แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศรัทธา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศรัทธา แสดงบทความทั้งหมด

2555/08/15

จิตใต้สำนึก พลังแห่งผลสะท้อน


ผู้ที่แสดงออกซึ่งความคิดเชิงลบ หรือความคิดเชิงทำลายแบบปากต่อปากแน่ใจได้เลยว่าจะต้องได้รับผลของคำพูดเหล่านั้นในรูปของ "ผลสะท้อน" ที่เป็นอันตราย เพียงการปลดปล่อยกระแสความคิดเชิงทำลายแต่อย่างเดียวโดยไม่มีคำพูดช่วย ก็สามารทำให้เกิด "ผลสะท้อน" มากมายกว่าหนึ่งทางด้วยเช่นกัน

ข้อแรก ผู้ที่ปลดปล่อยความคิดที่เป็นภัยออกมา จะต้องพบกับผลร้ายอันเนื่องมาจากความเสียหายของความสามารถในการจิตนาการอย่างสร้างสรรค์

        ข้อสอง อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นอันตรายซึ่งสถิตอยู่ในจิตนั้นจะสร้างบุคลิกภาพในเชิงลบที่เป็นรังเกียจของคน และบ่อยครั้งจะเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นศัตรู

         และผลร้ายข้อที่สาม ที่จะเกิดแก่ผู้ที่คิดหรือปลดปล่อยความคิดเชิงลบออกมาก็คือ ความจริงที่ว่ากระแสความคิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังจะแทรกตัวลงฝังในจิตใต้สำนึกของผู้ที่ปลดปล่อยมันออกมาและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในนิสัยของคนผู้นั้นด้วย

เครดิต : นโปเลียน ฮิลล์  NAPOLEON HILL



2555/07/31

กฎแห่งการเสนอแนะตนเอง


กฎแห่งการเสนอแนะตนเอง
ที่สามารถผลักดันผู้ที่เชื่อมั่นและศรัทธา ดังบทกวีที่อธิบายได้ดังต่อไปนี้

หากเจ้า คิด ว่าเจ้าแพ้ เจ้าก็แพ้
หากเจ้า คิด ว่าเจ้าไม่กล้า เจ้าก็ไม่กล้า
หากเจ้าอยากชนะ แต่เจ้า คิด ว่าเจ้าไม่สามารถ
ก็แทบจะแน่นอนเลยว่าเจ้าจะไม่ชนะ
หากเจ้า คิด ว่าเจ้าจะปราชัย เจ้าก็จะปราชัย
เพราะเราพบว่าบนโลกใบนี้

ความสำเร็จ เริ่มต้นจากความตั้งใจแน่วแน่ของคนผู้นั้น
ทั้งหมดล้วนอยู่ใน ความคิด
หากเจ้า คิด ว่าเจ้าเหนือกว่า เจ้าก็จะเหนือกว่า
เจ้าจะต้อง คิด สูงเพื่อจะขึ้นสูง
เจ้าจะต้อง แน่ใจ ในตัวเจ้าก่อน ที่เจ้าจะชนะรางวัลใดๆ
ในสงครามแห่งชีวิต
ผู้ที่แข็งแรงกว่า หรือเร็วกว่าไม่ชนะเสมอไป
ไม่ช้า หรือเร็ว ผู้ที่จะชนะก็คือ
ผู้ที่ คิดว่าเขาสามารถจะชนะ

by 
"นโปเลียน ฮิลล์"
"Napoleon Hill"

2555/06/26

ใครซักคน.. เพลง และข้อคิดดีๆ ที่ได้จากหนัง อนุบาลเด็กโข่ง




ใครซักคน  : อัครชัย

เนื้อเพลง :

บางสิ่งที่หายไปจากหัวใจ ที่สำคัญและมันยิ่งใหญ่ 
กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป ต้องใช้เวลาแสนนาน

ฉันเป็นอย่างคนนั้น ที่ชีวิตนี้ เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น ถ้าวันนี้เพิ่งได้รู้ ว่า
ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้  ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร  มันเหน็บหนาว
อยากจะขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน

ความสุขที่ล้วนมาจากข้างใน  ขอแค่ยอมเปิดใจ กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป
ความรักที่เคยหวัง  ฉันเป็นอีกคนนั้น ที่ชีวิตนี้เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น จนวันนี้

เพิ่งได้รู้ว่าใครซักคน เพื่อนแท้ฉันซักคน ที่มองข้ามผ่าน 
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ  เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้ ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร มันเหน็บหนาว
อยากขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน


ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้  ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร  จะเหงาสักเท่าไร



**************************************



ข้อคิดที่ได้..ชัดเจนมาก...
การให้อภัย และการขอโทษ  เรายังคงเป็นเพื่อนกันมาตลอด เราเลยมาขอโทษนาย

ในใจเริ่มมีการให้อภัย จึงมีการหลั่งสารเอนโดฟิน หรือ สารแห่งความสุข จากต่อมใต้สมอง เข้าสู่กระแสโลหิตและเข้าสู่สมอง
สารนี้จะทำให้จิตใจสบาย พร้อมจะรักตนเอง และรักคนอื่นได้  มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง และสบายใจขึ้น


