึก" ใหม่ ให้ทุกคนกลายเป็นคนขายของที่มีความสุขที่สุดในปฐพี

…..

และสูตรสมการแห่งเวทย์​ คือ

Pain + Reflection = Progress

2568/12/21

Hand of Cards


ไพ่ "Hand of Cards" ใบนี้สื่อถึงสถานการณ์ที่คุณต้องใช้ทั้ง "ความเสี่ยง" และ "ชั้นเชิง" ในเวลาเดียวกันครับ หากดูจากคำสำคัญบนหน้าไพ่ สามารถตีความหมายได้ดังนี้ครับ:

​1. การตัดสินใจที่ต้องอาศัยความกล้า (Risk & Take a Chance)

​ช่วงนี้คุณอาจกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรการันตีผลลัพธ์ 100% ไพ่บอกให้คุณ "กล้าเสี่ยง" หรือลองเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามา แม้มันจะดูน่ากังวลใจอยู่บ้าง

​2. การวางแผนและรักษาความลับ (Strategic & Not Showing Hand)

​นี่คือหัวใจสำคัญของไพ่ใบนี้ครับ:

  • เป็นนักวางแผน: อย่าใช้เพียงอารมณ์หรือสัญชาตญาณอย่างเดียว แต่ต้องมีกลยุทธ์ (Strategy)
  • เก็บไพ่ตายไว้กับตัว: อย่าเพิ่งรีบเปิดเผยความในใจ แผนการ หรือ "จุดแข็ง" ของคุณให้ใครรู้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม การรักษาความลับจะทำให้คุณได้เปรียบ

​3. ทางเลือกและการเดิมพัน (Options & Gambling)

​คุณไม่ได้มีทางออกเพียงทางเดียว (Options) ไพ่ใบนี้ปรากฏขึ้นเพื่อเตือนว่าชีวิตช่วงนี้เหมือนการเล่นเกมหรือการเดิมพัน ซึ่งผลลัพธ์อาจจะออกมาดีมากหากคุณอ่านเกมขาด

2568/12/19

ปริศนาหุ้นหมื่นล้าน: ทายาท Hermès กับเงามืดในธนาคารสวิส


ฉากที่ 1: ความเงียบในฟลอเรนซ์

กันยายน 2022 ท่ามกลางบรรยากาศอุ่นแดดของทัสคานี Nicolas Puech ทายาทสายตรงของตระกูล Hermès นั่งอยู่ในห้องประชุมที่ดูเหมือนการพบปะของศิลปินชั้นสูง ทุกสายตาจับจ้องไปที่มูลนิธิ Isocrates ที่กำลังจะได้รับมรดกมูลค่า 1.3 หมื่นล้านยูโร

​แต่ในขณะที่บอร์ดบริหารกำลังถกเถียงเรื่องอนาคตทางการเงินที่ซับซ้อน Puech กลับพูดถึงเพียงเรื่องเดียว: “สีเขียวของโลโก้นี้ มันเข้มไปหรือเปล่า?”

​ข้างกายเขาคือ Eric Freymond นายธนาคารผู้ซื่อสัตย์ (หรืออาจจะดู "พินอบพิเทา" จนเกินงาม) เขาคือคนจัดทริปนี้ คือคนที่กุมกุญแจทุกดอกในชีวิตของทายาทวัยชรา และคือคนที่คอยกัน "ครอบครัว" ออกไปจากวงโคจร

​ฉากที่ 2: หมาป่าในเสื้อคลุมแคชเมียร์

หลังเสียงรถไฟขบวนสุดท้ายผ่านไป ความจริงก็เริ่มปรากฏ เมื่อ Puech ตื่นขึ้นมาพบว่าอาณาจักรของเขาเป็นเพียง "ปราสาททราย" หุ้น Hermès เกือบ 6% ที่เคยถือครอง... มันหายไป ไม่ใช่หายไปเมื่อวาน แต่มันถูกทยอยระเหยหายไปนานนับทศวรรษผ่านช่องโหว่ที่เรียกว่า Bearer Shares หรือหุ้นไม่ระบุชื่อ ที่ใครถือใบหุ้นไว้ คนนั้นคือเจ้าของ

​ความลับดำมืดถูกขุดคุ้ย Freymond ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับสองหน้า ผู้แอบเปิดประตูหลังบ้านให้ Bernard Arnault แห่ง LVMH เข้ามาสะสมหุ้นแบบเงียบเชียบ เป็นการทรยศต่อตระกูลที่เจ็บแสบที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่น

