แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อคิด แสดงบทความทั้งหมด

2562/11/22

อากาศดี ได้อย่างที่คิด

ก่อนหน้านี้สัปดาห์หนึ่ง กทม.อากาศปกคลุมด้วยฝุ่นและอบอ้าว
ช่วงที่พระสันตะปาปามาเยือนเมืองไทย คงมีคนไม่น้อยที่คิด และขอให้อากาศดี สดใสในช่วงที่ท่านมาเมืองไทย และพรนั้นก็สำเร็จได้ดังคิดและปราถนา 
ขอบคุณเรื่องราวที่เกิดขึ้น ขอบคุณสิ่งดีๆ ที่มีในช่วงนี้ ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีนัก..
วันนี้มิสซาเยาวชนที่วัดอัสสัมชัญ ท่านได้ให้ข้อคิดว่า 
"ต้นไม้สูงใหญ่ มีกิ่งก้านมากมายแต่ถ้ารากเน่า ก็จะทำให้ต้นไม้ตายได้  พวกเราเยาวชนที่เติบโตขึ้นในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องมีรากที่แข็งแรง รากที่เกิดขึ้นจากครอบครัวและการดูแลจิตใจเป็นอย่างดี เพื่อให้เราสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแรง"
#vivapapa #popevisitthailand

2562/08/13

PARASITE ชนชั้นปรสิต หนังสนุกที่ลุ้นมาก

ไม่ได้ดูหนังที่ลุ้นตัวโก่งขนาดนี้มานานมากแล้ว.. นึกไม่ถึงว่าเขาจะสร้างแล้วร้อยเรียงเรื่องได้ดีจริงๆ
มีหลายแง่มุมที่คาดไม่ถึง  เช่น
1. ห้องลับใต้ดิน
2. ความต้องการทางเพศของคน
3. อารมณ์ชั่ววูบของคน
4. การเปรียบเทียบระหว่างคนรวยและคนจน ในหลายๆ ฉาก 

คำถาม หรือสิ่งที่น่าคิด
คนนิสัยดีได้เพราะมีเงิน  หรือ คนมีเงินนิสัยดีได้
ความโลภที่เอาทุกอย่างให้ครบ  หรือ เอาแค่ส่วนหนึ่งเพื่อให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน

ลองไปหาดูกันนะ.. ถ้าหนังออกจากโรงหนังแล้ว..เพราะมันคุ้มค่ากับการไปเสียเวลาหนังดูหนัง 2 ชั่วโมงนิดๆ

2559/12/09

7 ย. กับการรับลูกค้า

7 ย. กับการต้อนรับลูกค้า

1.ยิ้มแย้ม. ยิ้มต้อนรับลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน
2.เยือกเย็น กับสิ่งที่อาจจะไม่ถูกใจเรา
3.ยืดหยุ่น กับเงื่อนไขบางอย่าง
4.หยิบยื่น หยิบยื่นน้ำดื่มที่เปรียบเสมือนน้ำใจที่ดี
5.อย่าหยิ่ง เวลาที่เจอลูกค้า
6.ยกย่อง ลูกค้าในสิ่งที่ควร
7.ยินยอม ผ่อนปรน ตามความต้องการของลูกค้า

2557/06/16

ฝึกมังกรอย่างไร?? หรือ ฝึกใจเราอย่างไร??

มังกรจะดี ก็เมื่อมีผู้นำที่ดี
ร่างกายจะดี ก็เมื่อมีจิตใจนำที่ดี

มังกรเลว เพราะคนนำเลว
ร่างกายที่เศร้า ก็เมื่อมีจิตใจที่เศร้าเช่นกัน

เขี้ยวกุด ก็ยังเป็นพระเอกในใจเสมอ...
พระเอก..ก็รู้จักให้อภัย.. จึงจะได้พลังอันยิ่งใหญ่...