คนที่ไม่อภัยนั้นเป็นคนแพ้




2555/06/18

CEO กับการล้มกระดาน

CEO กับ การล้มกระดาน

เป็นชื่อเรื่องที่คนทำงานได้พูดขึ้นมา เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.. 
ในวันที่ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
จากความเข้าใจในการทำงาน การบัญชาการงานที่สั่งไปให้ลูกน้องทำ  
กลายเป็นความไม่เข้าใจ 
กลายเป็นลูกน้องต้องการคำตอบจากหัวหน้า  
กลายเป็นลูกน้องบีบคั้นต้องการคำตัดสินใจ 
กลายเป็นหนทางที่หัวหน้าต้องเลือก

ทำให้หัวหน้างาน ต้องล้มกระดาน หรือโยนหมากยอมแพ้  
ในหนทางที่เขาพาเดินไปนั้น  
และกล่าวคำว่า ยอมแพ้ ในฐานะที่เป็นหัวหน้า  
 เพื่อจะได้เริ่มเดินหมากกันใหม่อีกหนึ่งครั้ง 
หรืออาจจะต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นไปเลย




2555/05/11

วินาทีเดียวเท่านั้น.. ดูโฆษณาแล้วมาย้อนมองดูตัวเอง

วินาทีเดียวเท่านั้น..  ดูโฆษณาแล้วมาย้อนมองดูตัวเอง

ตอนที่ 1



ตอนที่ 2



ตอนที่ 3



สถานที่ถ่ายทำ.. ก็สวยงามดีมากๆ

2555/03/31

วิทยาลัยเทคโนโลยี บุญถาวร อีกก้าวหนึ่งของบุญถาวร

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 35 ในธุรกิจก่อสร้างและตกแต่ง ได้เข้าใจถึงปัญหาและอุปสรรคของลูกค้า ว่าหาช่างก่อสร้าง หรือผู้รับเหมาฝีมือดีๆ ยากมาก ทำให้บุญถาวรได้พยายามที่จะตั้งเป็นสถาบันศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และให้การสนับสนุกการฝึกช่างก่อสร้างเพื่อเข้าประกวดในเวทีนานาชาติ
การจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร จึงได้กำเนิดเกิดขึ้นในปี 2555

ปรัชญาวิทยาลัย
ทักษะเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม ล้ำเลิศวิชา



วิสัยทัศน์
เป็นสถานศึกษาประเภทอาชีวศึกษา ที่มุ่งมั่นผลิต และพัฒนากำลังคนสาขางานช่าง และสาขาอื่นๆ ให้มีความชำนาญ และมีมาตรฐานฝึมือสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยมีหลักสูตรการศึกษาทั้งในระดับ ปวช. ปวส. ในสาขาดังต่อไปนี้
สาขาวิชาการก่อสร้าง
ผู้เรียนจะได้รับความรู้และทักษะในด้านการก่อสร้างอย่างครบวงจร ผ่านการปฏิบัติงานจริงเพื่อความเชี่ยวชาญในการก่อสร้าง เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพช่างฝีมือก่อสร้าง และก้าวไปสู่การเป็นผู้รับเหมารายย่อย และก้าวเข้าการเป็นเจ้าของกิจการในอนาคต

สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้ในด้านคอมพิวเตอร์สำหรับงานธุรกิจผ่านการเรียนรู้ในเรื่องการใช้โปรแกรมการจัดการ การแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในงานธุรกิจ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.boonthavorn.com/college

เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ สำหรับปีการศึกษา 2556 
แล้ววันนี้...
รีบสมัครด่วน !!!

2552/01/02

ฝากภาพรับปีใหม่ ๒๔๕๒ จาก ราชบุรี







รูปภาพล้วนๆ
4 ภาพบน วัดแม่พระฟาติมา ห้วยคลุม สวนผึ้ง
4 ภาพต่อมา วัดนักบุญเปาโลกลับใจ โพธาราม
3 ภาพสุดท้าย รองอาสนวิหารยอห์น บอสโก

