2555/08/15
จิตใต้สำนึก พลังแห่งผลสะท้อน
ผู้ที่แสดงออกซึ่งความคิดเชิงลบ หรือความคิดเชิงทำลายแบบปากต่อปากแน่ใจได้เลยว่าจะต้องได้รับผลของคำพูดเหล่านั้นในรูปของ "ผลสะท้อน" ที่เป็นอันตราย เพียงการปลดปล่อยกระแสความคิดเชิงทำลายแต่อย่างเดียวโดยไม่มีคำพูดช่วย ก็สามารทำให้เกิด "ผลสะท้อน" มากมายกว่าหนึ่งทางด้วยเช่นกัน
ข้อแรก ผู้ที่ปลดปล่อยความคิดที่เป็นภัยออกมา จะต้องพบกับผลร้ายอันเนื่องมาจากความเสียหายของความสามารถในการจิตนาการอย่างสร้างสรรค์
ข้อสอง อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นอันตรายซึ่งสถิตอยู่ในจิตนั้นจะสร้างบุคลิกภาพในเชิงลบที่เป็นรังเกียจของคน และบ่อยครั้งจะเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นศัตรู
และผลร้ายข้อที่สาม ที่จะเกิดแก่ผู้ที่คิดหรือปลดปล่อยความคิดเชิงลบออกมาก็คือ ความจริงที่ว่ากระแสความคิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังจะแทรกตัวลงฝังในจิตใต้สำนึกของผู้ที่ปลดปล่อยมันออกมาและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในนิสัยของคนผู้นั้นด้วย
เครดิต : นโปเลียน ฮิลล์ NAPOLEON HILL
2555/07/31
กฎแห่งการเสนอแนะตนเอง
2555/06/26
ใครซักคน.. เพลง และข้อคิดดีๆ ที่ได้จากหนัง อนุบาลเด็กโข่ง
เนื้อเพลง :
บางสิ่งที่หายไปจากหัวใจ ที่สำคัญและมันยิ่งใหญ่
กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป ต้องใช้เวลาแสนนาน
ฉันเป็นอย่างคนนั้น ที่ชีวิตนี้ เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น ถ้าวันนี้เพิ่งได้รู้ ว่า
ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้ ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร มันเหน็บหนาว
อยากจะขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน
ความสุขที่ล้วนมาจากข้างใน ขอแค่ยอมเปิดใจ กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป
ความรักที่เคยหวัง ฉันเป็นอีกคนนั้น ที่ชีวิตนี้เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น จนวันนี้
เพิ่งได้รู้ว่าใครซักคน เพื่อนแท้ฉันซักคน ที่มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้ ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร มันเหน็บหนาว
อยากขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน
ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้ ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร จะเหงาสักเท่าไร
**************************************
ข้อคิดที่ได้..ชัดเจนมาก...