ลองไปดูได้ที่โรงหนัง หรือ จะรอแผ่น DVD ก็ได้แล้วแต่ท่านนะค่ะ


2557/03/28

อานาปานสติ ณ เสถียรธรรมสถาน หรือการปฏิบัติธรรม นุ่งขาว ห่มขาวนั่นเอง

อานาปานสติ ณ เสถียรธรรมสถาน
การเดินทางไปปฏิบัติธรรม ที่เสถียรธรรมสถาน เราเดินทางไปถึงก่อน 4 โมงเย็น จึงเข้าไปสำรวจพื้นที่ก่อนเพราะที่นั้นไม่มีที่จอดรถต้องจอดริมถนนซึ่งจอดได้ถึง 4 โมงเย็นเท่านั้น  เดินเข้าไปเพื่อเยี่ยมชมสถานที่แล้วก็ได้พบกับแม่ชีศันสนีย์ โดยไหว้ด้วยใจที่น้อบน้อมแต่ไม่ได้แนะนำตัวว่าเราคือใครเพราะไม่อยากเปิดเผยตัว อยากมาแบบเงียบๆ  แล้วก็เดินไปถามเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งว่า ถ้าเอารถมาผมต้องเอาไปจอดที่ไหนครับ เขาแจ้งว่าลองขับไปที่ TV Direct แล้วถามรปภ.ว่าขอจอด    แว้บแรกกะว่าจะถอดใจไม่เข้าร่วมแล้ว และกะจะขับรถกลับเลย แต่แว้บสองก็ลองซะหน่อยนะเดี๋ยวก็คงมีที่จอดรถ  จึงตัดสินใจขับไปที่ TV Direct แล้วแจ้งรปภ.ว่าขอจอดหน่อยนะครับพี่ แล้วพี่คิดค่าใช้จ่ายอย่างไร ทาง รปภ.ก็ยิ้มแล้วแจ้งว่าไม่คิดครับพี่ แล้วแต่พี่จะให้เป็นค่ายากันยุง ค่าน้ำเย็น เพราะอากาศร้อน  เราก็เลยให้ไป 100 บาท เพื่อความสบายใจ แล้วเป็นการช่วยเหลือพี่รปภ.ด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งพี่เขาก็แนะนำดีว่าให้ล๊อกรถให้สนิท แล้วอย่าลืมของอะไรไว้ในรถนะครับ
          ได้เวลา 4 โมงเย็น ก็เดินไปลงทะเบียน แล้วใส่ซองถวายปัจจัยตามที่เราเขียนไว้ (ตามกำลังตนเอง และกำลังศรัทธา)  พร้อมกับถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ ณ สถานที่แห่งนี้ บรรยากาศดีมาก มีไอน้ำเย็นสบายแล้วต้นไม้เขียวขจีสวยงามตามคำร่ำลือจริงๆ ชอบกับบรรยากาศที่นี้พอสมควร  ทางแม่ชีที่ดูแลตรงจุดลงทะเบียน ได้ให้บัตรที่เขียนชื่อตนเอง แล้วห้องพัก 401  อาคาร ไตรสิกขา  เดินตามเจ้าหน้าที่เพื่อไปที่พักแล้วก็ต้องอึ้งกับที่พัก เพราะเป็นอาคาร 4 ชั้นที่สร้างขึ้นมาแบบเรียบง่าย  เราพักที่ชั้น 4 พอเข้าไปแล้วชอบห้องพักมาก เป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัว เตียงขนาดกะทัดรัด ซึ่งนับว่าโชคดีช่วงที่เราไปอากาศตอนเย็นก็กลับมาเย็นสบายอีกครั้ง ไม่ถึงกับร้อนมาก  ชื่นชมกับห้องพักและทำธุระส่วนตัวเสร็จ  ก็รีบเปลี่ยนเสื้อขาวเพื่อไปร่วมกิจกรรมแรก คือ การโยคะ  เรารู้สึกสนุกกับการทำโยคะมาก แล้วเห็นว่าหลายท่าที่เขาให้ทำ เราก็ทำไม่ค่อยจะได้เพราะเส้นมันตึงมาก หลังกจากนั้นก็มีการปฐมนิเทศ โดยแจ้งว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษที่จะมีการยกยอดฉัตรในวันรุ่งขึ้น (เสาร์ 22 ก.พ.)  ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปาฏิหาริย์ที่เราจะได้ร่วมทำบุญยกยอดฉัตรครั้งแรกในชีวิต  โดยนึกไม่ถึงว่าจะได้มาร่วมงานยกยอดฉัตร และก็แอบงงๆว่า การยกยอดฉัตรนั้นมีความสำคัญอย่างไร

          ยามเย็นหลังจากปฐมนิเทศเสร็จ เขาก็ปล่อยอิสระให้กับผู้ที่จะเข้ามาอบรม ซึ่งเราก็เดินไปเดินมาที่โรงอาหารซึ่งทางร้านค้าเขายังไม่ปิด เขาก็พูดว่าสั่งอาหารได้นะค่ะ เดี๋ยวครัวปิด 6 โมงแล้วสั่งไม่ได้นะค่ะ  ด้วยความหิวข้าวเย็นก็เลยสั่งข้าวไข่เจียวเห็ดราดข้าวมากิน  เป็นอาหารที่อร่อยมาก ชอบๆ เมนูนี้ เอาไว้วันเหลังจะกลับไปสั่งกินเรื่อยๆ แทนใส่หมูสับ
          เวลา 1 ทุ่ม แม่ชีศันสนีย์ ลงมาบรรยายธรรม เล่าถึงที่มาว่าทำไมถึงมีการยกยอดฉัตรกันที่นี้ เพราะท่านต้องการทำถวายองค์พระโพธิสัตว์ที่เป็นปางผู้หญิง เรียกว่า “พระอารยตารามหาโพธิสัตว์”  พร้อมกับเล่าประวัติคร่าวๆ เกี่ยวกับการไปช่วยเหลือประชาชนชาวพม่าที่โดนพายุนากีสถล่มเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จึงได้รู้จักกับท่านพระอาจารย์สยาดอร์ไจทีเซา แห่งวัดไจทีเซา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  แล้วขอให้ท่านมาเป็นประธานในวันพรุ่งนี้  แม่ชีได้ขอให้พวกเราทำกุศลครั้งนี้ด้วยใจที่ไม่มีอคติ และเราจะมีกำลังในการทำงานแล้วถึงจะมีกำลังดึงความดีที่มีอยู่รอบตัวเรามาให้การทำงานนั้นสำเร็จ  การนั่งฟังในครั้งนี้เราก็ได้นั่งข้างๆ กับคนพม่าด้วยจึงได้ส่งยิ้มไปให้กับเขาด้วย แล้วเขาก็ยิ้มตอบกลับมาด้วยไมตรี  หลังจากบรรยายธรรมเสร็จก็สวดมนต์ชุมนุมเทวดา ทำให้เราขนลุกซู่พอสมควร   พอได้เวลาก็ขึ้นไปที่พักเพื่อพักผ่อน โดยเราก็อาบน้ำอาบท่าแล้วก็นอน แต่ช่วงแรกนอนไม่ค่อยหลับ คงเป็นเพราะต่างที่นอนก็นอนพักไปประมาณ 30 นาทีได้ถึงจะหลับ