​ฉากที่ 3: ปลายทางที่รางรถไฟ

กรกฎาคม 2024 เรื่องราวมาถึงจุดวิกฤตเมื่อมีการแอบอ้างขายหุ้นให้ราชวงศ์กาตาร์ แต่ "ของ" กลับไม่มีอยู่จริง ในวันที่ความจริงกำลังจะถูกกระชากหน้ากากที่หน้าศาลสวิส Freymond เลือกทางออกสุดท้าย เขาปั่นจักรยานออกจากชาเลต์หรู มุ่งหน้าสู่รางรถไฟ... ทิ้งความลับมูลค่าหมื่นล้านไว้ใต้ล้อเหล็ก

​บทส่งท้าย

วันนี้ Nicolas Puech ชายที่เคยรวยที่สุดคนหนึ่งของยุโรป นั่งอยู่ในบ้านที่ไม่ใช่ชื่อตัวเอง ด้วยเงินช่วยเหลือจากญาติที่เขาเคยหันหลังให้

​บทเรียนของเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่มันคือเรื่องของ "ความไว้ใจ" ที่แพงที่สุดในโลก เพราะในโลกของคนรวย... ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่คู่แข่งที่อยู่ตรงข้าม แต่มันคือคนที่ถือกุญแจบ้านให้เราในยามที่เราหลับ

2568/10/01

ลูกค้า​ คือ​ บุคคลที่สำคัญที่สุด...

“ลูกค้าคือ…”

​ในบ่ายวันหนึ่ง ณ ร้านกาแฟมุมสงบ กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นเคล้ากับเสียงพูดคุยแผ่วเบา ต้าเกอนั่งมองสาวกลางคนสองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ จากน้องๆ​ในทีมที่เคยร่วมงานกันเมื่อหลายปีก่อน 

วันนี้คนหนึ่งคือ "แก้ว" หัวหน้าแผนกขายไฟแรง และอีกคนคือ "อ้อน" ผู้จัดการสาขาในภาคตะวันออก

​หลังบทสนทนาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบผ่านไป แก้ว​ ก็ยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย

​"พี่ต้าเกอ... ฉันกับอ้อนเพิ่งคุยกันเมื่อวาน ยังจำได้ไหมคะ.. ในช่วงปีแรกๆ ที่เราเข้ามาทำงาน พี่ให้เราไปยืนทำอะไร"

​ต้าเกอเลิกคิ้ว นึกย้อนไปในวันวานแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ "จำได้สิ... ให้ไปยืนอ่านป้ายตรงกำแพงนั่นน่ะ"  มือก็ชี้ไปที่กำแพงสีน้ำตาล

​อ้อนพยักหน้าเสริมทันที "ใช่เลยคะพี่ ตอนนั้นหนูยังงงๆ เลย โดนพี่สั่งให้ไปยืนท่องข้อความของมหาตมะ คานธี ที่ผู้ก่อตั้งบริษัทเราเอามาติดไว้ ท่องไปเรื่อยๆ​ ประมาณเกือบเดือน… ... 

“ลูกค้าคือบุคคลสำคัญที่สุดที่มาเยือนเราในสถานที่นี้…” 

​"ตอนนั้นยอมรับเลยว่าแอบคิดในใจ" อ้อนพูดต่อ "ว่าจะให้ท่องทำไมกันนะ มันก็แค่คำสวยหรูไม่ใช่เหรอ"

​ต้าเกอฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่จิบกาแฟรอฟังสิ่งที่น้องทั้งสองอยากจะเล่าต่อ

​"แต่พอเวลาผ่านไป ยิ่งหนูโตขึ้นในหน้าที่การงาน" แก้วพูดด้วยแววตาจริงจัง "หนูยิ่งเข้าใจความหมายของมันคะต้าเกอ​  วันที่หนูเจอปัญหาหนักๆ กับลูกค้า วันที่ทีมของหนูท้อแท้ หนูจะนึกถึงประโยคนั้นเสมอ มันไม่ใช่แค่คำท่องจำ แต่มันคือแก่น คือหัวใจของงานเราจริงๆ ลูกค้าไม่ได้พึ่งพาเรา แต่เราต่างหากที่ต้องพึ่งพาเขา"

​"หนูเองก็เหมือนกันคะ" อ้อนกล่าว "ทุกวันนี้เวลาหนูสอนทีมงานใหม่ๆ หนูก็เล่าเรื่องที่พี่เคยให้พวกเราไปยืนท่องให้พวกเขาฟัง มันกลายเป็นเรื่องเล่าคลาสสิกในแผนกไปแล้ว (หัวเราะ) มันคือการปลูกฝังรากฐานที่สำคัญที่สุด ว่าเราทำงานนี้ไปเพื่อใครและเพื่ออะไร"