การให้อภัย และการขอโทษ เรายังคงเป็นเพื่อนกันมาตลอด เราเลยมาขอโทษนาย
ในใจเริ่มมีการให้อภัย จึงมีการหลั่งสารเอนโดฟิน หรือ สารแห่งความสุข จากต่อมใต้สมอง เข้าสู่กระแสโลหิตและเข้าสู่สมอง
สารนี้จะทำให้จิตใจสบาย พร้อมจะรักตนเอง และรักคนอื่นได้ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง และสบายใจขึ้น
คนที่ไม่อภัยนั้นเป็นคนแพ้
2555/06/18
CEO กับการล้มกระดาน
2555/05/11
วินาทีเดียวเท่านั้น.. ดูโฆษณาแล้วมาย้อนมองดูตัวเอง
สถานที่ถ่ายทำ.. ก็สวยงามดีมากๆ
2555/03/31
วิทยาลัยเทคโนโลยี บุญถาวร อีกก้าวหนึ่งของบุญถาวร
2552/01/02
ฝากภาพรับปีใหม่ ๒๔๕๒ จาก ราชบุรี

2551/12/30
พาเที่ยว ราชบุรี (2) น้ำพุร้อน บ่อคลึง

คือ กลางแจ้ง เป็นแบบบ่อดิน เปิดโล่งเป็นธรรมชาติ กับ แบบสระปูกระเบื้อง ซึ่งจะอยู่ภายในอีกทีหนึ่ง ป่าป๊าเลือกบ่อดินเพราะดูเป็นธรรมชาติ และราคาถูกกว่า (ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท ของหนูฟรีค่ะ) แบบปูกระเบื้องคนละ 50 บาท การแต่งกายก็เป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้น หรือกางเกงวอร์มก็สามารถลงไปแช่น้ำร้อนได้อย่างสบายใจ น้ำในบ่อไม่ลึกมากประมาณเอวผู้ใหญ่ แต่สำหรับหนูยืนแล้วจมแน่ๆ เลยต้องเกาะคนโน้นที คนนั้นที อากาศเย็นๆ ได้อาบน้ำแร่อุ่นๆ แบบนี้ มีความสุขอย่าบอกใคร สมมุติว่าได้ไปอาบน้ำร้อนที่ญี่ปุ่น (ฮอนเซ็น) โดยไม่ต้องเสียตังค์แพงๆ ไงละ
น้ำในบ่อข้างนอก อุ่นกำลังดี มีท่อต่อจากต้นน้ำบนภูเขาลงมาที่บ่ออีกที และน้ำจะไหลเวียนออกไปตลอดเวลา หนูสงสัยว่าน้ำแร่ธรรมชาติจะมีวันหมดไปมั๊ย ถ้าหมดแล้วเขาจะเอาน้ำมาต้มให้ร้อน ทำเป็นน้ำแร่ให้นักท่องเที่ยวมาอาบต่อไป หรือเปล่านะ? (ฮ่า ฮ่า)
ในที่สุดหนูก็ต้องกล่าวคำอำลา จ.ราชบุรี เป็น 2 วัน 1 คืน ที่มีความสุขในครอบครัว เราอาจจะเถียงกันบ้าง บ่นกันบ้าง หรือหงุดหงิดใส่กันบ้างในตอนอยู่บ้าน แต่เมื่อนึกถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำดีๆ ที่ได้มาทำบุญไหว้พระ ขอพรร่วมกัน ก็เป็นเหมือนการเพิ่มพลังแห่งความรักในครอบครัว ขอบคุณพระเป็นเจ้าสำหรับการเดินทางที่ปลอดภัย ขอบคุณสำหรับพระพรต่างๆ ที่หนูได้รับทุกครั้งที่วอนขอ และขอบคุณที่ให้หนูได้เกิดมาเพื่อสัมผัส ความสวยงามจากสิ่งสร้างบนโลกใบนี้
ปล.พบกันใหม่กับทัวร์ครั้งหน้าเร็วๆ ตามคำสโลแกน เที่ยวไทยครื้นเครง เศรษฐกิจไทยคึกคักค่า.. หนูเอย
2551/12/23
ป่าป๊า พาเที่ยวราชบุรี ตอนที่ 1

แต่หนูถ่ายภาพของศิลาฤกษ์มาให้ชมด้วย

เสกศิลาฤกษ์ วันที่ 26 มกราคม ค.ศ.1985 โดยพระสังฆราชยอแซฟ เอก ทับปิง
วางศิลาฤกษ์ วันที่ 31 มกราคม ค.ศ.1988 โดยพระสังฆราช ยอห์น บอสโก มนัส จวบสมัย โอกาสระลึกศตวรรษสมโภช 100 ปี มรณภาพพ่อบอสโก
เสกวัดใหม่ วันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ.1990 โดยโดยพระสังฆราช ยอห์น บอสโก มนัส จวบสมัย


หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านซึ่งคุณพ่อซาวีโอ (มนตรี) จูสวย สงฆ์ไทยอาวุโสได้เคยมาทำงานแพร่ธรรมอยู่ก่อนแล้ว หลายปี คุณพ่อซาวีโอเป็นที่รักของชาวปากะญอเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับกำนันละเอิง บุญเลิศ คุณพ่อเข้า - ออกที่นั้นเป็นประจำทุกอาทิตย์ โดยพักอาศัย กินอยู่ และหลับนอนที่บ้านของกำนันผู้นี้ ในที่สุดคุณพ่อก็ได้ซื้อที่ดิน 1 แปลง มีเนื้อที่ 1 ไร่ ในหมู่บ้านนี้ ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของคุณพ่อเอง และได้สร้างบ้านพักพระสงฆ์ 1 หลัง เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่พัก ชั้นล่างปล่อยโล่ง ๆ
เมื่อปี ค.ศ.1982 คุณพ่อวิโรจน์ อินทรสุขสันต์ ได้ไปช่วยงานสังฆมณฑลเชียงใหม่ ตามโครงการมิสซังพี่ – มิสซังน้อง เมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระหฤทัย เชียงใหม่ ครบวาระ 6 ปี จึงได้ย้ายกลับมาสังฆมณฑลราชบุรี และเข้าดำรงตำแหน่งอธิการบ้านเณรเล็กราชบุรี คุณพ่อเคยมีความสนใจในงานแพร่ธรรมกับคนต่างศาสนาโดยตรง จึงได้เข้ามาสำรวจว่ามีมีครอบครัวคริสตังค์อยู่จำนวนเท่าไร หลังจากนั้น คุณพ่อจึงได้นัดพบกัน เพื่อทำมิสซาเดือนละครั้งในวันเสาร์ต้นเดือน โดยมิสซาจะเป็นภาษาไทย แต่จะเทศน์และขับร้องเป็นภาษาปากะญออาศัยกลุ่มเณรปากะญอเป็นผู้ช่วย มีคนมาร่วมมิสซาด้วยประมาณ 30 - 40 คน เป็นกะเหรี่ยงล้วน ๆ
ปี 1986 ได้ขอครูสอนคำสอนชาวกะเหรี่ยงจากเชียงใหม่ 1 คนมาอยู่ประจำ เพื่อสอนคำสอน สอนสวดบทสวด สอนขับร้องเป็นภาษาปากะญอให้แก่ผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนมากมักจะพูดไทยไม่ได้ และในปีนี้เองได้เริ่มส่งเด็กๆ ปากะญอมาเรียนคำสอนภาคฤดูร้อนที่ศูนย์สังฆมณฑลราชบุรี ปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด พูดไทยคล่องขึ้นและมีความกล้าขึ้นอีกด้วย นอกนั้นทางวัดยังได้จัดรถพาคริสตังค์กลุ่มนี้ออกไปร่วมฉลองในโอกาสต่าง ๆ ของสังฆมณฑลด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นการเปิดหูเปิดตาให้รู้จักศาสนจักรคาทอลิกมากขึ้น พวกเขาจะได้เกิดความเชื่อ ความศรัทธามากยิ่งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 1987 ได้เริ่มลงรากสร้างวัดใหม่ถวายแด่แม่พระฟาติมา บนเนินสูงเหนือหมู่บ้าน เป็นวัดเล็ก ๆ ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 21 เมตร สามารถบรรจุคนได้ 100 คน ด้านหลังวัดทำเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่พักพระสงฆ์ วัดหลังนี้ต้องใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 3 ปี จึงจะเสร็จเรียบร้อย ทั้งนี้ก็เพราะเหตุขัดข้องทางด้านการเงินและคนก่อสร้าง ซึ่งต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาถึง 4 ชุด ระยะทางก็อยู่ห่างไกล กันดาร การขนส่งอุปกรณ์ก่อสร้างก็ลำบาก รถติดทราย ติดหล่มเป็นประจำ ซ้ำคนงานยังป่วยเป็นไข้มาเลเรียกันบ่อย ๆ อีกด้วย
ที่สุดวัดแม่พระฟาติมา ห้วยคลุม ก็สำเร็จลงและได้รับการเสกโดย พระสังฆราช มนัส จวบสมัย เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1992 นอกจากตัววัดและหอระฆังแล้ว ก็ยังมีบ้านพักพระสงฆ์ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้อีก 1 หลัง พร้อมศาลาอเนกประสงค์ซึ่งโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีร่วมใจสร้างให้อีก 1 หลังด้วย