          เช้ามืดรุ่งขึ้น 4.40 น. ตื่นขึ้นแล้วลงไปสวดมนต์ทำวัตรเช้า แล้วก็กินข้าวช่วง 7 โมงเช้า วันนี้มีงานใหญ่ ทางเสถียรฯ เลยมีข้าวต้มข้าวกล้องใส่เห็ด ใส่ฟักทอง ให้กินแล้วไม่ต้องใช้จานของตัวเอง อาหารรสชาติดีมากๆ กินไป 2 ถ้วยเลย
          เวลา 8.30 น. พระอาจารย์มาถึงสถานที่แห่งนี้โดยท่านกล่าวให้พร แล้วพวกเราก็กล่าวรับเป็นภาษาพม่า “สาธุ” 9 ครั้ง   พิธีการก็เริ่มขึ้นโดยแม่ชีศันสนีย์ ยกยอดฉัตรที่ตั้งอยู่ชั้น 1 เดินรอบๆ เสถียรฯ แล้วขึ้นสู่อาคารชั้น 3 เพื่อไปทำพิธีกรรมด้านบนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการใส่ของมีค่าและรูปพระต่างๆ ไว้ในยอดฉัตรแล้วนำขึ้นไปประกอบบนฉัตรอีกครั้ง   หลังจากนั้นก็มีการสวดเพื่อให้พิธีการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  ก็นับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้ร่วมพิธีกรรมครั้งนี้ เพื่อให้ชีวิตมีบุญกุศลสูงสุดเหมือนยอดฉัตร
          เวลา 11.00 น. ลงมาจากด้านบนเพื่อกินข้าวเที่ยง  อาหารเยอะมากมาย บรรยากาศก็วุ่นวายนิดหน่อย คล้ายๆ กับงานฉลองวัดทั่วไปที่เราเคยไป เราก็นั่งดูผู้คนเดินไปเดินมา แล้วก็ลองซื้อ น้ำสัปะรดกับใบสะระแหน่ปั่น มานั่งดื่มก็สร้างความสดชื่นให้กับตัวเองได้ดีเหมือนกัน
          ช่วงบ่าย ยินดีกับคนที่ได้รับรางวัล “ตาราอวอร์ด”  แล้วไปเดินจงกลม หลังจากนั้นไปนั่งฟังธรรมบรรยายอีกครั้ง  คำพูดที่ชอบคือ  “ปัจจุบันสำคัญที่สุด”   ช่วงค่ำทำวัตรเย็น บนยอดตึกอีกครั้งได้นั่งดูพระอาทิตย์อัสดง บนยอดตึก  3 ชั้นแห่งนี้  ตอนค่ำก่อนเข้านอนได้ถามแม่ชีว่า “ความหมายของคำว่า บุญใหญ่ คืออะไร?”  แม่ชีตอบว่า “ คือการให้อภัยตนเอง แล้วทำคนรอบข้างให้มีความสุขที่สุด” 
          วันที่สามของการปฏิบัติธรรม ตื่นไม่ทันพวกเขาไปโยคะสมาธิตอนเช้า แต่ก็ทันกินข้าวเช้า แล้วเข้าร่วมกิจกรรมการถ่ายทอดสดวิทยุ บางเขน AM 1107 KHz และ internet ยามเช้า 9.00 น. ของทุกวันอาทิตย์  แม่ชีศันสนีย์ลงมาบรรยายธรรมด้วยตนเอง แล้วกล่าวถึงงานเมื่อวานว่า การยกยอดฉัตร เป็นอุบายที่มีมาแต่โบราณ ที่จะทำให้สาวกหรือประชาชนมีสามัคคีธรรม ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานนี้ให้สำเร็จ เพราะหากไม่มีความสามัคคีแล้วนั้น การงานทุกอย่างก็คงไม่สำเร็จ   (เป็นการเฉลยคำถามที่คาใจเราในวันแรกได้เป็นอย่างดี)  
ยอดฉัตรทำจากทอง   ซึ่งแม่ชีได้สอน คำ 3 คำ คือ GOLD  GOAL GO 
GOLD ที่แปลว่าทอง นั้นเป็นของมีค่าที่คนนำมาให้ต้องเสียสละ
GOAL เป็นเป้าหมายที่วางไว้ว่างานที่คนเสียสละด้วยกำลังกาย กำลังทรัพย์ใดๆ นั้นต้องสำเร็จ
GO  แล้วพวกเราก็ Let’s GO.  เพื่อเดินหน้าทำงานต่อ
เพราะหากพวกเราจมอยู่กับ GOLD ที่เป็นว่าทองเพียงอย่างเดียว เราจะหลงและปลื้มมันไปในทางที่ผิดแต่ถ้าเรารู้จักใช้แล้วมุ่งมั่นกับงานที่จะเกิดขึ้นมันก็จะสำเร็จได้เป็นอย่างดี  หลังจากท่านบรรยายเสร็จท่านก็ขอตัวเดินทางไปสนามบิน เพื่อจะเดินทางไปประเทศอินเดียในการยกยอดฉัตรที่ประเทศอินเดียอีกครั้งหนึ่ง

