แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สันติสุข แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สันติสุข แสดงบทความทั้งหมด

2555/08/12


 Format จิต delete อารมณ์ 



ทางภายนอก (ทางกาย)
- การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก  โดยพระอาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับวิธีการหายใจเข้า-ออก เป็น 3 ลำดับขั้นตอน
การกำหนดลมหายใจนี้ท่านได้อธิบายว่าเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกายและเลือด  เมื่อลองทำดูจะทำให้รู้สึกถึงความสดชื่นขึ้น  ผ่อนคลาย  ปล่อยวาง  และรู้สึกว่าออกซิเจนเข้าไปเต็มปอด  ทำให้ปลอดโปร่ง  โล่ง  คลายกังวล ช่วยระบายความเครียดได้เหมือนกัน
-การบริหารร่างกายด้วยกระบวนท่าต่างๆ  ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5-6 ท่าด้วยกัน  แต่ละท่าจะมีผลกับจุดของร่างกายนั้นๆ  เมื่อลองทำดูก็จะทำให้รู้สึกเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อ  เส้นเอ็น  รวมถึงระบบกระดูกภายในร่างกายด้วย กระบวนท่าต่างๆที่พระอาจารย์ได้สอนในการบริหารร่างกายนี้  นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายโดยประหยัดพื้นที่  เวลา  และอุปกรณ์แล้ว  ยังเป็นการบำบัดรักษาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อ  เส้นเอ็น  และเป็นการจัดระบบกระดูกให้เข้าที่  โดยพึ่งพาหมอหรือว่าแพทย์ให้น้อยลงด้วย  อนึ่ง  จากประสบการณ์ของผู้เข้าฝึกอบรมเล่าให้ฟังว่า บางคนมีปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อ  เส้นเอ็น  และระบบกระดูก  จากที่เคยพึ่งหมอพึ่งแพทย์  ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก  แต่เมื่อมาทำกายบริหารที่พระอาจารย์สอน  อาการเหล่านั้นก็ค่อยๆดีขึ้นและหายไปในที่สุด  สำหรับผมเองก็มีปัญหาเกี่ยวกับเอ็นร้อยหวาย  ผมก็ลองหัดลองทำดูเหมือนกัน  ก็รู้สึกดีขึ้นเช่นกันครับ

ทางภายใน (ทางจิตใจ) 
      - การนั่งสมาธิ , เดินจงกลม  พระอาจารย์ได้อธิบายว่า  จริงๆแล้ววัตถุประสงค์ของการนั่งสมาธิ  และเดินจงกลมนั้น  เป็นการเรียกสติหรือฝึกเจริญสติ  เพราะเป็นการทำสมาธิขั้นพื้นฐาน  การนั่งสมาธินั้นสำหรับผมเองคิดว่าเป็นการฝึกความอดทน  ฝึกความอดกลั้น  และเป็นการฝึกปัญญาอย่างหนึ่ง  โดยสังเกตว่าเมื่อลองทำสมาธิดู  ก็รู้สึกว่าจิตใจสงบนิ่งและมั่นคง  แน่วแน่มากขึ้น  ไม่ค่อยกระวนกระวาย  เมื่อจิตใจสงบแล้วก็จะทำให้เกิดความคิด  หรือปัญญา  ที่สามารถเอามาใช้แก้ไขปัญหาหรือต่อสู้กับปัญหานั้นๆให้สำเร็จลุล่วงไปได้  การทำสมาธินี้พระอาจารย์ยังได้บอกอีกว่า  จริงๆแล้วมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี  แล้วแต่ความสะดวก  ความถนัด  ของแต่ละคนด้วย
      -การฟังธรรมบรรยาย  พระอาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องลำดับขั้นของสมาธิ , อริยสัจ๔ , และมรรคมีองค์๘ ซึ่งเป็นธรรมสำหรับการครองชีวิตให้มีความเจริญก้าวหน้า  และมีความสุขโดยที่ไม่ต้องไปเบียดเบียนผู้อื่นครับ ในหัวข้ออริยสัจ๔นั้น  เป็นเรื่องของการรู้ที่มาที่ไปของตัวทุกข์หรือว่าตัวปัญหา  ต้นตอของปัญหาทั้งหมด  และวิธีการดับทุกข์  หรือการแก้ไขปัญหาให้หมดไป  ส่วนเรื่องมรรคมีองค์๘  เป็นเรื่องของทาง  คือ  ทางแห่งความเจริญก้าวหน้า  ทางแห่งความสุข  หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ  ทางแห่งนิพพานนั่นเองครับ  เช่น  การรู้จักทำมาหากิน ครองชีพโดยสุจริต  การรู้จักเชื่อและศรัทธา  เป็นต้นครับ  ส่วนเรื่องลำดับขั้นของสมาธิ  ก็จะมีขั้นต่างๆของสมาธิ