อู้หู.. ความลำบากเมื่อ 20 กว่าปีก่อนกว่าจะได้วัดหลังนี้มา ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้มีวัดและชุมชนที่น่ารักอีกแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะอยู่หากไกลจากตัวเมือง แต่ผู้คนที่นี้ยังสะอาดบริสุทธิ์ ยิ้มแย้ม แจ่มใส มีน้ำใจไมตรี มีคุณลุงคนหนึ่งชวนแม่ให้พาหนูเดินลงเขาไปเยี่ยมชมหมู่บ้านทางด้านล่างของวัด แม่มองทางลงก็ได้แต่ยิ้มกับคุณลุง ก็แหม ตอนขาลงนะไม่เท่าไรหรอก แต่ตอนขาขึ้นี่สิ แม่คงไม่อยากเข็นครก เอ๊ย เข็นหนูขึ้นภูเขาด้านข้างของวัดมีศาลาเล็กๆ ให้นั่งชมวิวด้วย มองออกไปเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน มีบ้านคนอยู่ประปราย พื้นที่บางส่วนก็ถูกถางทำเป็นแปลงปลูกพืชดูเป็นระเบียบ ตัดกับภาพป่าไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ยิ่งอากาศเย็นๆ ช่วงเดือนธันวา ทำให้หนูรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอกเลย (จริงๆ ก็ไม่เคยไปหรอก เห็นแต่ในโทรทัศน์) พักผ่อนสูดอากาศ ชาร์ตพลัง จนเต็มปอด เราก็ขอลาคุณพ่อ และลุงๆ ป้าๆ ชาวปะกาญอ เพื่อเดินทางต่อ (โปรดติดตามตอนต่อไป)
2551/11/22
ชมภาพ วัดนักบุญเยราร์ด
2551/11/21
แนะนำวัดนักบุญเยราร์ด จ.ขอนแก่น
สิ่งแรกที่ได้เห็นเลยก้อคือตัวโบสถ์สีขาว ดูโปร่งโล่งสบาย...ตามแบบฉบับมหาไถ่
จริงๆนะ...ไม่เชื่อลองไปสังเกตวัดของคณะมหาไถ่ดูสิ เกือบทุกวัดจะเป็นลักษณะนี้เกือบทั้งหมดเลย บริเวณด้านหน้าวัดจะมีรูปปั้นนักบุญเยราร์ดองค์ใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งเมื่อมองไปด้านหลังเห็นตัวโบสถ์เป็นพื้นหลัง
แถมเยื้องๆไปทางขวานิดนึงยังมีหอนาฬิกาสีขาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ โห........สวยเหมือนกันนะเนี่ย
เรียกได้ว่ามุมด้านหน้านี้เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยมากๆรูปนึงเลยล่ะ ว้าวๆๆๆๆ...เลือกกดชัตเตอร์กันได้ตามใจชอบเลย แล้วเมื่อเดินเข้าไปภายในวัด จะได้เห็นพระแท่นที่ดูเรียบหรู ด้านขวาเป็นรูปปั้น น.เยราร์ด ให้ได้มาขอพรกัน พอหันกลับมาด้านหลังที่นั่ง เราก็จะได้เห็นกับภาพกระจกสีรูปใหญ่ เป็นรูปนักบุญเยราร์ดอีกเช่นกัน
เวลามองแล้วมีแสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามานะ...สวยไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย
(ได้ข่าวมาว่าภาพกระจกสีนี้เพิ่งสร้างเสร็จก่อนงานฉลองวัดในปีนี้ (11 ต.ค.51) ไม่นานเอง เรียกได้ว่าใหม่ๆซิงๆเลย)
เมื่อเดินออกมาภายนอกวัดแล้ว บริเวณด้านขวาจะมีรูปปั้นแม่พระ และพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูอยู่ด้วย อยากบอกว่าถ้าแอบเดินเข้าไปด้านหลังวัดนิดนึงนะ จะมีศาลาเป็นคล้ายๆเพิงเล็กๆให้ไปนั่งเล่นได้ด้วยล่ะ ซึ่งเราเองก้อย่อมไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก (เผื่อจาได้อารมณ์แบบอีสานบ้านนากับเค้านิดนึง 555+)