          กิจกรรมสุดท้ายที่เราเข้าร่วม คือ การบรรยายธรรมของแม่ชีโอ๊ะ  เป็นแม่ชีรุ่นใหม่ ที่สอนให้เข้าใจชีวิต แล้วใช้ video present ต่างๆ ที่มีอยู่มานำเสนอได้อย่างชัดเจน แล้ว ก็ให้พวกเรามีความสุขเล็กๆ ด้วยการนวดคนข้างหน้า แล้วก็ให้เขานวดเรากลับด้วยอีกทีหนึ่ง พร้อมกับนั่งสมาธิโดยการใช้เพลง ดั่งดอกไม้บาน   ทำให้ใจเราสงบเย็นแล้วเป็นการยืดเส้นยืดสายที่ดีมากอย่างหนึ่ง
จบเที่ยง เราก็ลงทะเบียนออกแล้วเขียนใบประเมินเป็นที่เรียบร้อย  ซึ่งในรอบนี้มีผู้ชายเพียง 4 คนเท่านั้น
ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้ผมได้มาในครั้งนี้  ซึ่งเราเองก็ตั้งใจมานานแล้ว ตั้งแต่ที่ได้รู้จักเสถียรธรรมสถานแล้วเคยส่งพนักงานที่เราดูแลให้เขาได้มาฝึกปฏิบัติธรรมมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว  มาครั้งนี้เราเองก็สัมผัสแล้วฝึกด้วยตนเอง ซึ่งเราก็สัญญาว่าจะนำไปฝึกต่อที่บ้านเท่าที่เราจะทำได้ เพราะเป็นการตั้งสติให้กับตัวเรา และบุคคลรอบข้าง

2557/02/03

ภาวนากับความรัก 14-16 กุมภาพันธ์นี้

ขอร่วมโปรโมทกิจกรรมดีๆ ของเสถียรธรรมสถานครับ



มาฆบูชา มาจากภาษาบาลีว่า มาฆปูรณมีปูชา แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือนสาม ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
วันมาฆบูชา ที่เวียนมาถึงนี้ เตือนให้พวกเราเหล่าพุทธศาสนิกชนได้ระลึกว่า แม้สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานไปนานแล้ว ทว่าเหล่าสาวกสาวิกายังคงทำหน้าที่ศึกษา สืบทอด เผยแผ่ และส่งผ่านพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างมุ่งมั่นและเข้มแข็ง ให้พวกเราได้เรียนรู้และยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัว ปฏิบัติใจ พวกเราจึงควรพร้อมใจกันปฏิบัติบูชาโดยการทำตัวเราให้เป็นสาวกสาวิกาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ได้นำคำสอน คือ 'โอวาทปาฏิโมกข์' ที่พระพุทธองค์ได้ทรงให้ไว้ในวันนั้น คือ ละอกุศลทั้งปวง...ทรงสอนให้รู้จักรักเพื่อนร่วมโลก ทำกุศลให้ถึงพร้อม...ทรงสอนให้รู้จักรักเพื่อนร่วมโลกและรักตนเอง และ รักษาใจให้ขาวรอบ...ทรงสอนให้รู้จักรักตนเอง ดำรงชีวิตอยู่อย่างผู้ที่ได้โอกาสนั้น และใช้โอกาสนั้นให้เป็นไปเพื่อตนเองและผู้อื่น และเป็นคนที่มีความเต็มเปี่ยมที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมของโลกใบนี้อย่างกตัญญูต่อพระพุทธองค์อย่างแท้จริง
เนื่องจาก 'โอวาทปาฏิโมกข์' ที่ทรงแสดงในวันนั้นเป็นหลักธรรมที่ว่าด้วยความรัก จึงกล่าวได้ว่า วันมาฆบูชา เป็น วันแห่งความรักในทางพระพุทธศาสนา อย่างแท้จริง
และในปี 2557 นี้ วันมาฆบูชา ตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ วันอันเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่าเป็น 'วันวาเลนไทน์'...วันแห่งความรัก
เสถียรธรรมสถาน ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมปฏิบัติธรรมอานาปานสติภาวนา...และมา 'ภาวนากับความรัก' เนื่องในวันมาฆบูชา...วันแห่งความรักทั้งทางธรรมและทางโลก ระหว่างวันที่ 14 - 16 กุมภาพันธ์ 2557 โดยร่วมทำบุญ...ตักบาตร...ปฏิบัติธรรม....เวียนเทียน...เพื่อการทำความดี ละเว้นความชั่ว และรักษาใจให้บริสุทธิ์และขาวรอบ
สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02-519-1119
พระอารยตารามหาโพธิสัตว์ ทรงเป็นแสงสว่างแห่งความรัก...ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีที่มีการกระทำด้วยจิตที่หลุดพ้น...ทรงมีความกรุณาและปัญญาพร้อมที่จะช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว...และทรงได้รับการบูชาอย่างยิ่งในเรื่องความสามารถเอาชนะสถานการณ์ที่ยากลำบาก พระองค์ทรงไม่เคยปฏิเสธที่จะให้การช่วยเหลือ หากเราใช้คุณธรรม 8 ประการของพระองค์ อันได้แก่...ไม่มีความถือตัวอวดดี...ไม่มีความโง่เขลา...ไม่มีความอาฆาตพยาบาททั้งปวง...ไม่มีความอิจฉาริษยา...ไม่มีความคิดเห็นที่ผิด...ไม่มีความโลภ...ไม่มีความยึดมั่นถือมั่น...และไม่มีความยึดติด ความเคลือบแคลงสงสัยทั้งปวง...มาอาบรดใจ...
เราจะเป็นหนึ่งที่พบปาฏิหาริย์แห่งการเปลี่ยนแปลง





