2562/07/15
เยาวชนแข่งกันเยอะมาก สำหรับการแข่งระดับชาติ THE MALL GO CHAMPIONSHIP INTERNATIONAL
มาปัจจุบัน ปี 2019 หรือ พ.ศ.2562 เราส่งลูกสาวลงแข่งแบบทีม เพราะลูกสาวฝึกเล่นหมากล้อมกับเราแบบสนุกๆ กันที่บ้าน เล่นมาตั้งแต่ช่วงปิดเทอม เม.ย.ที่ผ่านมา และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก จนทำให้เราจับความรู้สึกได้ว่า เขาสนุกกับการเล่นหมากล้อม เราจึงชวนเขาไปแข่งหมากล้อม ซึ่งตอนแรกกะว่าจะลงรายการเล็กๆ ที่ ม.เกษตรฯ แต่ฝ่ายผู้จัดไม่สามารถทำให้ลงได้.. จึงเลื่อนมาลงรายการใหญ่นี้แทน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ต้องขอบคุณ อ.โอ้ ผู้เป็นจอมยุทธ์ในแวดวงหมากล้อม ที่เปิดโอกาสให้ลูกสาวได้เข้าไปแข่งขัน ทั้งๆที่เราไม่ได้เรียนกับเขาเลย ลูกสาวจึงได้เป็นมือสาม ในทีมมือใหม่ อายุไม่เกิน 10 ปี
แข่งกันทั้งหมด 6 กระดาน ในวันเสาร์ 13 ก.ค.62 เริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึงเย็นเลยทีเดียว ในแต่ละรอบแข่งกันแค่แป๊ปเดียว เพราะใช้กระดาน 9x9 ซึ่งกระดานแรกลูกสาวก็รู้สึกตื้นเต้น และเกร็งพอสมควร
เพราะเราบอกว่า เรามาแข่งเพื่อหาประสบการณ์และคงแพ้ทุกกระดานแน่ๆ
แต่ปรากฎว่า กระดานแรก ชนะ และกระดานที่สอง ก็ชนะอีก.. ลูกสาวจึงมีความสนุกและมั่นใจมากขึ้น เพราะการเล่นหมากล้อม ถ้าชนะจะรู้สึกอิ่มเอมหัวใจมาก แข่งสองกระดานแรกเสร็จก็มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยคุณก่อศักดิ์ (บิดาหมากล้อมไทย) มากล่าวเปิดโดยมีใจความสรุปได้ว่า
การแข่งขันนี้จัดมาเป็นสิบปี และมีผู้ที่มาเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ ก็นับว่าประสบความสำเร็จ และแม้ว่าหมากล้อมจะมีเทคโนโลยี AI มาเล่นชนะคนแล้วก็ตาม แต่ผู้คนก็ไม่ตื่นตระหนกเพราะคนเราก็ไม่วิ่งให้เร็วกว่ารถยนต์อยู่แล้ว แต่เราจะนำหมากล้อมมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรต่างหาก ที่เป็นเรื่องสำคัญกว่า เพราะหมากล้อมคือเกมที่ชนะได้โดยไม่คิดเอาชนะ
พวกเราอยู่ใน MCC HALL ทั้งวัน กว่าจะแข่งครบ 6 กระดาน ซึ่งลูกสาว ชนะ 4 แพ้ 2 แต่สำหรับการแข่งเป็นทีม 3 คนนั้น คนในทีมต้องชนะ 2 คนขึ้นไปจึงจะถือว่าทีมชนะ ซึ่งการแข่งครั้งนี้ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ทีมนี้ ชนะ 2 รอบ อยู่ในอันดับที่ 31 ทีม จากทั้งหมด 46 ทีม
ขอบคุณผู้จัดและขอบคุณทุกคนด้วยนะครับที่ร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับเราอีกครั้ง
2560/02/12
6,600 ค่าห้องผู้ป่วยเด็ก รีวิวห้องพักผู้ป่วยและห้องน้ำ
คุณภาพสมราคา รพ.พระราม 9
ห้องคืนละ 6,600 บ. เตียงเดียวขนาดเด็ก , โซฟาหนังเทียม, ห้องน้ำ
โรงพยาบาลปรับปรุงใหม่ สวยงาม
ปูพื้นด้วยไวนิลลามิเนท
มาชมห้องน้ำกัน
กระเบื้องปูพื้นสีเทาแบบไม่ลื่น
ผนังห้องน้ำด้านฝักบัวเป็นโมเสคแบบประหยัด และรอบผนังเป็นแกรนิตโต้ 60*60 สีเรียบ (ตามสเปคยอดนิยม)
ฝีมือการปูนับว่าดีมาก...