ระหว่างที่พวกเด็กๆ กำลังเพลิดเพลินกับการเดินเล่นรอบวัดอยู่ ผู้ใหญ่ๆ ก็ไปคุยกับคุณพ่อที่บ้านพักพระสงฆ์ บ้านพักพระสงฆ์ของที่นี่ดูกลมกลืนกับวัดมากมาย ออกแบบเป็นทรงคล้ายๆกันเลยล่ะ เรียกได้ว่าดูเข้ากัน
ภายในบ้านพ่อก็มีวัดน้อย (ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ...อาจเป็นแบบที่สวดมนต์ของคุณพ่อ แบบนั้นก็ได้)
มีโถงทางเดินเล็กๆ ที่มองออกไปแล้วจะเห็นด้านหลังของรูปปั้นแม่พระ เลยไปอีกนิดนึงก็เป็นบริเวณหน้าวัดพอดีเลย หลังจากคุยกันจบ..คุณพ่อได้แนะนำร้านอาหารก๋วยเตี๋ยวเป็ด ข้าวมันไก่ ซึ่งคุณพ่อการันตีเองเลยว่าอร่อยมากๆ
นอกจากแนะนำให้แล้ว ยังใจดีขับรถนำพวกเราไปอีกด้วย ร้านนี้ก้อตั้งอยู่ไม่ไกลจาวัดมากเท่าไรนัก
อยากบอกว่าก๋วยเตี๋ยวเป็ดอร่อย แล้วให้เนื้อแบบเป็ดเป็นเป็ดอ่ะ (ไม่ใช่แค่วิญญาณเป็ด )
แต่ที่คุณพ่อเค้าภูมิใจนำเสนอมากกว่าคือข้าวมันไก่ ก้อไม่รู้เหมือนกันว่าอร่อยมั้ย...ไม่ได้กินเจ้ค่ะ เมื่ออิ่มหนำสำราญกันเรียบร้อยแล้วก็ร่ำลาคุณพ่อ หลังจากนั้นออกเดินทางต่อสู่จังหวัดหนองคาย
การเดินทางสามารถเข้าไปดูแผนที่ได้ที่นี้
http://maps.google.com/maps/ms?msa=0&msid=102815591993632318413.0004581e8afd03f555dbc&ie=UTF8&z=17
2551/11/17
แผนที่วัด และ เกร็ดน่ารู้ ของนักบุญยอแซฟ



นักบุญยอแซฟ ทรงเป็นหัวหน้าครอบครัวเล็กๆ ที่ต่ำต้อย ทั้งนี้เพื่อว่าบรรดาผู้คนร่วมสมัยกับท่าน จะได้สามารถแลเห็นความเป็นจริงของการเสด็จมารับสภาพเป็นมนุษย์ของพระวจนาตถ์ ทั้งจะได้สามารถค้นพบความยิ่งใหญ่ของความเป็นจริงที่ต่ำต้อยนั้น ซึ่งพระเจ้าได้ทรงใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับบันดาล ให้แผนการณ์ช่วยมนุษย์ให้รอดได้สำเร็จไป
นักบุญยอแซฟ พระภัสดาของพระนางพรหมจารีมารีย์ ทรงเป็นผู้ชอบธรรมคนสุดท้ายของพระธรรมเก่า เพราะท่านได้เจริญชีวิตโดยอาศัยความเชื่อจริงๆ และโดยอาศัยความเชื่อนี่เอง ที่ท่านสมจะได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ดูแลรักษา “พระสัญญา” ซึ่งบัดนี้ได้สำเร็จเป็นความจริงขึ้นมาแล้วใน “ธรรมล้ำลึกของการช่วยให้รอด” พระวรสารได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของท่านว่า ท่านเป็นรูปแบบขั้นพื้นฐานในแผนการณ์แห่งความรักของพระบิดาเจ้า พร้อมกับหน้าที่พิเศษที่ท่านได้รับมอบหมาย ในฐานะที่เป็นบิดาเลี้ยงของพระเยซูคริสตเจ้า ความศรัทธาภักดีและการเคารพให้เกียรติที่บรรดาสัตบุรุษมีต่อนักบุญยอแซฟ ย่อมแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าได้ทรงเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด สำหรับงานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์และในเวลาที่เหมาะสมที่สุดด้วย
รายละเอียดแผนที่การเดินทาง
วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ St.Joseph Church

2 พศจิกายน 2551 ณ วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์
ออกเดินทางเวลา 9.30 น.