2557/01/03

HAPPY NEW YEAR 2014 กับ SMURF 2


เริ่มต้นปี 2557  ผมก็ขอแนะนำหนังดีๆ ที่เป็นกึ่งๆ การ์ตูน คือ SMURF 2
ให้ลองไปหาซื้อแผ่นแท้ (VCD, DVD) มานั่งชมกันที่บ้านกับลูกๆ หลานในบ้าน
ข้อคิดตอนจบของหนัง.. ที่ ปะป๋าเสมิรช์ กล่าวคือ
"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่คนเราเลือกที่จะดำเนินชีวิตได้"


ในโอกาสขึ้นปีใหม่ ก็ขอให้ทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้
จงมีความสุขใจ สุขกาย และร่ำรวยเงินทองกันถ้วนหน้า

2556/10/16

เทคนิคลงทุนหุ้น แบบ VI ที่น่าสนใจ...

เทคนิคลงทุนหุ้น แบบ VI ที่น่าสนใจ...
ตั้งใจทำให้ได้.. แล้วอีก 10 ปี เรามาดูกัน

มีหุ้นในบริษัทดีๆ 10 บริษัท
มีเงินในตลาด 10 ล้านบาท

2556/01/06

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ลองเปิดตามองท้องฟ้า...

ความรักที่ดีๆ มีอยู่จริง...
ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน

ลุลา กับ บทเพลง ที่ให้แง่คิดมากมาย

2555/09/19

ชีวิตจะดีขึ้นทันทีเลยหรอ?? เมื่อเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือ ?


ชีวิตจะดีขึ้นทันทีเลยหรอ?? เมื่อเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือ ?

ชีวิตจะดีขึ้นได้จริง.. แต่หาใช่องค์ประกอบเรื่องการเปลี่ยนเบอร์เพียงอย่างเดียวไม่
คนเราเมื่อไม่ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนเบอร์ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้ครับ.. ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง.. เคยให้เขาเปลี่ยนเบอร์ แต่เขาก็เปลี่ยนไปได้สักพัก  แล้วเขาก็กลับมาใช้เบอร์เก่า... ส่วนเบอร์ที่ผมให้ไปเขาก็ไม่ได้ใช้ และทำซิมหายไปในที่สุด   เพราะมันยังไม่ถึงเวลาของเขาที่จะต้องเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงจึงไม่เกิดขึ้น


เรื่องการดูเบอร์ หรือ ศาสตร์การดูเบอร์นั้นมีมากมาย  บางทีก็แนะนำให้รวมเลข บางทีก็ให้ใช้เลขตอง  เลขหาบ สารพัดของการแนะนำต่างๆ  ซึ่งผมจะไม่ขอบอกว่าอันไหนมันดีกว่ากันนะครับ.. แต่หัวใจหลัก ของความคิดที่ผมอยากจะบอกว่า  พวกเราต้องไม่คิดว่า “ เบอร์มือถือให้ผลต่อดวงชะตา”    ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่ผิด

หากมีใครบอกคุณว่า ว่าเบอร์มีผลต่อดวงเปลี่ยนชีวิตคน  อันนี้จะเป็นกรรมที่ทำให้ ปัญญาถอยลง เพราะทำให้คนเชื่ออะไรไม่สมเหตุสมผล

จริงๆ แล้ว เบอร์ที่พวกเราได้มา เกิดจากสิ่งแวดล้อม รอบตัวเราทุกอย่างทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ สภาพแวดล้อมทางสิ่งก่อสร้าง  บุคคลที่สัมพันธ์ด้วย และการกระทำที่เราทำเป็นประจำวันนั้นเอง 
เรื่องราวเหล่านี้ก็จะถูกร้อยเรียงมาเป็นเบอร์มือถือให้คุณได้ใช้  โดยที่คุณไม่รู้ตัว

ส่วนเบอร์โทรศัพท์ ทำงานอย่างไร ทำไมเปลี่ยนไปแล้วได้ผล  อันนี้ผมไม่ขออธิบาย
 แต่โดยส่วนใหญ่ที่เค้ารู้กันว่า แค่เปลี่ยนไปแล้วมัน work    
ส่วนมันจะ work ยังงัย อันนี้ไม่มีคำตอบให้
มีแต่ให้เชื่อๆเหอะว่า work

รายละเอียดอีกนิดหน่อย คือ เบอร์แต่ละเบอร์แต่ละคนไปใช้ก็ให้ผลไม่เหมือนกัน
ถ้าเบอร์เก่าใช้มานานๆ เป็นเบอร์ที่เลวร้าย    ถ้าเรื่องเกิดครบแล้ว อย่างนี้เปลี่ยนใหม่แล้วดีเลย