ชักโครกใช้ของ MOGEN onepiece และฝารองชักโครกของ wsp แบบทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ในอันเดียวกัน
เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบหินสังเคราะห์สีขาวเป็นชิ้นเดียว หัวก๊อกซิงค์ใหญ่และหัวฝักบัวของโตโต้
ห้องอาบน้ำฉากกั้นของ showerking
และราวฝักบัว shower rain ยี่ห้อ american standard
รอบๆห้องน้ำมีราวจับกันลื่น cotto. แอบเติมความน่ารักหมีน้อย vrh
เป็นการผสมผสานสินค้าหลายยี่ห้อดีอ่ะ
...
ดูรวมๆ แล้วเรียบหรู ตามงบประมาณการก่อสร้างที่ทางโรงพยาบาลต้องควบคุมไว้ให้อยู่ในงลประมาณการก่อสร้างนั้นเอง
2559/05/31
เด็กคือความงดงามที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้
เด็กคือความงดงามที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ไม่ว่าเขาจะเกิดมามั่งมีหรือยากจน. ทุกคนล้วนมีศักยภาพอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในตน
Unicef
Happy
Birthday
สิ่งที่สวยงามที่สุด
คืิอหัวใจแห่งการแบ่งปัน
และท่านคือผู้ที่มีหัวใจดวงนั้น
สุวัฒน์ พรฤกษ์งาม.
2558/06/24
GEN Y, GEN X, GEN Z, GEN ME รู้ยังว่าเราเป็นใคร???
ลองมองรอบตัวและติดตามดูเองนะว่าเขาและเธอมีอุปนิสัยคล้ายกับข้อมูลต่อไปนี้หรือไม่
1. Lost Generation
ประชากรยุคแรกที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2426-2443 หรือในช่วงทศวรรษที่ 80 ปัจจุบันคนกลุ่มนี้เสียชีวิตไปหมดแล้ว จึงถูกตั้งชื่อว่า "Lost Generation" เหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนยุคนี้ก็คือ การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1
2. Greatest Generation
Greatest Generation หรือที่รู้จักกันว่า G.I. Generation คนกลุ่มนี้เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2444-2467 คือยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาจึงกลายมาเป็นกำลังหลักของการต่อสู้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามสงบ เกิดสภาพเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก คนรุ่นนี้จึงเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง
ผู้คนในยุคนั้นจะมีความเป็นทางการสูง ผู้ชายจะใส่สูทผูกเนคไทเมื่อออกจากบ้าน คนในสังคมจะมีแบบแผนปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน คือ มีความคิด ความเห็น ความเชื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เชื่อมั่นรัฐบาล อำนาจรัฐ มีจิตสำนึกความเป็นพลเมืองร่วมกัน
3. Silent Generation
หมายถึงคนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2468-2488 ประชากรรุ่นนี้จะมีไม่มากเท่ารุ่นอื่น ๆ เพราะเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี และหลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ดังนั้น ผู้คนจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ต้องทำงานหนักในโรงงาน หามรุ่งหามค่ำ คนรุ่นนี้จึงมีความเคร่งครัดต่อระเบียบแบบแผนมาก มีความจงรักภักดีต่อนายจ้าง และประเทศชาติสูง เคารพกฎหมาย เป็นยุคที่ผู้หญิงเริ่มออกมาทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น กระทั่งเวลาผ่านไป เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว คนในรุ่นนี้จึงได้รับโอกาสมากขึ้น มีช่องทางการสร้างกิจการของตัวเอง รวมทั้งมีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นรากฐานจนถึงปัจจุบันนี้
4. เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer)
เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) หรือ Gen-B หมายถึงคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489 – 2507 หรือในยุคสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 สาเหตุ ที่เรียกว่า "เบบี้บูมเมอร์" ก็เพราะว่าหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง บ้านเมืองที่ผ่านการสู้รบได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชากรที่เหลืออยู่ในแต่ละประเทศจึงต้องเร่งฟื้นฟูประเทศให้กลับมาแข็ง แกร่งมั่นคงอีกครั้ง แต่ทว่า...สงครามที่ผ่านพ้นไปก็ได้คร่ากำลังพล และแรงงานไปเป็นจำนวนมาก ประเทศเหล่านี้จึงขาดแรงงานในการขับเคลื่อน ประเทศ คนในยุคนั้นจึงมีค่านิยมที่จะต้องมีลูกหลาย ๆ คน เพื่อสร้างแรงงานขึ้นมาพัฒนาประเทศชาติ จึงเป็นที่มาของคำว่า "เบบี้บูมเมอร์" นั่นเอง
ปัจจุบันนี้ คนยุคเบบี้บูมเมอร์คือคนที่มีอายุตั้งแต่ 49 ปีขึ้นไป และเริ่มเข้าสู่วัยชราแล้ว คนกลุ่มนี้จึงเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา มีความอดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก สู้งาน พยายามคิดและทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นเจ้าคนนายคน ถูกครอบครัวสั่งสอนมาให้เป็นคนประหยัด อดออม จึงมีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง คน ในยุคอื่น ๆ อาจจะมองคนยุคเบบี้บูมเมอร์ว่าเป็นพวก "อนุรักษนิยม" เป็นคนที่เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณี แต่คนกลุ่มนี้ถือว่าน่าจะมีจำนวนมากที่สุดในสังคมปัจจุบันเลยทีเดียว
เหตุการณ์สำคัญที่คนในรุ่นนี้เคยประสบ หรือเคยได้ยินก็คือ ข่าวความสำเร็จของการส่งนักบินอวกาศไปเหยียบดวงจันทร์ ข่าวการทำสงครามเวียดนาม เป็นต้น
5. เจเนอเรชั่น เอ็กซ์ (Generation X)
หลัง จากยุคเบบี้บูมเมอร์ส่งผลให้เด็กเกิดมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกนี้ไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้ได้ทุกคน เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนจึงกลับมานั่งคิดว่า หากไม่ควบคุมอัตราการเกิดไว้ สุดท้ายแล้วคนทั้งโลกก็จะขาดแคลนอาหาร ดังนั้น จึงเกิดเป็นยุค "เจเนอเร ชั่น เอ็กซ์" (Generation X) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "Gen-X" ที่เป็นกระแสตีกลับจากยุคเบบี้บูมเมอร์ มีการควบคุมอัตราการเกิดของประชากร อย่างเช่นในประเทศจีนก็มีการรณรงค์ให้คนมีลูกได้เพียง 1 คนเท่านั้น
คนยุคนี้จะเกิดอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2508-2522 อาจเรียกอีกชื่อว่า "ยับปี้" (Yuppie) ที่ย่อมาจาก Young Urban Professionals เพราะ เกิดมาพร้อมในยุคที่โลกมั่งคั่งแล้ว จึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาของวิดีโอเกม, คอมพิวเตอร์, สไตล์เพลงแบบฮิปฮอป และอาจทันดูทีวีจอขาวดำด้วย
ปัจจุบัน คนยุค Gen-X เป็นคนวัยทำงาน มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปแล้ว พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ที่เด่นชัดมากก็คือ ชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work–life balance) มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง มีความคิดสร้างสรรค์