จากโบสถ์แม่พระฟาติมา ดินแดง ขับไปตามเส้นทาง ถ.อโศก-ดินแดง ผ่านศูนย์ประชุมสิริกิต์ แล้วมุ่งหน้าไปสู่ ถ.พระราม 3 ซึ่งในปัจจุบันมีการเดินทางที่สะดวกมากๆ หลังจากที่มีถนนสายใหม่ๆ ตัดผ่าน เช่น ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม, ถ.สาธุประดิษฐ์ตัดใหม่ เป็นต้น ทำให้การเดินทางนั้นสะดวกรวดเร็ว เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงถนนสาธุประดิษฐ์ แล้วมุ่งหน้าเพื่อเข้าซอยสาธุประดิษฐ์ 20 ซึ่งจะเป็นซอยที่ตัดร่วมกับ ซอยจันทน์ 43 (ซอยวัดไผ่เงิน)
และก็มาถึงวัดนักบุญยอแซฟ ซึ่งตั้งอยู่ในรั้วเดียวกันกับโรงเรียนเปรมฤดีศึกษา
อาคารวัดเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยที่วิจิตรสวยงามมากแห่งหนึ่ง ซึ่งในกรุงเทพฯ จะมีวัดที่มีอาคารทรงไทย เท่าทีข้าพเจ้านึกได้ประมาณ 4 วัด (วัดพระมหาไถ่, วัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร, วัดพระกุมารเยซู และวัดนักบุญยอแซฟ)
ภายในวัดนั้นเย็นสบายด้วยอาคารที่โปร่งสูง และมีประตูซึ่งทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกมากๆ
วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี ที่ คณะอุร์สุลิน จัดงาน “ปฏิญาณตนตลอดชีพ ของ ซิสเตอร์จันทนา วงศ์สรรคกร”
มีญาติ และแขกมาร่วมงานจำนวนกำลังพอด ไม่มากจนล้น หรือน้อยเกินไป
ขออนุญาตนำสาสน์สมัชชา คณะอุร์สุลิน ค.ศ.2007 มาไว้ ณ ที่นี้
จงเข้มแข็งและมั่นใจเถิด
อย่าตกใจหรือ คร้ามกลัวเลย
ท่านไปในถิ่นฐานใด
พระเจ้าทรงสถิตกับท่าน
Be fearless then,
Be confident ;
wherever you go,
the Lord is with you.