2551/12/30

พาเที่ยว ราชบุรี (2) น้ำพุร้อน บ่อคลึง


และก็ถึงยังจุดหมาย ธารน้ำพุร้อนบ่อคลึง ขับรถจาก อ.สวนผึ้ง ไปทางน้ำตกเก้าโจน 16 กม. ลักษณะเป็นลำธารน้ำร้อนเล็กๆ จากเทือกเขาตะนาวศรี มีน้ำไหลซึมออกมาจากตาน้ำใต้ดินไม่ขาดสาย ซึ่งมีก้อนหินใหญ่เล็กเรียงรายตามร่องน้ำตลอดทางประมาณ 300 เมตร สองฝั่งลำธารแวดล้อมด้วยพืชพรรณไม้จากธรรมชาติ การไหลรินของน้ำมีตลอดทั้งปี แม้ในฤดูแล้งปริมาณน้ำไหลจะน้อยลงบ้างไม่ถึงกับแห้ง ที่จุดต้นน้ำซึ่งเป็นตาน้ำผุดออกมาจากใต้ดินนั้นเป็นจุดที่มีอุณหภูมิสูงสุด ความร้อนประมาณ 120-136 องศาฟาเรนไฮต์ สถานที่แห่งนี้พบโดยเอกชนขณะกำลังขุดเหมืองแร่ ในช่วงปี พ.ศ.2468 และทำการปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อมาจนทุกวันนี้ การจัดการเป็นแบบเรียบง่าย มีค่าเข้าพื้นที่คนละ 5 บาท แล้วเดินเข้าไปอีกหน่อยด้านขวามือจะมีป้ายเขียนว่าพื้นที่ให้กางเต็นท์ และตรงไปอีกนิดก็เป็นจุดที่ลงไปอาบน้ำแร่ได้ ซึ่งบ่อน้ำแร่นี้มีให้เลือก 2 แบบ
คือ กลางแจ้ง เป็นแบบบ่อดิน เปิดโล่งเป็นธรรมชาติ กับ แบบสระปูกระเบื้อง ซึ่งจะอยู่ภายในอีกทีหนึ่ง ป่าป๊าเลือกบ่อดินเพราะดูเป็นธรรมชาติ และราคาถูกกว่า (ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท ของหนูฟรีค่ะ) แบบปูกระเบื้องคนละ 50 บาท การแต่งกายก็เป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้น หรือกางเกงวอร์มก็สามารถลงไปแช่น้ำร้อนได้อย่างสบายใจ น้ำในบ่อไม่ลึกมากประมาณเอวผู้ใหญ่ แต่สำหรับหนูยืนแล้วจมแน่ๆ เลยต้องเกาะคนโน้นที คนนั้นที อากาศเย็นๆ ได้อาบน้ำแร่อุ่นๆ แบบนี้ มีความสุขอย่าบอกใคร สมมุติว่าได้ไปอาบน้ำร้อนที่ญี่ปุ่น (ฮอนเซ็น) โดยไม่ต้องเสียตังค์แพงๆ ไงละ


น้ำในบ่อข้างนอก อุ่นกำลังดี มีท่อต่อจากต้นน้ำบนภูเขาลงมาที่บ่ออีกที และน้ำจะไหลเวียนออกไปตลอดเวลา หนูสงสัยว่าน้ำแร่ธรรมชาติจะมีวันหมดไปมั๊ย ถ้าหมดแล้วเขาจะเอาน้ำมาต้มให้ร้อน ทำเป็นน้ำแร่ให้นักท่องเที่ยวมาอาบต่อไป หรือเปล่านะ? (ฮ่า ฮ่า)
ในที่สุดหนูก็ต้องกล่าวคำอำลา จ.ราชบุรี เป็น 2 วัน 1 คืน ที่มีความสุขในครอบครัว เราอาจจะเถียงกันบ้าง บ่นกันบ้าง หรือหงุดหงิดใส่กันบ้างในตอนอยู่บ้าน แต่เมื่อนึกถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำดีๆ ที่ได้มาทำบุญไหว้พระ ขอพรร่วมกัน ก็เป็นเหมือนการเพิ่มพลังแห่งความรักในครอบครัว ขอบคุณพระเป็นเจ้าสำหรับการเดินทางที่ปลอดภัย ขอบคุณสำหรับพระพรต่างๆ ที่หนูได้รับทุกครั้งที่วอนขอ และขอบคุณที่ให้หนูได้เกิดมาเพื่อสัมผัส ความสวยงามจากสิ่งสร้างบนโลกใบนี้

ปล.พบกันใหม่กับทัวร์ครั้งหน้าเร็วๆ ตามคำสโลแกน เที่ยวไทยครื้นเครง เศรษฐกิจไทยคึกคักค่า.. หนูเอย

2551/12/23

ป่าป๊า พาเที่ยวราชบุรี ตอนที่ 1
























ดีใจจัง วันหยุดสุดสัปดาห์นี้หนูจะได้ไปเที่ยวที่ราชบุรี ตอนแรกแม่บอกว่าจะพาหนูไปงานแต่งงานที่นั่น แบบไปเช้าเย็นกลับ แต่ป่าป๊าอยากพาหนูเที่ยว (หรืออยากเที่ยวเองก็ไม่รู้) เลยจัดมินิทัวร์แสวงบุญควบคู่กับการไปพักผ่อนที่ราชบุรี 2 วัน 1 คืน