อย่างไรก็ตาม หลายคนใน Gen-X มีแนวโน้มที่จะต่อต้านสังคม ไม่ได้เชื่อเรื่องศาสนา และ ไม่ได้ยึดขนบธรรมเนียมประเพณีมากนัก เป็นคนที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป อย่างเช่นมองว่าการอยู่ก่อนแต่ง หรือการหย่าร้างก็เป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับเรื่องเพศที่ 3 ซึ่งต่างจากกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่มองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องผิดจารีตประเพณี เป็นอย่างยิ่ง
6. เจเนอเรชั่น วาย (Generation Y)
ถัดจากยุค Gen-X ก็คือ ยุคเจเนอเรชั่นวาย (Generation Y) หรือ ยุค Millennials ซึ่งก็คือคนที่เกิดอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2523–2540 คนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และค่านิยมที่แตกต่างระหว่างรุ่นปู่ย่าตายาย กับ รุ่นพ่อแม่ แต่ก็รับเอาความเจริญรุดหน้าของเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตเข้ามาแทรกอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันด้วย
ยุคนี้จะเป็นยุคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้พ่อแม่ที่ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วจะดูแลเอาใจใส่ลูก ๆ เป็นอย่างดี เด็กยุคนี้จึงมักจะถูกตามใจตั้งแต่เด็ก ได้ในสิ่งที่คนรุ่นพ่อแม่ไม่ค่อยได้ มีการศึกษาดี มีลักษณะนิสัยชอบการแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบถูกบังคับให้อยู่กรอบ ไม่ชอบอยู่ในเงื่อนไข ชอบเสพข่าวสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่หลากหลาย มีอิสระในความคิด กล้าซัก กล้าถามในทุกเรื่องที่ตัวเองสนใจ ไม่หวั่นกับคำวิจารณ์ มีความเป็นสากลมาก มองว่าการนิยมชมชอบวัฒนธรรม หรือศิลปินต่างชาติเป็นเรื่องธรรมดา
ปัจจุบัน คนกลุ่มนี้อยู่ในทั้งช่วงวัยเรียน และวัยทำงาน และจากการที่ยุคนี้เป็นยุคที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่น่าแปลกใจที่คนกลุ่มนี้จะมีความสามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการ ติดต่อสื่อสาร ชอบงานด้านไอที ใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ รวมทั้งสามารถทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าสามารถใช้เครื่องมือเครื่องไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว อย่างที่เราอาจจะเคยเห็นภาพคนยุคใหม่ที่นั่งเล่น iPad ไปด้วย คุยโทรศัพท์ไปด้วย แถมบางคนยังกินข้าวไปพร้อม ๆ กันด้วยอีกต่างหาก
ในเรื่องการทำงาน คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการทำงานว่าสิ่งที่ทำมีผลต่อตนเองและต่อหน่วย งานอย่างไร และชอบทำงานเป็นทีม ต่างจากกลุ่ม Gen-X ที่ชอบวันแมนโชว์มากกว่า เพราะคนในวัย Gen-X จะถูกฝึกมาแบบนั้น ต่างจากวัย Gen-Y ที่เติบโตมาพร้อมกับการประชุม การระดมความคิดเห็น แต่ทว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ค่อยอดทนเหมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่นัก หวังที่จะทำงานได้เงินเดือนสูง ๆ แต่ไม่อยากไต่เต้าจากการทำงานข้างล่างขึ้นไป คาดหวังในการทำงานสูง ต้องการคำชม กลุ่ม Gen-Y มักจะจัดสรรเวลาให้งานและชีวิตส่วนตัวในจุดที่สมดุลกัน พอหลังเลิกงานอาจไปทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเอง เช่น ไปเล่นฟิตเนส ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง จะไม่ค่อยหมกมุ่นอยู่กับงานเหมือนกับคนรุ่นก่อน