      สรุปได้ว่าการอบรมธรรมเรื่อง  Format จิต  Delete อารมณ์  เป็นเรื่องของการใช้ธรรมะเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ  ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  และเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันให้มีคุณภาพสูงสุด  ซึ่งหลักสูตรก็กะทัดรัด  ทั้งในเรื่องเวลา  สถานที่  และหัวข้อธรรมก็เหมาะสมดี  เมื่อลองทำ  ลองฝึก  และเข้าใจ  ก็จะสามารถนำเอาไปใช้ได้กับชีวิตจริง

โครงการปฏิบัติธรรม
"FORMAT จิต DELETE อารมณ์"
ณ ธรรมสถานบุญถาวร
ในพรรษา แห่งพุทธชยันตี 2,600 ปี
จัดโดย ชมรมพุทธธรรมบุญถาวร
ซึ่งได้รับความกรุณาจาก วัดพระราม 9
ผู้ใดสนใจติดต่อได้ที่ 
CALL CENTER  บุญถาวร โทร. 0-2657-1111

2555/06/26

ใครซักคน.. เพลง และข้อคิดดีๆ ที่ได้จากหนัง อนุบาลเด็กโข่ง




ใครซักคน  : อัครชัย

เนื้อเพลง :

บางสิ่งที่หายไปจากหัวใจ ที่สำคัญและมันยิ่งใหญ่ 
กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป ต้องใช้เวลาแสนนาน

ฉันเป็นอย่างคนนั้น ที่ชีวิตนี้ เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น ถ้าวันนี้เพิ่งได้รู้ ว่า
ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้  ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร  มันเหน็บหนาว
อยากจะขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน

ความสุขที่ล้วนมาจากข้างใน  ขอแค่ยอมเปิดใจ กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป
ความรักที่เคยหวัง  ฉันเป็นอีกคนนั้น ที่ชีวิตนี้เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น จนวันนี้

เพิ่งได้รู้ว่าใครซักคน เพื่อนแท้ฉันซักคน ที่มองข้ามผ่าน 
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ  เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้ ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร มันเหน็บหนาว
อยากขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน


ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้  ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร  จะเหงาสักเท่าไร



**************************************



ข้อคิดที่ได้..ชัดเจนมาก...
การให้อภัย และการขอโทษ  เรายังคงเป็นเพื่อนกันมาตลอด เราเลยมาขอโทษนาย

ในใจเริ่มมีการให้อภัย จึงมีการหลั่งสารเอนโดฟิน หรือ สารแห่งความสุข จากต่อมใต้สมอง เข้าสู่กระแสโลหิตและเข้าสู่สมอง
สารนี้จะทำให้จิตใจสบาย พร้อมจะรักตนเอง และรักคนอื่นได้  มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง และสบายใจขึ้น


คนที่ไม่อภัยนั้นเป็นคนแพ้




2555/06/03

ความคาดหวัง และความรู้สึกผิดหวัง

ความคาดหวัง..
มนุษย์เราหากคาดหวัง ว่าจะต้องทำสิ่งใดแล้ว..  สิ่งที่จะทำนั้นกลับไม่ได้ทำ.. ก็ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง อย่างรุนแรง และทำให้มนุษย์เราีมีอารมณ์ที่ขุ่นมัว อย่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก

แล้วทำไม มนุษย์เราถึงต้องคาดหวังในสิ่งต่างๆ ที่อยากจะให้เป็นด้วย.. แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามที่ต้องการแล้ว เราจะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เราอารมณ์เสียกับคนที่เราอยู่ด้วย

วันนี้ได้ทบทวนดูแล้วว่าเมื่อมันเกิดขึ้น แล้วเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้..
ทำไมเราไม่ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มันมีคุณค่า  แต่กลับทำลายเวลานั้นไปโดยที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันซะอย่างนั้น

ย้อนกลับมาดูแล้วพิจารณา จิต...
1. สงบจิตใจลงแล้วพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้น
2. ทบทวนความคิด และคำพูดที่เราได้กระทำมันลงไป
3. หากสามารถพูดคุยกับคนคนนั้นได้ จงรีบคุย เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้กำลังใจกับคนๆ นั้นโดยเร็ว
4. พยายามอยู่กับตัวเอง และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือ เพื่อคุ้มครองเขา
5. จงทำสุขภาพกาย และสุขภาพใจของตนเอง ให้แข็งแรงเสมอเพื่อจะได้ดูแลคนนั้นให้ดีที่สุด แม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม



2555/04/26

คุณเคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคนบ้างไหม


คุณเคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคนบ้างไหม...............

มีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอ
มีความสุขทุกครั้งที่ได้คุย
มีความสุขทุกครั้งที่เห็นเขามีความสุข
รับได้ทุกอย่างในสิ่งที่เขาเป็น
รับได้ทุกอย่างถึงแม้ว่าเขาจะทำผิดอย่างไร
รับได้ทุกอย่าง แม้กระทั่ง ตัวเองต้องเสียใจ

ฝืน ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเป็นของคนอื่น
ฝืน ทั้งๆที่รู้ว่ายังไงก็ไม่ใช่เรา
ฝืน ทั้งๆที่รู้สึกเจ็บปวดแต่ไม่เคยแสดงออก
ยอมเพื่อรับรู้แต่สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน
ยอม เพราะว่า เรารักกัน
ยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับการได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

เคยไหม..งอแงโดยไม่มีเหตุผล
เคยไหม..อดทนรอ ในวันที่ห่างไกลกัน
เคยไหม..เปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองเพื่อเขาคนนั้น

พร้อม..ที่จะดูแลและให้..โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
พร้อมจะอยู่เคียงข้างทุกครั้งไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์สักแค่ไหนก็ตาม
พร้อมที่จะ..เดินและจับมือ..ก้าวไปด้วยกันอย่างมั่นคง
ฯลฯ
ยังคงมีเหตุผลอีกมากมาย ที่มีอยู่ใน “หัวใจ” ของใครหลายๆคน บน คำว่า “ความรัก”
ที่มอบให้ ใครสักคน บนโลกใบนี้  ด้วยใจที่ดีและมีความสุข  แค่นี้ก็พอ คุณว่าจริงไหม?

ด้วยใจที่ดี และมีความสุข

2555/04/12

วินาทีเดียวเท่านั้น....

“คุณพ่อผม..เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย เพราะเพิ่งตรวจเจอ
ผมจะทำยังไง..หากต้องเสียท่านไป..ผมยังตอบแทนท่านได้ไม่เท่ากับสิ่งที่ท่านให้ผมเลย”
รุ่นน้องคนหนึ่ง...ได้ระบายความรู้สึกออกมากับฉัน.....เมื่อเดือนก่อน

ทุกวันนี้เวลาหมุนไปเร็วมาก...คุณว่าไหม? ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดหรือภารกิจใดในแต่ละวัน
คุณรู้สึกเหมือนกับฉันบ้างไหมว่า เวลามักจะไม่เคยพอ ถ้าเรายังทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่สำเร็จ เวลา 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันช่างดูน้อยเกินไปเสียเหลือเกิน ในการทำกิจวัตรต่างๆ แค่ตื่นนอนขึ้นมา คุณก็ต้องอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปเรียน หรือทำงาน บางคนก็มีโลกส่วนตัวอยู่กับตัวเองอยู่กับสังคมออนไลน์ จนบางครั้งแทบจะไม่มีเวลาให้กับคนรอบข้างเลย ไม่เคยรับรู้หรือแค่พอได้รู้บ้าง...ว่าใครทำอะไร ที่ไหน แต่ไม่รู้ถึงรายละเอียด ความรู้สึก หรือรู้แต่ไม่ใส่ใจ เราได้ทำกิจกรรมร่วมกันบ้างไหม ได้ดูแล ใส่ใจ ให้ความรู้สึกดีๆ ให้กับคนที่เรารักเพียงพอแล้วหรือยัง? เพราะทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง

หนึ่งวินาทีข้างหน้าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น....เราไม่สามารถรู้ได้เลย หากวันหนึ่งคนที่คุณรัก..เหลือเวลาอยู่กับคุณแค่วินาทีเดียว
หากคุณมีเวลาเหลือแค่วินาทีเดียว....คุณจะทำอะไรได้บ้าง?

ด้วยใจที่ดีและมีความสุข

2555/04/06

ด้วยใจที่ยินดี และมีความสุข จากพระอาจารย์ มิตซูโอะ

เมื่อเรามีเมตตาต่อตัวเอง ไม่ยินดี ยินร้าย ต่อความทุกข์ทั้งหลาย ทุกข์เหล่านั้นก็จะมลายหายไป คือส่วนหนึ่งของ อานาปานสติ
ด้วยใจที่ยินดี และมีความสุข

*******************************************************************

ตั้งแต่ พ.ศ 2533 ที่พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ได้มาจำพรรษาที่วัดสุนันทวนาราม เป็นครั้งแรก ช่วงนั้นในเขตบริเวณวัดยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากพอสมควร โดยพบรอยเท้า สัตว์อยู่ทั่วไป พระอาจารย์เล่าว่าเย็นวันหนึ่ง ตรงกับวันอาสาฬหบูชาพอดี พระอาจารย์ นั่งฉันน้ำปานะอยู่ด้วยกันกับพระฝรั่งอีก 2 รูป บนศาลาเล็กๆซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ก็มอง เห็นกวางตัวใหญ่เดินผ่านหน้าศาลา นอกจากนั้นยังเคยเห็นเลียงผาวิ่งผ่านศาลา ทีแรกนึก ว่าเป็นควายแต่เมื่อมองดูชัดๆจึงรู้ว่าเป็นเลียงผาตัวใหญ่ นับตั้งแต่มาจำพรรษาที่นี่ พระอาจารย์ได้ทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา จัดอบรมปฏิบัติธรรมให้แก่ประชาชนทั่วไป ควบคู่ไปกับงานพัฒนาพื้นที่ภายในเขตวัดให้พลิกฟื้นจากพื้นที่เสื่อมโทรมเป็นพื้นที่ป่าอุดม สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามการล่าสัตว์ป่าในบริเวณพื้นที่รอบวัดก็มีอยู่เนืองๆ ซึ่งหาก ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สัตว์ป่าใหญ่ๆคงสูญพันธ์ พระอาจารย์คิดเสมอว่า น่าจะดูแล รักษาชีวิตสัตว์ป่าและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ชาวบ้าน โดยการใช้ธรรมะเป็นเครื่อง นำทางในการสร้างสังคมในอุดมคติ ท่านอยากให้เห็นชาวบ้านมีชีวิตที่อยู่เป็นสุขมีความ สามัคคีเกื้อกูลกันระหว่างคน สัตว์ป่าและธรรมชาติ ใช้ชีวิตตามหลักเศรษกิจพอเพียง พระอาจารย์ตระหนักดีว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะช่วยกันพัฒนาชุมชนและสังคมของ เราให้น่าอยู่ สำหรับท่านเองในฐานะที่อยู่อาศัยในชุมชนแห่งนี้มากว่า 17 ปี ได้พึ่งพาอาศัย ธรรมชาติ ได้รับความเกื้อกูลจากชุมชนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด รู้สึกอยากตอบแทนให้แก่ สังคมและชุมชนที่เราอาศัยอยู่ เมื่อถึงเวลาซึ่งมีความพร้อมด้านบุคลากรพอสมควรแล้ว จึงดำริให้ก่อตั้งมูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโกขึ้นเพื่อเป็นองค์กรหนึ่งที่จะร่วมพลังในการ พัฒนาชุมชนและธรรมชาติแวดล้อมให้น่าอยู่ เพื่อประโยชน์สุขอย่างยั่งยืนแก่สังคม