​คำพูดของน้องทั้งสองคน ทำให้ต้าเกอ รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก มันไม่ใช่ความภูมิใจในตัวเองที่เคยสอนพวกเขา แต่เป็นความรู้สึกขอบคุณที่หยั่งรากลึกลงไปในใจ

​ขอบคุณ... ที่น้องทั้งสองไม่เคยลืมเลือนบทเรียนเล็กๆ ในวันนั้น

​ขอบคุณ... ท่านผู้ก่อตั้งบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ นำคำสอนอันล้ำค่านี้มาเป็นรากฐานขององค์กร

​และขอบคุณ... มหาตมะ คานธี ผู้มอบบทเรียนที่ทรงพลังและเป็นอมตะบทนี้ไว้ให้โลก

​ต้าเกอวางแก้วกาแฟลง มองหน้าน้องรักทั้งสองคนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความหมายว่า

​"ดีใจที่พวกเธอเข้าใจ... เพราะสุดท้ายแล้ว คำตอบของคำว่า 'ลูกค้าคือ...' มันไม่ได้อยู่บนป้ายให้อ่าน... แต่มันอยู่ในการกระทำและหัวใจของเราทุกคนนี่แหละ"

​บรรยากาศในร้านกาแฟยังคงดำเนินไป แต่ในใจของคนทั้งสาม บทเรียนบทเก่าได้ถูกปลุกขึ้นมาให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมที่จะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่อย่างไม่มีวันสิ้นสุด


2568/09/23

ก้าวแรกของเจินจู

​กลิ่นกาแฟจางๆ และเสียงคีย์บอร์ดที่ดังระรัวเป็นซิมโฟนีประจำวันของออฟฟิศแห่งนี้ แต่สำหรับ ‘เจินจู’ พนักงานใหม่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ นี่คือเสียงแห่งการเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้น สัปดาห์แรกของเธอผ่านไปกับการเรียนรู้ระบบและทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานในทีม 

แต่สัปดาห์ที่สองนี่สิ คือของจริง
​โปรเจกต์ใหม่ล่าสุดถูกวางลงบนโต๊ะของเธอ มันคือภารกิจเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายการตลาดที่ต้องวางแผนโปรโมชัน ฝ่ายขายที่ต้องหาช่องทางกระจายสินค้า และฝ่ายไอทีที่ต้องเตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อม

​เจินจูไล่อ่านเอกสารอย่างละเอียด สมองของเธอประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขีดเขียนแผนการทำงานคร่าวๆ ในสมุดบันทึก "ดูท่าจะไม่ง่ายแฮะ" เธอยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะเหลือบไปมอง ‘ต้าเกอ’ รุ่นพี่ในทีมที่นั่งอยู่ไม่ไกล เขาคือคนที่ทุกคนบอกว่าพึ่งพาได้เสมอ

​"พี่ต้าเกอคะ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมคะ" เจินจูเดินเข้าไปหาพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร
​ต้าเกอเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ "ได้สิเจินจู มีอะไรให้พี่ช่วยเหรอ"

​"พอดีเจินจูได้รับมอบหมายโปรเจกต์ใหม่ค่ะ เลยอยากจะขอคำแนะนำจากพี่ต้าเกอว่าควรจะเริ่มประสานงานกับฝ่ายอื่นยังไงดี ให้ราบรื่นที่สุดค่ะ" เธออธิบายพร้อมกับยื่นแผนภาพคร่าวๆ ที่ร่างไว้ให้ดู

​ต้าเกอมองแผนของเธอแล้วพยักหน้าช้าๆ "เตรียมตัวมาดีนี่... คำแนะนำของพี่ง่ายๆ เลยนะ คือเราต้องทำการบ้านไปก่อน อย่าเดินไปหาเขาตัวเปล่าๆ"

​"ทำการบ้านยังไงเหรอคะ"
​"อย่างฝ่ายการตลาด หัวหน้าทีมเขาคือคุณภิญโญ เขาเป็นคนตรงไปตรงมาและให้ความสำคัญกับข้อมูลมาก ก่อนจะไปคุยกับเขา เราควรเตรียมข้อมูลไปนำเสนอให้ชัดเจนว่าโปรเจกต์ของเราจะช่วยให้ทีมเขาได้ประโยชน์อะไรบ้าง ส่วนฝ่ายขาย ลองคุยกับคุณสมศรีดู เขาเป็นคนใจดีและชอบคนที่มีน้ำใจ ลองซื้อขนมติดไม้ติดมือไปฝากบ้างก็ได้" ต้าเกอแนะนำอย่างใจเย็น