วัดแรกของราชบุรีที่หนูได้ไปเยือน คือ รองอาสนวิหารนักบุญยอห์น บอสโก ซึ่งอยู่ในบริเวณโรงเรียนดรุณา ราชบุรี มองจากภายนอกดูสวยสง่า แข็งแรง มีบันไดสูงหลายสิบขั้นทอดยาว จากทางด้านปีกซ้าย ปีกขวา และด้านหน้าของวัด กว่าจะขึ้นไปถึงตัววัดได้ หนูก็เสียเหงื่อไปหลายหยดเหมือนกัน แต่ก็นับว่าคุ้มเพราะพอมาถึงลานหน้าวัดได้นั่งพัก มองดูวิวจากด้านบน ก็ทำให้หายเหนื่อย รอบๆบริเวณที่นั่ง มีไม้ใหญ่ เช่น ต้นลีลาวดี ปลูกให้ความร่มรื่น สบายตา ภายในวัดก็เย็นสบาย เพราด้านข้างของวัด เป็นประตูเปิดโล่งตลอด มีระเบียงทั้งด้านซ้าย และด้านขวา อีกอย่างที่หนูชอบมากคือ กระจกสีรูปพระ และนักบุญต่างๆ ตรงผนังด้านบนของวัด เวลาแสงอาทิตย์ส่องมากระทบยิ่งดูสวยจนหนูเดินมองเพลินเลยทีเดียว (อยากมาดูของจริงต้องมาที่วัดเองค่า)
แต่หนูถ่ายภาพของศิลาฤกษ์มาให้ชมด้วย







เสกศิลาฤกษ์ วันที่ 26 มกราคม ค.ศ.1985 โดยพระสังฆราชยอแซฟ เอก ทับปิง
วางศิลาฤกษ์ วันที่ 31 มกราคม ค.ศ.1988 โดยพระสังฆราช ยอห์น บอสโก มนัส จวบสมัย โอกาสระลึกศตวรรษสมโภช 100 ปี มรณภาพพ่อบอสโก
เสกวัดใหม่ วันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ.1990 โดยโดยพระสังฆราช ยอห์น บอสโก มนัส จวบสมัย






ตอนบ่ายหลังจากเก็บของล้างหน้า ล้างตาที่บ้านพัก แบบโฮมเตย์ ใน อ.เมือง จ.ราชบุรี แล้วเราก็มุ่งหน้าสู่วัดที่สอง คือ วัดนักบุญเปาโลกลับใจ อ.โพธาราม ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีบุญได้ไปหา นักบุญเปาโลซะแล้ว เพราะป่าป๊าป้ำเป๋อ ลืมแผนที่ไว้ที่กรุงเทพฯ ต้องโทรศัพท์ถามจากคนที่บ้าน แต่ก็ยังขับวนไปวนมาอยู่แถวนั้น หาไม่เจอซักที ทั้งๆ ก็วิ่งอยู่บนหน้าถนนโรงพยาบาล-บ้านฆ้อง และพยายามมองหาหาวัด กับป้ายชื่อวัดตามเส้นทางนั้น แต่แล้วก็หาไม่พบ จนต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง บริเวณหน้าสถานีรถไฟโพธาราม ให้ช่วยนำทางให้








จากที่หลงอยู่ เป็นหลายนาที ก็แป๊ปเดียวสามารถถึงที่หมายได้ ซึ่งปัจจุบันนี้วัดอยู่ในซอยฝั่งตรงข้ามของโรงเรียนโพธาพัฒนาเสนี คือ ซอยที่ 8 หมู่ที่ 8 ถ.โรงพยาบาล-บ้านฆ้อง ต.คลองตาคด และหน้าปากซอยมีบ้าน และตึกแถว สร้างขึ้นมาบนริมถนนแล้วทำให้การมองจากถนน นั้นมองไม่เห็นวัดนักบุญเปาโล ซึ่งเป็นวัดเล็กๆ ภายนอกดูคล้ายบ้านพักอาศัย มีชั้นเดียว ขนาดกะทัดรัด ตรงรั้วด้านข้างวัดที่ติดกับซอย มีรูปปั้นแม่พระ และนักบุญเปาโล ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าไปไหว้ และ ถวายดอกไม้ได้ ตอนที่หนูไปนี้ไม่ได้เข้าไปภายในวัด เนื่องจากวัดปิดและไม่มีผู้ดูแลอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็เป็นวัดที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในเมืองราชบุรี ที่คอยให้บริการกับชุมชนโพธารามแห่งนี้ จึงอยากเชิญชวนทุกท่าน มาฉลองปิดปีนักบุญเปาโลที่วัดแห่งนี้กันนะค่ะ.. เพราะก็ไม่ไกล ไม่ใกล้จากเมืองกรุง




เช้าวันอาทิตย์ หลังจากอาบน้ำ ล้างหน้า (แม่ทำให้) กินอาหารเช้า (อันนี้หนูทำเองได้) แล้ว เราก็ออกเดินทางสู่วัดที่สาม คือ วัดแม่พระฟาติมา ห้วยคลุม อ.สวนผึ้ง วัดนี้เรียกได้ว่าอยู่บนภูเขาเลยทีเดียว เลี้ยวจากถนนสายหลักปากทางที่จะเข้าโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา วิ่งเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะเห็นป้ายบอกทางขึ้นไปบริเวณวัดแม่พระฟาติมา ธรรมชาติสองข้างทางสวยมาก หนูเพิ่งเคยเห็นภูเขาใกล้ๆ อย่างนี้เป็นครั้งแรก เลยตื่นตาตื่นใจ วัดนี้เป็นวัดขนาดกลาง สร้างด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่ รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหอระฆังด้วย พวกเราที่ไปได้มีโอกาสเจอคุณพ่อเจ้าวัด ซึ่งท่านก็เล่าว่า สัตบุรุษที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าปากะญอ อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณวัด บางคนก็อยู่ใกล้ บางคนก็อยู่ไกล บางคนอุ้มลูก จูงหลาน เดินทางมาหลายกิโลเมตรเหมือนกัน มิสซาทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.00 น.

หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านซึ่งคุณพ่อซาวีโอ (มนตรี) จูสวย สงฆ์ไทยอาวุโสได้เคยมาทำงานแพร่ธรรมอยู่ก่อนแล้ว หลายปี คุณพ่อซาวีโอเป็นที่รักของชาวปากะญอเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับกำนันละเอิง บุญเลิศ คุณพ่อเข้า - ออกที่นั้นเป็นประจำทุกอาทิตย์ โดยพักอาศัย กินอยู่ และหลับนอนที่บ้านของกำนันผู้นี้ ในที่สุดคุณพ่อก็ได้ซื้อที่ดิน 1 แปลง มีเนื้อที่ 1 ไร่ ในหมู่บ้านนี้ ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของคุณพ่อเอง และได้สร้างบ้านพักพระสงฆ์ 1 หลัง เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่พัก ชั้นล่างปล่อยโล่ง ๆ

เมื่อปี ค.ศ.1982 คุณพ่อวิโรจน์ อินทรสุขสันต์ ได้ไปช่วยงานสังฆมณฑลเชียงใหม่ ตามโครงการมิสซังพี่ – มิสซังน้อง เมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระหฤทัย เชียงใหม่ ครบวาระ 6 ปี จึงได้ย้ายกลับมาสังฆมณฑลราชบุรี และเข้าดำรงตำแหน่งอธิการบ้านเณรเล็กราชบุรี คุณพ่อเคยมีความสนใจในงานแพร่ธรรมกับคนต่างศาสนาโดยตรง จึงได้เข้ามาสำรวจว่ามีมีครอบครัวคริสตังค์อยู่จำนวนเท่าไร หลังจากนั้น คุณพ่อจึงได้นัดพบกัน เพื่อทำมิสซาเดือนละครั้งในวันเสาร์ต้นเดือน โดยมิสซาจะเป็นภาษาไทย แต่จะเทศน์และขับร้องเป็นภาษาปากะญออาศัยกลุ่มเณรปากะญอเป็นผู้ช่วย มีคนมาร่วมมิสซาด้วยประมาณ 30 - 40 คน เป็นกะเหรี่ยงล้วน ๆ
ปี 1986 ได้ขอครูสอนคำสอนชาวกะเหรี่ยงจากเชียงใหม่ 1 คนมาอยู่ประจำ เพื่อสอนคำสอน สอนสวดบทสวด สอนขับร้องเป็นภาษาปากะญอให้แก่ผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนมากมักจะพูดไทยไม่ได้ และในปีนี้เองได้เริ่มส่งเด็กๆ ปากะญอมาเรียนคำสอนภาคฤดูร้อนที่ศูนย์สังฆมณฑลราชบุรี ปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด พูดไทยคล่องขึ้นและมีความกล้าขึ้นอีกด้วย นอกนั้นทางวัดยังได้จัดรถพาคริสตังค์กลุ่มนี้ออกไปร่วมฉลองในโอกาสต่าง ๆ ของสังฆมณฑลด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นการเปิดหูเปิดตาให้รู้จักศาสนจักรคาทอลิกมากขึ้น พวกเขาจะได้เกิดความเชื่อ ความศรัทธามากยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 1987 ได้เริ่มลงรากสร้างวัดใหม่ถวายแด่แม่พระฟาติมา บนเนินสูงเหนือหมู่บ้าน เป็นวัดเล็ก ๆ ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 21 เมตร สามารถบรรจุคนได้ 100 คน ด้านหลังวัดทำเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่พักพระสงฆ์ วัดหลังนี้ต้องใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 3 ปี จึงจะเสร็จเรียบร้อย ทั้งนี้ก็เพราะเหตุขัดข้องทางด้านการเงินและคนก่อสร้าง ซึ่งต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาถึง 4 ชุด ระยะทางก็อยู่ห่างไกล กันดาร การขนส่งอุปกรณ์ก่อสร้างก็ลำบาก รถติดทราย ติดหล่มเป็นประจำ ซ้ำคนงานยังป่วยเป็นไข้มาเลเรียกันบ่อย ๆ อีกด้วย



ที่สุดวัดแม่พระฟาติมา ห้วยคลุม ก็สำเร็จลงและได้รับการเสกโดย พระสังฆราช มนัส จวบสมัย เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1992 นอกจากตัววัดและหอระฆังแล้ว ก็ยังมีบ้านพักพระสงฆ์ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้อีก 1 หลัง พร้อมศาลาอเนกประสงค์ซึ่งโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีร่วมใจสร้างให้อีก 1 หลังด้วย