เสริมพลังแกร่งกล้า
ด้วยพระวาจาของพระเจ้า และการเข้าร่วมกลุ่มเป็นหนึ่งเดียวกัน
ในความเชื่อ ให้เรามีความกล้าหาญ ข้ามโพ้นพรมแดน
และพร้อมกับอัญจลา...เป็นเครื่องหมายแห่งการคืนดีกัน และความหวัง
Strengthened
By the word of God and by our communion with each other,
Let us have the courage to go beyond our borders
And with Angela, to be signs of reconciliation and of hope
หลังจาพิธีเสร็จสิ้นก็รับประทานอาหารที่เขาจัดเลี้ยงไว้ให้ แต่ข้าพเจ้าและครอบครัว ออกมาเดินดูภายนอกว่ามีร้านอาหารสำหรับคนในละแวกนี้หรือไม่ ซึ่งก็ขอแนะนำแค่ 2 อย่างก็น่าจะพอ
บะหมี่เกี๊ยวอยู่ตรงหัวมุม ซอย ฝั่งตรงข้ามกับวัดไผ่เงิน เส้นบะหมี และเกี๊ยวสีออกสีขาวๆ จะไม่เหลืองมากเหมือนกับบะหมี่ทั่วไป เส้นเหนียวนุ่ม อร่อยกำลังดี พร้อมกับน้ำซุปเข้มข้น
ขนมโตเกียวเพชร
อร่อยมาก มีหลากลายไส้ให้เลือก ไส้กรอกแฮมชีส, หมูแดงพิเศษ, ไข่นกกระทาประยุกต์ ซึ่งเป็นรถสามล้อเครื่องขายตระเวนภายในบริเวณนี้ ซึ่งมีป้ายบอกว่าขายที่ไหนเวลาใด หากใครได้มีโอกาสผ่านแถวนี้ และเห็นรถเข็นที่มีคนมุ่งซื้อขนมโตเกียวอยู่ละก็ ก็ขอให้รีบเข้าไปต่อคิว เพื่อจะได้ลองลิ้มชิมรสขนมโตเกียวที่แสนจะนุ่ม และหอมอร่อยทีเดียวเชียวล่ะ..
มิสซาวันอาทิตย์
เวลา 8.30 น.
เวลา 10.30 น.
เวลา 17.00 น.
2551/10/27
วัดคาทอลิค วัดพระวิสุทธิวงส์ ลำไทร คลอง 12

2551/07/30
ความตั้งใจ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง


หลังจากนั้นสองคนแม่ลูกก็พากันไปสำรวจของกิน อุ๊ยตรงนี้มีก๋วยเตี๋ยว ทางนั้นมีหอยทอด ด้านโน้นมีหมูสะเต๊ะ และอื่นๆอีกมากมาย อีกมากมาย อีกมากมายๆ เฮ้อพอเห็นของกินแล้วสติแตกทุกที ถึงคิวจะยาวเราก็บ่ยั่น ถึงหัวจะเหม็นควันเราก็บ่ถอย ในที่สุดต่างคนต่างสวาปาม เอ่อหมายถึงรับประทานอย่างรีบด่วน เพราะมัวแต่หลงแสงสี ดูนาฬิกาอีกทีเกือบ 10.30 น. มิสซาจะเริ่มแล้ว กินเสร็จก็รีบไปหาที่นั่งซึ่งเกือบเต็มหมดแล้วทั้งๆที่ควรจะมานั่งจองไว้แต่เนิ่นๆ ตอนแรกตั้งใจจะเป็นคริสตชนที่ดีนั่งฟังมิสซาในวัดและถือโอกาสแก้บาปก่อนเริ่มพิธี แหมมางานบุญทั้งทีขอคนบาปกลับใจหน่อย แต่ก็ต้องตกม้าตายเมื่อเจอปีศาจหมูสะเต๊ะล่อลวง

ผลออกมาเป็นไงเหรอ อย่างน้อยก็ได้ทำบุญก่อน (เพราะเขาตั้งโต๊ะไว้หน้างาน) แต่ก็ไม่ได้ร่วมพิธีอย่างดี เพราะแอบลุกไปแก้บาป กลับมาถึงที่นั่งก็เป็นช่วงเทศน์พอดี ระหว่างนั้นใจก็พะวงว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปวัด+วิวเลย กลัวแดดจะหุบ ฝนจะตกซะก่อน อยากลุกไประหว่างพิธีก็ไม่ได้ พอจบมิสซาจะไปถ่ายรูปก็ห่วงแม่เดี๋ยวจะเดินหกล้ม เพราะจะไปหาของกินรอบสอง (โอ้แม่เจ้า น้ำย่อยทำงานเร็วมากกกก)