นอกจากนี้ กลุ่ม Gen-Y จะเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีใจช่วยเหลือสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม มีความสัมพันธ์ที่ดีและแน่นแฟ้นกับพ่อแม่
7. เจเนอเรชั่น ซี (Generation Z)
Gen-Z คือ คำนิยามล่าสุดของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน หมายถึงคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 ขึ้นไป เทียบ อายุแล้วก็คือวัยของเด็ก ๆ นั่นเอง เด็ก ๆ กลุ่ม Gen-Z นี้ จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่อยู่แวดล้อม มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ และเรียนรู้ได้เร็ว เพราะพ่อแม่ใช้สิ่งเหล่านี้อยู่ในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กรุ่น Gen-Z แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ สมัยที่ยังเป็นเด็กอยู่ก็คือ เด็กรุ่นนี้จะ ได้เห็นภาพที่พ่อและแม่ต้องออกไปทำงานทั้งคู่ ต่างจากรุ่นก่อน ๆ ที่อาจจะมีพ่อออกไปทำงานคนเดียว ด้วยเหตุผลนี้ เด็ก Gen-Z หลาย ๆ คนจึงได้รับการเลี้ยงดูจากคนอื่นมากกว่าพ่อแม่ของตัวเอง
เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีข่าวที่ฮือฮามากในนิตยสาร “TIME” ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้นและยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง
เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ที่อ้างข้อมูลของโจเอล สไตน์ จาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา) พบว่า คนรุ่นใหม่กว่า 80 ล้านคนในอเมริกาที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-2000 นั้นหลงตัวเองเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่ และกว่า 80% ของคนรุ่นนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ต้องการได้งานที่มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
คนรุ่นใหม่นั้นได้รับการปลูกฝังเลี้ยงดูภายใต้วัฒนธรรม “แค่เข้าร่วมก็ได้ประกาศนียบัตร” โดยไม่สนใจถึงประสิทธิผลหรือวิธีการหรือความสำคัญของการเข้าร่วม ซึ่งทำให้พวกเขามักคิดว่า หากทำงาน พวกเขาควรได้รับการโปรโมตเลื่อนขั้นทุกๆ สองปีโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาที่ผลงานหรือประสิทธิภาพ
และจากข้อมูลดังกล่าว เขาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation ME หรือกลุ่มที่มองตัวเองสำคัญที่สุด มองว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่าง หรืออีกคำที่เขาเรียกว่าเป็นกลุ่มหลงตัวเอง
แม้จะมีความพยายามในการวิเคราะห์สาเหตุว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่และส่วนสำคัญที่สุดก็คือ การเลี้ยงดูของพ่อแม่มีส่วนอย่างมาก
แล้วเด็กแบบไหนกันที่มีแนวโน้มถูกเลี้ยงดูให้กลายเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกว่า Generation ME !!
ประการแรก ลูกเป็นศูนย์กลางของบ้าน