ส่วนเรื่องเงินทอง ธุรกิจนี่ก็เยอะครับ บ้างก็ขายเบอร์กันแพงๆ บ้างก็เป็นขายตรงกันไปเลย  อันนี้ผมขอไม่พูดถึงนะครับ    
แต่ที่แน่ๆ  คนที่ผมรู้จักส่วนใหญ่ ใช้เบอร์ที่เปลี่ยนแล้วจิตใจสงบเย็นลง ซึ่งอันนี้จะเห็นชัด
มีความสุขสบายใจดี อันนี้ก็ดีที่สุด สำคัญที่สุดแล้วครับ
ยิ่งถ้าเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว ตั้งใจเปลี่ยนตัวเอง เหมือนเริ่มชีวิตใหม่  จากที่เคยร้าย ให้เลิกร้าย จากที่มีความประพฤติอะไรที่ไม่ดีแล้วเลิกได้ ยิ่งเป็นโชคเข้าไปใหญ่   
สุขใดเล่าจะมากกว่าความสบายใจ เครื่องรางของขลังสิ่งมงคลใดเล่า จะดีไปกว่าความสว่างของใจ  
และหมั่นทำบุญ ทำทาน เพื่อให้จิตใจเราเบิกบานอยู่เสมอด้วยนะครับ

2555/08/15

จิตใต้สำนึก พลังแห่งผลสะท้อน


ผู้ที่แสดงออกซึ่งความคิดเชิงลบ หรือความคิดเชิงทำลายแบบปากต่อปากแน่ใจได้เลยว่าจะต้องได้รับผลของคำพูดเหล่านั้นในรูปของ "ผลสะท้อน" ที่เป็นอันตราย เพียงการปลดปล่อยกระแสความคิดเชิงทำลายแต่อย่างเดียวโดยไม่มีคำพูดช่วย ก็สามารทำให้เกิด "ผลสะท้อน" มากมายกว่าหนึ่งทางด้วยเช่นกัน

ข้อแรก ผู้ที่ปลดปล่อยความคิดที่เป็นภัยออกมา จะต้องพบกับผลร้ายอันเนื่องมาจากความเสียหายของความสามารถในการจิตนาการอย่างสร้างสรรค์

        ข้อสอง อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นอันตรายซึ่งสถิตอยู่ในจิตนั้นจะสร้างบุคลิกภาพในเชิงลบที่เป็นรังเกียจของคน และบ่อยครั้งจะเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นศัตรู

         และผลร้ายข้อที่สาม ที่จะเกิดแก่ผู้ที่คิดหรือปลดปล่อยความคิดเชิงลบออกมาก็คือ ความจริงที่ว่ากระแสความคิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังจะแทรกตัวลงฝังในจิตใต้สำนึกของผู้ที่ปลดปล่อยมันออกมาและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในนิสัยของคนผู้นั้นด้วย

เครดิต : นโปเลียน ฮิลล์  NAPOLEON HILL



2555/07/16

ผลบุญ ยังรักษาให้คนดี อยู่อย่างปลอดภัย

เด็กหญิง อายุ 14 ปี  มีสติ และรอดปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน





น้องฟ้า มีสติ และใช้เครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพได้ดีมากๆ ประกอบกับผลบุญ หรือความตั้งใจที่จะไปทำบุญที่วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี   ทำให้กุศลบุญ ส่งให้ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์ิสิน
เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินแล้ว สติสำคัญที่สุด


2555/06/18

CEO กับการล้มกระดาน

CEO กับ การล้มกระดาน

เป็นชื่อเรื่องที่คนทำงานได้พูดขึ้นมา เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.. 
ในวันที่ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
จากความเข้าใจในการทำงาน การบัญชาการงานที่สั่งไปให้ลูกน้องทำ  
กลายเป็นความไม่เข้าใจ 
กลายเป็นลูกน้องต้องการคำตอบจากหัวหน้า  
กลายเป็นลูกน้องบีบคั้นต้องการคำตัดสินใจ 
กลายเป็นหนทางที่หัวหน้าต้องเลือก

ทำให้หัวหน้างาน ต้องล้มกระดาน หรือโยนหมากยอมแพ้  
ในหนทางที่เขาพาเดินไปนั้น  
และกล่าวคำว่า ยอมแพ้ ในฐานะที่เป็นหัวหน้า  
 เพื่อจะได้เริ่มเดินหมากกันใหม่อีกหนึ่งครั้ง 
หรืออาจจะต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นไปเลย




2555/05/11

วินาทีเดียวเท่านั้น.. ดูโฆษณาแล้วมาย้อนมองดูตัวเอง

วินาทีเดียวเท่านั้น..  ดูโฆษณาแล้วมาย้อนมองดูตัวเอง

ตอนที่ 1



ตอนที่ 2



ตอนที่ 3



สถานที่ถ่ายทำ.. ก็สวยงามดีมากๆ

บริจาคเลือด ครั้งแรก กับ ครั้งที่สาม

การบริจาคเลือดครั้งแรก.. ความรู้สึกผู้คนตื่นเต้น และให้ความร่วมมือดีมาก..
การบริจาคเลือด ครั้งที่สาม..   ความรู้สึกผู้คนลดลง.. ไม่มีความกระตือรือร้นในการบริจาคเท่าที่ควร..
ซึ่งก็คงไม่ต้องไปดูคนอื่นคนไกล..  คนที่เป็นหัวหน้าทีมในครั้งนี้ยังไม่ค่อยให้ความสนใจเ่ท่าไร.. และไม่ได้เข้าไปร่วมเปิดงานซะด้วยซ้ำ..  จึงไม่แปลกใจว่าทำไม คนอื่นๆ ถึงลดความตื่นเต้นลง และลดความสนใจลงไปได้มากมายขนาดนี้

หรือว่า ฤดูกาลมีผลต่อการบริจาคเลือด เพราะฤดูร้อน อารมณ์ร่วม หรือ ความเหน็ดเหนื่อย มันส่งผลใ้ห้ผู้คนไม่ค่อยอยากที่จะมาสักเท่าไร