อู้หู.. ความลำบากเมื่อ 20 กว่าปีก่อนกว่าจะได้วัดหลังนี้มา ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้มีวัดและชุมชนที่น่ารักอีกแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะอยู่หากไกลจากตัวเมือง แต่ผู้คนที่นี้ยังสะอาดบริสุทธิ์ ยิ้มแย้ม แจ่มใส มีน้ำใจไมตรี มีคุณลุงคนหนึ่งชวนแม่ให้พาหนูเดินลงเขาไปเยี่ยมชมหมู่บ้านทางด้านล่างของวัด แม่มองทางลงก็ได้แต่ยิ้มกับคุณลุง ก็แหม ตอนขาลงนะไม่เท่าไรหรอก แต่ตอนขาขึ้นี่สิ แม่คงไม่อยากเข็นครก เอ๊ย เข็นหนูขึ้นภูเขา
ด้านข้างของวัดมีศาลาเล็กๆ ให้นั่งชมวิวด้วย มองออกไปเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน มีบ้านคนอยู่ประปราย พื้นที่บางส่วนก็ถูกถางทำเป็นแปลงปลูกพืชดูเป็นระเบียบ ตัดกับภาพป่าไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ยิ่งอากาศเย็นๆ ช่วงเดือนธันวา ทำให้หนูรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอกเลย (จริงๆ ก็ไม่เคยไปหรอก เห็นแต่ในโทรทัศน์) พักผ่อนสูดอากาศ ชาร์ตพลัง จนเต็มปอด เราก็ขอลาคุณพ่อ และลุงๆ ป้าๆ ชาวปะกาญอ เพื่อเดินทางต่อ (โปรดติดตามตอนต่อไป)

2551/11/22

2551/11/21

แนะนำวัดนักบุญเยราร์ด จ.ขอนแก่น

“วัดนักบุญเยราร์ด จ.ขอนแก่น”




สิ่งแรกที่ได้เห็นเลยก้อคือตัวโบสถ์สีขาว ดูโปร่งโล่งสบาย...ตามแบบฉบับมหาไถ่
จริงๆนะ...ไม่เชื่อลองไปสังเกตวัดของคณะมหาไถ่ดูสิ เกือบทุกวัดจะเป็นลักษณะนี้เกือบทั้งหมดเลย บริเวณด้านหน้าวัดจะมีรูปปั้นนักบุญเยราร์ดองค์ใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งเมื่อมองไปด้านหลังเห็นตัวโบสถ์เป็นพื้นหลัง
แถมเยื้องๆไปทางขวานิดนึงยังมีหอนาฬิกาสีขาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ โห........สวยเหมือนกันนะเนี่ย

เรียกได้ว่ามุมด้านหน้านี้เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยมากๆรูปนึงเลยล่ะ ว้าวๆๆๆๆ...เลือกกดชัตเตอร์กันได้ตามใจชอบเลย แล้วเมื่อเดินเข้าไปภายในวัด จะได้เห็นพระแท่นที่ดูเรียบหรู ด้านขวาเป็นรูปปั้น น.เยราร์ด ให้ได้มาขอพรกัน พอหันกลับมาด้านหลังที่นั่ง เราก็จะได้เห็นกับภาพกระจกสีรูปใหญ่ เป็นรูปนักบุญเยราร์ดอีกเช่นกัน
เวลามองแล้วมีแสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามานะ...สวยไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย
(ได้ข่าวมาว่าภาพกระจกสีนี้เพิ่งสร้างเสร็จก่อนงานฉลองวัดในปีนี้ (11 ต.ค.51) ไม่นานเอง เรียกได้ว่าใหม่ๆซิงๆเลย)

เมื่อเดินออกมาภายนอกวัดแล้ว บริเวณด้านขวาจะมีรูปปั้นแม่พระ และพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูอยู่ด้วย อยากบอกว่าถ้าแอบเดินเข้าไปด้านหลังวัดนิดนึงนะ จะมีศาลาเป็นคล้ายๆเพิงเล็กๆให้ไปนั่งเล่นได้ด้วยล่ะ ซึ่งเราเองก้อย่อมไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก (เผื่อจาได้อารมณ์แบบอีสานบ้านนากับเค้านิดนึง 555+)