ถ้าเปรียบเทียบกับการเลี้ยงดูของชาวจีนก็ประมาณว่าจักรพรรดิน้อย ที่พ่อแม่คอยพะเน้าพะนอ อยากได้อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะกิน จะนอน จะเล่น จะเที่ยว จะให้ลูกเป็นผู้กำหนดตั้งแต่เล็ก ยกให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะรักลูกอยากตามใจลูก โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังหล่อหลอมให้ลูกของเรากลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง และมองตัวเองสำคัญที่สุด ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น
ประการที่สอง ลูกไม่เคยผิดหวัง
สืบเนื่องมาจากการเป็นศูนย์กลางของบ้าน เพราะฉะนั้นเมื่อผู้ใหญ่ในบ้านไม่เคยขัด และตามใจมาโดยตลอด จึงมักตอบสนองในทุกเรื่อง แม้บางเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เช่น การที่ลูกอยากได้ของเล่นของคนอื่น พ่อแม่ก็จะต้องพยายามหาทางให้ลูกได้ของเล่นชิ้นนั้น ไปขอยืมมา หรือไม่ก็ต้องดิ้นรนหาซื้อของเล่นชิ้นใหม่จนได้ เป็นต้น
ประการที่สาม ลูกไม่เคยแพ้
ในที่นี้เป็นเรื่องการแข่งขันที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก เป็นเด็กที่ต้องชนะ ไม่ว่าจเะเป็นการเล่นเกม หรือการเรียนก็ตาม ยกตัวอย่าง พ่อแม่ที่เล่นกับลูก ถ้าเป็นเกมที่ต้องมีผู้แพ้ชนะ พ่อแม่มักยอมให้ลูกเป็นฝ่ายชนะตลอด เวลาลูกแพ้ ลูกมักร้องไห้หรืออารมณ์เสีย แทนที่พ่อแม่จะสอนให้ลูกรู้จักการแพ้ชนะอย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้องตามกฎกติกา และให้เขาได้รู้จักการจัดการกับอารมณ์นั้น แต่พ่อแม่มักอ้างว่ารักลูก กลัวว่าลูกเสียใจก็เลยยอมแพ้ลูกตลอด จนเมื่อลูกต้องไปมีสังคมของเขาเอง เมื่อเขาแพ้ก็จะรู้สึกทนไม่ได้ ไม่ชอบหน้าอีกฝ่าย หรือบางทีก็กลายเป็นโกรธผู้นั้นไปเลย
ประการที่สี่ ลูกไม่เคยลำบาก
ข้อนี้มักเกิดกับกลุ่มพ่อแม่ชนชั้นกลางขึ้นไป ที่ไม่อยากให้ลูกลำบาก ยิ่งถ้าเป็นพ่อแม่ที่เคยผ่านความลำบากมาแล้ว ก็เลยมีความคิดว่าไม่อยากให้ลูกลำบากอีกต่อไป ซึ่งเป็นความคิดและความเข้าใจที่ผิด เพราะความลำบากจะทำให้ลูกมีภูมิต้านทานชีวิตที่ดี
ประการที่ห้า ลูกไม่เคยแก้ปัญหา
พ่อแม่จัดการแก้ปัญหาให้ลูกหมด เพราะคิดว่าลูกยังเด็ก ลูกคงแก้ปัญหาเองไม่ได้หรอก ทั้งที่บางเรื่องเป็นเรื่องเล็กๆ และเป็นเรื่องของเด็ก แต่พ่อแม่ก็ไม่ปล่อยวางให้ลูกได้ฝึกเจอสถานการณ์ด้วยตัวเอง แต่พ่อแม่เข้าไปแก้ปัญหาและจัดการให้หมด กลายเป็นจุ้นจ้านต่อชีวิตของลูกไปซะอีก เวลาลูกเจอปัญหาอะไรต้องให้เขาฝึกเผชิญด้วยตัวเอง มิเช่นนั้นแล้ว เขาก็จะมองเห็นแต่ตัวเอง เมื่อเกิดอะไรขึ้นมา เขาจะมองไม่เห็นปัญหาของคนอื่น หรือโทษว่าเพราะคนอื่นทำให้ฉันเกิดปัญหา
ประการที่หก ลูกได้รับคำชื่นชมและชมเชยแบบพร่ำเพรื่อ
การชื่นชมหรือชมเชยหรือให้กำลังใจลูกเป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องมีความพอดีและเหมาะสมกำกับอยู่ด้วย เพราะถ้าชื่นชมมากเกินไป พร่ำเพรื่อเกินไปก็กลายเป็นสร้างปัญหาด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชื่นชมเพียงแค่เปลือก ชมที่ภายนอก เช่น ชมว่าลูกแต่งตัวสวย หล่อ หรือหน้าตาดี แต่ไม่ได้ชมที่พฤติกรรมของการทำดี ก็จะทำให้ลูกหลงและถือดีว่าตัวเองหน้าตาดี และนำไปสู่อาการหลงตัวเองได้
ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วมีส่วนทำให้ลูกของคุณเข้าข่ายเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่คิดถึงตัวเอง หรือภาษาของคนชาวอเมริกันที่เขาบอกว่าเข้าข่ายหลงตัวเอง จนถึงกับบัญญัติศัพท์ใหม่ว่า “Generation ME” ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มักมองแต่ตัวเอง
