แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญถาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญถาร แสดงบทความทั้งหมด

2555/05/03

10 พ.ค.55 บริจาคโลหิต ณ บุญถาวร เกษตร-นวมินทร์ อีกครั้ง

ร่วมกันบริจาคโลหิต  
ณ บุญถาวร เกษตร-นวมินทร์   
ตั้งแต่เวลา 9.00-15.00 น. 
วันพฤหัส 10 พฤษภาคม 2555

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมด้วยใจที่ดี และมีความสุข

ส่วนเพลงด้านล่าง.. เห็นเพราะดีเลยนำมาฝาก

"คนที่เคยฝัน เขาจะมาอยู่ข้างกันสักที"

2554/06/08

บริจาคโลหิต ที่ บุญถาวร เกษตร-นวมินทร์ ครั้งที่ 2


กลับมาอีกครั้ง กับกิจกรรมดีๆ
บริจาคโลหิต ที่ บุญถาวร เกษตร-นวมินทร์ ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เวลา 9.00 -15.00 น.

ปกติคนเราจะมีเลือดอยู่ในร่างกายประมาณ 70-80 มิลลิลิตรต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หากเรา เสียเลือดไม่เกิน 15% เช่น บริจาคเลือด ก็จะไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าเราเสียเลือดเกิน 50% แล้วไม่ได้น้ำเกลือ ไม่ได้พลาสมา หรือน้ำเหลือง และไม่ได้เลือด ก็จะต้องเสียชีวิต..

ในการบริจาคเลือดแต่ละครั้ง ควรทิ้งช่วง 3 เดือน ซึ่งเลือดที่บริจาคไป ไม่เพียงแต่ทำให้ได้ เลือดไปช่วยชีวิตผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสามารถแยกเป็นพลาสมา หรือน้ำเหลืองไปช่วยผู้ป่วยได้อีก ทางด้วย… เลือดที่บริจาคมีทั้งเม็ดเลือดแดง และน้ำเหลือง ปกติเราก็จะนำเลือดของผู้บริจาคมาปั่น แยกเป็นเม็ดเลือดแดง และน้ำเหลือง ถ้ามีอุบัติเหตุเข้ามา แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะต้องให้น้ำเกลือ หรือให้ น้ำเหลืองไว้ก่อน จนกว่าจะทราบว่าผู้ป่วยหมู่เลือดอะไร ยูนิตไหนที่เข้ากันได้

ผลดีอีกประการทีมีต่อร่างกายของผู้บริจาค คือ จะทราบเลยว่าตัวเองนั้นเลือดเข้มข้นปกติ หรือเปล่า เพราะเราต้องตรวจก่อนว่ามีเลือดมาก และเข้มข้นเพียงพอ ซึ่งนั่นจะทำให้เราได้รับทราบถึง สภาพร่างกายทั่วไปด้วย เช่น ความดันเป็นอย่างไร ปอด หัวใจเต้นปกติหรือเปล่า นอกจากนั้นการ เสียเลือดก็จะไปกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดออกมาใหม่

การบริจาคเลือดเหมือนการไปกระตุ้นให้ไขกระดูกทำงาน และสร้างเม็ดเลือดใหม่ออกมาตลอด เวลา จะทำให้ไขกระดูกรู้หน้าที่ เวลาที่เราเสียเลือดขึ้นมา ไขกระดูกก็จะรีบทำงานสร้างเม็ดเลือดใหม่ ๆ ออกมาอยู่ในกระแสเลือด หล่อเลี้ยงร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดเวลา ..

ข้อดีมากมายอย่างนี้.. นอกจากจะได้สร้างบุญกุศลแล้ว ยังเกิดผลดีต่อตัวเราเองอีก ด้วย..

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อมรรัตน์ ล้อดิรธ, บทความการศึกษาตามอัธยาศัย

2554/05/19

ข้อคิดจาก ธรรมมะพระมหาสมปอง ตาลปุตโต

“ทำงานอย่างไรให้มีความสุข”

หลักๆเลยก็เรื่อง ความสามัคคีกันภายในองค์กร คือ การทำงานร่วมกันภายในองค์กร ไม่ควรมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน ควรที่จะช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ไม่เห็นแก่ตัว เมื่อมีปัญหาต่างที่เกิดขึ้น อย่าเลี่ยงที่จะแก้ปัญหา ให้เรารีบเข้าไปแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้น อย่าลังเล หรือ เกี่ยงกันที่จะทำ

เรื่องการ รับผิดชอบในหน้าที่ ของเราที่ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จ ลุล่วง ทุกคนย่อมมีเป้าหมายในการทำงาน เรามี หน้าที่หลักๆ คือ การขายของ ให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้า ลูกค้าคือผู้ให้สิ่งดีๆกับเรา ไม่ว่าจะเป็น เงินค่า คอมมิชชั่น จากการขาย ให้งานที่ดี และมั่นคงกับเรา เราก็ควรให้บริการที่ ดีกับลูกค้าเป็นการตอบแทน

แล้วก็ให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักการมีสติในการทำงาน คือให้มีความพยายาม อย่าท้อแท้กับปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงาน ให้ทุกคนมีสติในการทำงาน ช่วงที่ให้พนักงาน 2 คน ออกมาโยนรับปากกากันก็ สื่อถึงการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในแผนกงานต่างๆรวมๆกันก็ ให้เราสามัคคีกันไว้

เรื่องความสุขอยูที่ไหน ความสุขอยู่ในใจของเราทุกๆคนเองครับ ที่จะเลือกหรือคิดให้มีความสุข คือให้เรา คิดทัศนะคติในการทำงานให้เป็นบวก คิดในแง่ดี แล้วการทำงาน การแก้ปัญหาต่างๆที่เราเจอในการทำงานก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การทำงานในตำแหน่งหัวหน้างาน ก็ คือ นิ่ง หนักแน่น และนุ่มนวล เรื่องความกตัญญู ต่อบิดามารดา ให้เราทำสิ่งดีๆตอนที่ บิดามารดาเรายังมีชิวิตอยู่ เพราะจะไปทำสิ่งดีๆตอนที่บิดามารดาจากไปแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

โดยรวมสรุปก็คือ ให้เรารู้จักรักและสามัคคีกันภายในองค์กรของเรา ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจของเราเอง คิดดีในแง่บวกเสมอในการทำงาน อย่าท้อถอยกับปัญหาต่างๆ และการรู้คุณและ กตัญญูต่อ บิดามารดาของเรา