พบกันการแสดงธรรมครั้งต่อไปกับท่านได้ ที่ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
วันที่ 18 พ.ค.55

2554/06/09

สันติสุข จงสถิตอยู่


วันนี้ฤกษ์งาม ยามดี มีการแบ่งปันพระวาจาที่บ้าน..
กลับมาจากที่ทำงานด้วยความแปลกใจว่าทำไมวันนี้รถไม่ค่อยติด มาติดนิดหน่อยก็แค่ตรงถนนหน้าบ้านแค่นั้นเอง ใช้เวลาจากที่ทำงานมาบ้านแค่ 25 นาทีเท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นวันฝนตกหนักมาก
พอกลับมาถึงบ้าน ก็เดินไปรับม๊าๆ กลับมาบ้าน พร้อมกับคนภายในวัด ที่มีความสนใจในการแบ่งปันพระคัมภรี
นับว่าเป็นจิตตารมณ์ ที่จะทำให้เป็นวิถีชุมชนตามคำประกาศของสังฆมณฑล

คนมาที่บ้านก็ไม่มาก ประมาณ 12 คน
และเริ่มอ่านพระวาจา

(ยน 20 : 19-23)

(19)ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนอยู่ตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า "สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด" (20)ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี (21)พระองค์ตรัสกับเขาอีกว่า "สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น"

(22)ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า "จงรับพระจิตเจ้าเถิด

(23)ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย

หลังจากอ่านจบ 1 รอบ ก็ให้แต่ละคน รำพึงถึงพระวาจา ที่โดนใจ หรือสะกิดใจเรา และให้รำึพึงกับคำๆ นั้น โดยดูว่า พระจะบอกอะไรกับเรา
คนที่ 1 : เหนือเขาทั้งหลาย
คนที่ 2 : กลัว
คนที่ 3 : อภัยบาป
คนที่ 4 : สันติสุข
คนที่ 5 : จงสถิตอยู่
และอีกหลายๆ คนที่ได้พูดออกมา...
หลังจากนั้นก็มีการแ่บ่งปันในกลุ่มย่อย... ทำให้เราได้ทราบว่าม๊าๆ ชอบคำว่า "สันติสุข" และแบ่งปันว่า

"ถ้าใจฉันมีสันติสุข ลูกๆ ฉันก็จะมีสันติสุขด้วย.. เรามีลูก 7 คน บ่อยครั้งที่พบความยากลำบากในการดำเนินชีวิต และฉันก็ขอสวดให้ใจฉันมีความสันติสุข ขอพยายามเลี้ยงลูกทั้ง 7 คน ให้ได้ดี ทุกครั้งที่ขอก็สามารถทำให้เรามีสันติสุขในการดำเนินชีวิต หรือ ทุกครั้งที่มีอุปสรรคปัญหา ก็จะคลี่คลายไปได้้ด้วยดีตลอดมา"

นับว่าเป็นการแบ่งปันพระวาจาที่มีคุณค่ามากๆ และทำให้เราได้สัมผัสพระพรของพระอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับตัวเอง "จงสถิตอยู่"

ในการดำิเนินชีวิตแต่ละวัน ถ้าเรามีสมาธิ หรือมีพระเจ้าสถิตอยู่กับเราตลอดเวลา ก็จะทำให้การดำเนินชีวิต ไม่ว่าจเป็นการทำงาน การใช้ชีวิตก็จะมีประสิทธิภาพ และมีความสุข เพราะ "จงสถิตอยู่"
สันติสุข
ความรัก
ความเข้าใจ
ความตั้งใจ
ความมุ่งมั่น
และพระเจ้า ก็จะ สถิตอยู่กับเราตลอดไป



ขอขอบคุณรูปภาพจาก :