ระหว่างที่พวกเด็กๆ กำลังเพลิดเพลินกับการเดินเล่นรอบวัดอยู่ ผู้ใหญ่ๆ ก็ไปคุยกับคุณพ่อที่บ้านพักพระสงฆ์ บ้านพักพระสงฆ์ของที่นี่ดูกลมกลืนกับวัดมากมาย ออกแบบเป็นทรงคล้ายๆกันเลยล่ะ เรียกได้ว่าดูเข้ากัน
ภายในบ้านพ่อก็มีวัดน้อย (ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ...อาจเป็นแบบที่สวดมนต์ของคุณพ่อ แบบนั้นก็ได้)
มีโถงทางเดินเล็กๆ ที่มองออกไปแล้วจะเห็นด้านหลังของรูปปั้นแม่พระ เลยไปอีกนิดนึงก็เป็นบริเวณหน้าวัดพอดีเลย หลังจากคุยกันจบ..คุณพ่อได้แนะนำร้านอาหารก๋วยเตี๋ยวเป็ด ข้าวมันไก่ ซึ่งคุณพ่อการันตีเองเลยว่าอร่อยมากๆ
นอกจากแนะนำให้แล้ว ยังใจดีขับรถนำพวกเราไปอีกด้วย ร้านนี้ก้อตั้งอยู่ไม่ไกลจาวัดมากเท่าไรนัก
อยากบอกว่าก๋วยเตี๋ยวเป็ดอร่อย แล้วให้เนื้อแบบเป็ดเป็นเป็ดอ่ะ (ไม่ใช่แค่วิญญาณเป็ด )
แต่ที่คุณพ่อเค้าภูมิใจนำเสนอมากกว่าคือข้าวมันไก่ ก้อไม่รู้เหมือนกันว่าอร่อยมั้ย...ไม่ได้กินเจ้ค่ะ เมื่ออิ่มหนำสำราญกันเรียบร้อยแล้วก็ร่ำลาคุณพ่อ หลังจากนั้นออกเดินทางต่อสู่จังหวัดหนองคาย



การเดินทางสามารถเข้าไปดูแผนที่ได้ที่นี้

http://maps.google.com/maps/ms?msa=0&msid=102815591993632318413.0004581e8afd03f555dbc&ie=UTF8&z=17


2551/11/17

แผนที่วัด และ เกร็ดน่ารู้ ของนักบุญยอแซฟ










นักบุญยอแซฟภัสดาพระนางพรหมจารีมารีย์






สมโภชวันที่ 19 มีนาคม


นักบุญยอแซฟ ทรงเป็นหัวหน้าครอบครัวเล็กๆ ที่ต่ำต้อย ทั้งนี้เพื่อว่าบรรดาผู้คนร่วมสมัยกับท่าน จะได้สามารถแลเห็นความเป็นจริงของการเสด็จมารับสภาพเป็นมนุษย์ของพระวจนาตถ์ ทั้งจะได้สามารถค้นพบความยิ่งใหญ่ของความเป็นจริงที่ต่ำต้อยนั้น ซึ่งพระเจ้าได้ทรงใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับบันดาล ให้แผนการณ์ช่วยมนุษย์ให้รอดได้สำเร็จไป




นักบุญยอแซฟ พระภัสดาของพระนางพรหมจารีมารีย์ ทรงเป็นผู้ชอบธรรมคนสุดท้ายของพระธรรมเก่า เพราะท่านได้เจริญชีวิตโดยอาศัยความเชื่อจริงๆ และโดยอาศัยความเชื่อนี่เอง ที่ท่านสมจะได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ดูแลรักษา “พระสัญญา” ซึ่งบัดนี้ได้สำเร็จเป็นความจริงขึ้นมาแล้วใน “ธรรมล้ำลึกของการช่วยให้รอด” พระวรสารได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของท่านว่า ท่านเป็นรูปแบบขั้นพื้นฐานในแผนการณ์แห่งความรักของพระบิดาเจ้า พร้อมกับหน้าที่พิเศษที่ท่านได้รับมอบหมาย ในฐานะที่เป็นบิดาเลี้ยงของพระเยซูคริสตเจ้า ความศรัทธาภักดีและการเคารพให้เกียรติที่บรรดาสัตบุรุษมีต่อนักบุญยอแซฟ ย่อมแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าได้ทรงเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด สำหรับงานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์และในเวลาที่เหมาะสมที่สุดด้วย

รายละเอียดแผนที่การเดินทาง


วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์ St.Joseph Church




วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย
2 พศจิกายน 2551 ณ วัดนักบุญยอแซฟ ตรอกจันทน์






ออกเดินทางเวลา 9.30 น.
จากโบสถ์แม่พระฟาติมา ดินแดง ขับไปตามเส้นทาง ถ.อโศก-ดินแดง ผ่านศูนย์ประชุมสิริกิต์ แล้วมุ่งหน้าไปสู่ ถ.พระราม 3 ซึ่งในปัจจุบันมีการเดินทางที่สะดวกมากๆ หลังจากที่มีถนนสายใหม่ๆ ตัดผ่าน เช่น ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม, ถ.สาธุประดิษฐ์ตัดใหม่ เป็นต้น ทำให้การเดินทางนั้นสะดวกรวดเร็ว เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงถนนสาธุประดิษฐ์ แล้วมุ่งหน้าเพื่อเข้าซอยสาธุประดิษฐ์ 20 ซึ่งจะเป็นซอยที่ตัดร่วมกับ ซอยจันทน์ 43 (ซอยวัดไผ่เงิน)
และก็มาถึงวัดนักบุญยอแซฟ ซึ่งตั้งอยู่ในรั้วเดียวกันกับโรงเรียนเปรมฤดีศึกษา
อาคารวัดเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยที่วิจิตรสวยงามมากแห่งหนึ่ง ซึ่งในกรุงเทพฯ จะมีวัดที่มีอาคารทรงไทย เท่าทีข้าพเจ้านึกได้ประมาณ 4 วัด (วัดพระมหาไถ่, วัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร, วัดพระกุมารเยซู และวัดนักบุญยอแซฟ)
ภายในวัดนั้นเย็นสบายด้วยอาคารที่โปร่งสูง และมีประตูซึ่งทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกมากๆ
วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี ที่ คณะอุร์สุลิน จัดงาน “ปฏิญาณตนตลอดชีพ ของ ซิสเตอร์จันทนา วงศ์สรรคกร”
มีญาติ และแขกมาร่วมงานจำนวนกำลังพอด ไม่มากจนล้น หรือน้อยเกินไป