2555/05/06

ความลับของเหรียญ 5 บาท กับ ความลับของผู้หญิง


จะเล่าเรื่อง "เหรียญ 5 สอนลูกให้ฟัง"

คุณพ่อถามลูกสาว ที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่น
"อยากรู้มั้ยว่ามีอะไรอยู่ในมือพ่อ"

ลูกสาวพยักหน้า
"ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที"
ลูกสาวทำตาม

"ไม่พอ ต้อง 5 ที" และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ที จนลูกสาวอุทธรณ์
"ก็ลูกอยากทราบนี่คะว่า เป็นอะไร"

เมื่อคุณพ่อแบมือออก มันคือ เหรียญ 5 บาทธรรมดานี่เอง

คุณพ่อหัวเราะ แล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม
"อยากดูอีกมั้ย ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น 10 ที"
"หนูรู้แล้วไม่อยากดูค่ะ"

"เอ้า.. เขกพื้น 1 ทีก็ได้"
"ทราบแล้วไม่อยากดูอีกเบื่อ"
"ให้ดูฟรี ๆ ก็ได้"
แล้วก็แบมือออก ลูกสาวก็ดูไปอย่างนั้นเอง คุณพ่อเลยสอนว่า

"นี่นะลูก อะไรที่เป็นความลับ คนมักยอมทำทุกอย่างที่จะได้สมปรารถนา
อยากดู อยากรู้ อยากเห็นแต่เมื่อสมปรารถนาแล้ว ดูบ่อย ๆ แล้วก็มักจะเบื่อ
ให้ดูฟรี ๆ ยังไม่อยากดูเลย
แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนที่สุดสำหรับลูกผู้หญิงเป็นสิ่งที่มีค่า
ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไร ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก"

C/R คุณโชติช่วง ลิ่มถาวรกุล
โดย: InternetCafe Thai

2555/04/26

คุณเคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคนบ้างไหม


คุณเคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคนบ้างไหม...............

มีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอ
มีความสุขทุกครั้งที่ได้คุย
มีความสุขทุกครั้งที่เห็นเขามีความสุข
รับได้ทุกอย่างในสิ่งที่เขาเป็น
รับได้ทุกอย่างถึงแม้ว่าเขาจะทำผิดอย่างไร
รับได้ทุกอย่าง แม้กระทั่ง ตัวเองต้องเสียใจ

ฝืน ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเป็นของคนอื่น
ฝืน ทั้งๆที่รู้ว่ายังไงก็ไม่ใช่เรา
ฝืน ทั้งๆที่รู้สึกเจ็บปวดแต่ไม่เคยแสดงออก
ยอมเพื่อรับรู้แต่สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน
ยอม เพราะว่า เรารักกัน
ยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับการได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

เคยไหม..งอแงโดยไม่มีเหตุผล
เคยไหม..อดทนรอ ในวันที่ห่างไกลกัน
เคยไหม..เปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองเพื่อเขาคนนั้น

พร้อม..ที่จะดูแลและให้..โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
พร้อมจะอยู่เคียงข้างทุกครั้งไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์สักแค่ไหนก็ตาม
พร้อมที่จะ..เดินและจับมือ..ก้าวไปด้วยกันอย่างมั่นคง
ฯลฯ
ยังคงมีเหตุผลอีกมากมาย ที่มีอยู่ใน “หัวใจ” ของใครหลายๆคน บน คำว่า “ความรัก”
ที่มอบให้ ใครสักคน บนโลกใบนี้  ด้วยใจที่ดีและมีความสุข  แค่นี้ก็พอ คุณว่าจริงไหม?

ด้วยใจที่ดี และมีความสุข

2554/05/19

ข้อคิดจาก ธรรมมะพระมหาสมปอง ตาลปุตโต

“ทำงานอย่างไรให้มีความสุข”

หลักๆเลยก็เรื่อง ความสามัคคีกันภายในองค์กร คือ การทำงานร่วมกันภายในองค์กร ไม่ควรมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน ควรที่จะช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ไม่เห็นแก่ตัว เมื่อมีปัญหาต่างที่เกิดขึ้น อย่าเลี่ยงที่จะแก้ปัญหา ให้เรารีบเข้าไปแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้น อย่าลังเล หรือ เกี่ยงกันที่จะทำ

เรื่องการ รับผิดชอบในหน้าที่ ของเราที่ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จ ลุล่วง ทุกคนย่อมมีเป้าหมายในการทำงาน เรามี หน้าที่หลักๆ คือ การขายของ ให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้า ลูกค้าคือผู้ให้สิ่งดีๆกับเรา ไม่ว่าจะเป็น เงินค่า คอมมิชชั่น จากการขาย ให้งานที่ดี และมั่นคงกับเรา เราก็ควรให้บริการที่ ดีกับลูกค้าเป็นการตอบแทน

แล้วก็ให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักการมีสติในการทำงาน คือให้มีความพยายาม อย่าท้อแท้กับปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงาน ให้ทุกคนมีสติในการทำงาน ช่วงที่ให้พนักงาน 2 คน ออกมาโยนรับปากกากันก็ สื่อถึงการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในแผนกงานต่างๆรวมๆกันก็ ให้เราสามัคคีกันไว้