2555/05/25
ราตรีนี้ (ยังอีกแสนไกล) ดนตรีสนุกยามค่ำคืน
2555/05/21
เมน อิน แบล็ค 3 MIB 3 หนังใหม่ที่น่าดู
ใน Men In Black™ 3 สายลับ
เจ (วิลล์ สมิธ) และเค (ทอมมี ลี โจนส์) กลับมาอีกครั้ง...และก็ทันเวลาซะด้วย
เจได้พบเห็นสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้มากมายตลอดระยะเวลา 15 ปีที่เขาอยู่กับ Men in Black แต่ไม่มีอะไร แม้แต่เอเลียน
ทำให้เขางุนงงได้มากเท่ากับคู่หูช่างจิกกัดของเขา แต่เมื่อชีวิตของเคและชะตากรรมของโลกใบนี้ตกอยู่ในอันตราย
สายลับ เจก็จะต้องย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขทุกอย่างให้กลับมาสู่ที่ทางของมัน
เจค้นพบว่าจักรวาลนี้มีความลับมากมายที่เคไม่เคยบอกเขา มันเป็นความลับที่จะเปิดเผยออกมาเมื่อเขาได้ร่วมงานกับ
สายลับ เควัยหนุ่ม (จอช โบรลิน) เพื่อช่วยเหลือคู่หูของเขา หน่วยงานและอนาคตของมนุษยชาติ
เรื่องนี้ถ้าจะให้ได้อรรถรสเพิ่มขึ้น แนะนำให้ไปดูแบบ 3 มิติ (3D)
2555/05/15
วันรายงานตัว และรับสัมภาษณ์ของนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโยีบุญถาวร
การเข้ารายงานตัวและรับสัมภาษณ์ของนักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร
เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2555 ณ สถาบันฯ
ซึ่งในวันนั้นก็มีการมอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนที่เรียนดี และมีความตั้งใจที่จะศึกษาในสถานศึกษาแห่งนี้
2554/08/26
โรค "มือ เท้า ปาก"พันธุ์ใหม่

2554/08/20
2554/07/07
เด็ก 5 ขวบ ก็ล้างจมูกเองได้
2554/07/02
เด็ก 4 เดือน สำลักนม เสียชีวิตได้
วิธีรับมือ : เช็กเรื่องการไหลของน้ำนม ถ้าไหลเร็วและมากเกินไป เวลาลูกดูดให้ใช้นิ้วคีบที่หัวนมเอาไว้ และระวังไม่ให้เต้านมไปปิดปากหรือจมูกของลูกด้วยค่ะ ส่วนการป้อนน้ำจากขวดก็ควรตรวจเรื่องความร้อนและการไหลของน้ำ อย่าปล่อยให้น้ำไหลเร็ว เพราะเด็กอาจกลืนไม่ทันแล้วเกิดอาการสำลักน้ำได้
ข้าวและสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป โดยมากจะพบในกรณีของว่าง เช่น ถั่ว หรือขนมที่เป็นเม็ด ที่เด็กยังเคี้ยวไม่ได้ ทำให้ติดคอหรือเกิดอาการสำลักได้ ควรให้ลูกนอนตะแคงใช้ผ้าอ้อมพันนิ้วหรือลูกสูบยางดูดออกมา ถ้าสำลักขั้นร้ายแรง น้ำหรือนมเข้าปอดแล้วเกิดอาการปอดบวม อาการคือตัวเขียว เหมือนจะหยุดหายใจ ควรรีบเอาลูกสูบยางดูดแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลค่ะ
2554/06/02
สร้างความคุ้นเคยให้กับเด็กรุ่นใหม่




เมื่อเดือนที่แล้ว งานฉลองวัดแม่พระฟาติมา ดินแดง ในวันที่ 13 พ.ค.54
ทางวัดได้จัดให้มีการแต่งตัวเด็กน้อย 2 คน เป็นซิสเตอร์และบาทหลวง เพื่อเป็นตัวแทนในการถวายพวงมาลัย และเดินไปถวายให้พระสังฆราช ทั้งในช่วงเ้ช้าและช่วงค่ำ ที่สำคัญทั้ง 2 คน ได้ถ่ายรูปคู่กับพระสังฆราช 2 องค์ ในวันเดียวกัน
นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดี และเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้กับเด็กรุ่นใหม่ ว่าชุดสีขาว หรือชุดนักบวช นั้นไม่น่ากลัว ใส่แล้วก็น่ารักดี วันนั้นทั้งวันเด็กน้อย 2 คนกลายเป็นคนดัง มีแต่คนมาขอถ่ายรูปกันตลอด
2554/02/04
ตรุษจีน 2011
ในวันนี้ที่พิเศษ ก็มีการรำอวยพร จากเด็กนักเรียน ที่แต่งกายเป็น อาหมวย และอาตี๋ มาให้ได้ชมกัน ก็นับว่าเป็นความน่ารัก น่าเอ็นดูไปอีกแบบหนึ่ง