​เจินจูรับฟังทุกคำแนะนำด้วยความตั้งใจ เธอใช้เวลาทั้งบ่ายเพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับฝ่ายการตลาด สรุปประเด็นสำคัญเป็นข้อๆ พร้อมกราฟแสดงการคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เข้าใจง่าย จากนั้นเธอก็ร่างอีเมลนัดหมายด้วยภาษาที่สุภาพและเป็นทางการ

​วันรุ่งขึ้น เธอเริ่มต้นที่ฝ่ายการตลาดตามคำแนะนำ เมื่อถึงเวลานัด เธอเดินเข้าไปพบคุณภิญโญด้วยท่าทีนอบน้อมแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ

​"สวัสดีค่ะคุณภิญโญ เจินจูจากฝ่ายพัฒนาธุรกิจนะคะ วันนี้ขออนุญาตเข้ามาแนะนำโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งเจินจูเชื่อว่าจะช่วยสร้างยอดขายและทำให้แคมเปญการตลาดของคุณภิญโญน่าสนใจยิ่งขึ้นค่ะ"

​เธอใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการนำเสนอประเด็นสำคัญ พร้อมตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน คุณภิญโญที่ตอนแรกมีสีหน้าเรียบเฉย เริ่มมีแววตาที่สนใจ "น่าสนใจ... เตรียมตัวมาดีนี่ งั้นเดี๋ยวผมจะให้ทีมงานรีบดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้"

​ความสำเร็จแรกสร้างกำลังใจให้เจินจูอย่างมาก ช่วงบ่ายเธอแวะซื้อครัวซองต์เจ้าอร่อยไปฝากฝ่ายขายอย่างที่คุณต้าเกอแนะนำ และการพูดคุยก็เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเองอย่างไม่น่าเชื่อ

​ภายในหนึ่งสัปดาห์ การประสานงานโปรเจกต์ของเจินจูก็เดินหน้าไปกว่าครึ่ง ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ข่าวความสามารถในการทำงานของพนักงานใหม่คนนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงในทางที่ดี
​เย็นวันศุกร์ ต้าเกอเดินมาตบไหล่เจินจูเบาๆ "เป็นไงบ้าง มือใหม่"

​เจินจูยิ้มกว้าง "ผ่านไปได้ด้วยดีเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของพี่ต้าเกอนะคะ ช่วยเจินจูได้เยอะเลย"

​"ไม่ใช่เพราะพี่หรอก" ต้าเกอส่ายหน้า "แต่เป็นเพราะความหัวไวและความนอบน้อมของเธอต่างหาก จำไว้นะเจินจู ความเก่งกาจที่มาพร้อมความนอบน้อม คือกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูที่ดูเหมือนจะปิดตายได้ทุกบาน"

​เจินจูมองไปรอบๆ ออฟฟิศที่เริ่มเงียบสงบลง เธอรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่คือสถานที่ที่จะทำให้เธอเติบโตขึ้นไปอีกขั้น และเธอก็พร้อมแล้วสำหรับทุกบทพิสูจน์ที่จะเข้ามา

2568/09/19

เธอดีขึ้นวันละนิด

ณ คลังสินค้าแห่งหนึ่ง หญิงสาววัย 39 ปี ชื่อ "นิด" ทำงานอย่างขยันขันแข็ง แม้ภายนอกเธอจะดูเงียบขรึม แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวล ผลตรวจสุขภาพล่าสุดแจ้งว่าเธอพบต่อมน้ำเหลืองที่ขั้วปอด
​นิดกลับบ้านมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เธอเล่าเรื่องนี้ให้พี่สาวฟัง พี่สาวแนะนำให้เธอฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง โดยการพูดให้กำลังใจตัวเองทุกวันในยามเช้า

ฉันสุขภาพดีแข็งแรง
ฉันมีความสุข​
ฉันมีเงินเก็บ​ 100,000​ บาท

นิดเริ่มทำตามคำแนะนำ นอกจากนี้เธอยังฟัง YouTube นั่งสมาธิทุกวัน วันละ​ 5 นาที

วันหนึ่ง นิดสังเกตเห็นว่าแท่นพระที่บ้านวางไม่ถูกต้อง เธอจึงจัดวางใหม่ โดยให้พระพุทธรูปอยู่สูงสุด (หลวงพ่อทันใจ)​ รองลงมาเป็นเทพ​ หรือสมมติเทพ​ พระสงฆ์​/ พระเกจิอาจารย์

​แม้จะเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่การกระทำเหล่านี้กลับสร้างความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้นในใจของนิด​ ที่ผ่านมาความสุขของนิด​ คือ​ การกลับบ้านแล้วได้อยู่กับลูก และบทบาทตนเองที่เป็นแม่ เราต้องอยู่กับลูกให้นานที่สุด

และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของ​ นิด​ เธอดีขึ้นวันละนิด