เรื่องความสุขอยูที่ไหน ความสุขอยู่ในใจของเราทุกๆคนเองครับ ที่จะเลือกหรือคิดให้มีความสุข คือให้เรา คิดทัศนะคติในการทำงานให้เป็นบวก คิดในแง่ดี แล้วการทำงาน การแก้ปัญหาต่างๆที่เราเจอในการทำงานก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การทำงานในตำแหน่งหัวหน้างาน ก็ คือ นิ่ง หนักแน่น และนุ่มนวล เรื่องความกตัญญู ต่อบิดามารดา ให้เราทำสิ่งดีๆตอนที่ บิดามารดาเรายังมีชิวิตอยู่ เพราะจะไปทำสิ่งดีๆตอนที่บิดามารดาจากไปแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

โดยรวมสรุปก็คือ ให้เรารู้จักรักและสามัคคีกันภายในองค์กรของเรา ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจของเราเอง คิดดีในแง่บวกเสมอในการทำงาน อย่าท้อถอยกับปัญหาต่างๆ และการรู้คุณและ กตัญญูต่อ บิดามารดาของเรา

2552/03/01

สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ ความจริงและความฝัน

Slumdog Millionaire
มีโอกาสได้ไปดูหนังโรง ซึ่งเป็นหนังดัดแปลงจากนิยายดังของอินเดีย โดยฝีมือของผู้กำกับอังกฤษ ที่แต่เดิมไม่มีค่ายหนังไหนสนใจจะนำมาฉายในอเมริกาจนเกือบจะต้องออกจำหน่ายเป็นหนังแผ่น ได้สร้างปรากฏการณ์บนเวทีออสการ์ด้วยการคว้ารางวัลใหญ่ไปครองถึง 8 สาขา รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่คว้าไปอย่างไร้คู่แข่ง ซึ่งเป็นหนังที่สะท้อนความจริง ของสังคม และความฝันของคนด้วยเช่นกัน

หากใครมีโอกาสได้ไปดู หรือคิดว่าจะหนังเป็นแผ่นเก็บไว้สักเรื่อง ก็ดีไม่ใช่น้อย ขอสนับสนุนหนังเรื่องนี้ด้วยอีกแรงใจหนึ่ง

ผลจากที่หนังได้รับรางวัลสำหรับดาราเด็ก
มุมไบ 27 ก.พ.- ดาราเด็กจากภาพยนตร์ “สลัมด็อก มิลเลียนแนร์“ ที่กวาดรางวัลออสการ์ไปถึง 8 สาขา กลับมาใช้ชีวิตในชุมชนแออัดของนครมุมไบ ประเทศอินเดีย ตามเดิม หลังมีโอกาสเหินฟ้าไปสหรัฐ เพื่อร่วมงานประกาศผลออสการ์ที่ฮอลลีวู้ด เมื่อไม่กี่วันก่อน

เด็กชาย อาซารุดดิน อิสมาอิล และเด็กหญิง รูบีนา อาลี สองดาราเด็กจากภาพยนตร์เรื่องดัง ต้องกลับมานอนกลางดินกินกลางทรายเช่นเดิม ในที่พักของพวกเขา ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนแออัดกลางนครมุมไบ โดยเด็กชายอาซารุดดิน นอนอยู่ใต้แผ่นพลาสติกในเพิงที่พักใกล้รางรถไฟ ท่ามกลางกลิ่นปัสสาวะและมูลวัวที่โชยมาเป็นระยะ ส่วนเด็กหญิงรูบีนานอนกับพ่อแม่พี่น้องในเพิงเล็ก ๆ ใกล้ท่อระบายน้ำ
สองหนูน้อยอาศัยอยู่ในชุมชนแออัดแห่งนี้มาตั้งแต่เกิด จนวันหนึ่งได้มีโปรดิวเซอร์หยิบยื่นโอกาสให้มาร่วมแสดงในภาพยนตร์ “สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ “ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เติบโตในชุมชนแออัดกลางนครมุมไบ ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก จึงทำให้สองหนูน้อยได้มีโอกาสร่วมเดินทางกับคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ไปร่วมงานประกาศผลออสการ์ที่ฮอลลีวู้ด นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และนับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มีโอกาสขึ้นเครื่องบิน

เด็กหญิงรูบีนา พูดถึงเครื่องบินว่า ใหญ่กว่าที่เธอคิดไว้มาก ทั้งยังพูดชมประเทศสหรัฐ ว่า เป็นดินแดนที่มหัศจรรย์ นอกจากการร่วมงานประกาศผลออสการ์แล้ว เด็ก ๆ กลุ่มนี้ยังได้มีโอกาสเที่ยวชมสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ เด็กหญิงรูบีนาบอกว่า เธอชอบเครื่องเล่นทุกชนิด แต่ที่ไม่ชอบคืออาหารอเมริกันเพราะไม่ถูกปาก

เมื่อเด็กทั้งสองกลับมายังประเทศอินเดีย พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและกลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน ชีวิตความเป็นอยู่ล้วนถูกช่างภาพปาปารัสซีบันทึกเอาไว้ ด้านทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ ตัดสินใจส่งเสียเด็กทั้งสองให้ได้เข้าโรงเรียน และจะออกค่าเล่าเรียนให้จนกระทั่งพวกเขามีอายุครบ 18 ปี

ส่วนกองทุนที่จัดตั้งไว้ จะให้เด็กทั้งคู่ถอนเงินออกมาใช้ได้ ก็ต่อเมื่อพวกเขามีอายุครบ 18 ปีแล้วเท่านั้น โดยหวังว่า ความช่วยเหลือนี้จะโน้มนำให้เด็กสองคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น. -สำนักข่าวไทย