ขออนุญาตนำสาสน์สมัชชา คณะอุร์สุลิน ค.ศ.2007 มาไว้ ณ ที่นี้

จงเข้มแข็งและมั่นใจเถิด
อย่าตกใจหรือ คร้ามกลัวเลย
ท่านไปในถิ่นฐานใด
พระเจ้าทรงสถิตกับท่าน
Be fearless then,
Be confident ;
wherever you go,
the Lord is with you.


เสริมพลังแกร่งกล้า
ด้วยพระวาจาของพระเจ้า และการเข้าร่วมกลุ่มเป็นหนึ่งเดียวกัน
ในความเชื่อ ให้เรามีความกล้าหาญ ข้ามโพ้นพรมแดน
และพร้อมกับอัญจลา...เป็นเครื่องหมายแห่งการคืนดีกัน และความหวัง
Strengthened
By the word of God and by our communion with each other,
Let us have the courage to go beyond our borders
And with Angela, to be signs of reconciliation and of hope



หลังจาพิธีเสร็จสิ้นก็รับประทานอาหารที่เขาจัดเลี้ยงไว้ให้ แต่ข้าพเจ้าและครอบครัว ออกมาเดินดูภายนอกว่ามีร้านอาหารสำหรับคนในละแวกนี้หรือไม่ ซึ่งก็ขอแนะนำแค่ 2 อย่างก็น่าจะพอ

บะหมี่เกี๊ยวอยู่ตรงหัวมุม ซอย ฝั่งตรงข้ามกับวัดไผ่เงิน เส้นบะหมี และเกี๊ยวสีออกสีขาวๆ จะไม่เหลืองมากเหมือนกับบะหมี่ทั่วไป เส้นเหนียวนุ่ม อร่อยกำลังดี พร้อมกับน้ำซุปเข้มข้น

ขนมโตเกียวเพชร
อร่อยมาก มีหลากลายไส้ให้เลือก ไส้กรอกแฮมชีส, หมูแดงพิเศษ, ไข่นกกระทาประยุกต์ ซึ่งเป็นรถสามล้อเครื่องขายตระเวนภายในบริเวณนี้ ซึ่งมีป้ายบอกว่าขายที่ไหนเวลาใด หากใครได้มีโอกาสผ่านแถวนี้ และเห็นรถเข็นที่มีคนมุ่งซื้อขนมโตเกียวอยู่ละก็ ก็ขอให้รีบเข้าไปต่อคิว เพื่อจะได้ลองลิ้มชิมรสขนมโตเกียวที่แสนจะนุ่ม และหอมอร่อยทีเดียวเชียวล่ะ..

มิสซาวันอาทิตย์
เวลา 8.30 น.
เวลา 10.30 น.
เวลา 17.00 น.

2551/10/27

วัดคาทอลิค วัดพระวิสุทธิวงส์ ลำไทร คลอง 12







มีโอกาสได้ไปที่วัดพระวิสุทธิวงส์ ลำไทร เพื่อไปขอบคุณพระ และครอบครัวศักดิ์สิทธิ์
ที่ขอพรแล้วได้ตามที่ปรารถนา เมื่อหลายเดือนก่อน...
การเดินทางก็ไม่ยากเกินไปนัก แต่ขับรถจะสะดวกที่สุด หากอยากเห็นแผนที่ ก็สามารถเข้าไปดูใน














2551/07/30

ความตั้งใจ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง












เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ก.ค.51)




มีโอกาสได้ไปฉลองวัดคาทอลิคชื่อวัดนักบุญอันนา จ.สมุทรสาคร นานๆจะได้มางานบุญซักที (มีแต่หาเรื่องไปงานบาปเป็นประจำ) นั่งรถตู้ยังไม่ทันฝันก็ถึงที่หมายแล้วก่อนมิสซาเริ่มเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง มาคราวนี้ฉวยโอกาส เอ๊ยถือโอกาสพาแม่มาทำบุญสะเดาะเคราะห์หลังจากนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเกือบเดือน ลงจากรถได้เราแม่ลูกก็พร้อมใจกันเดินไปหาของกิน ซึ่งทางวัดจัดบริการฟรีสำหรับผู้มาร่วมงาน อุ๊ย ขออภัย ข้ามขั้นตอนสำคัญไปหน่อย แหะ แหะ มาวัดก็ต้องทำบุญทำทานก่อนสิ โดยทางวัดจะตั้งโต็ะรับบริจาคปัจจัยอยู่ทางด้านหน้า เรียกว่าคุณต้องทำบุญก่อนนะจ๊ะถึงจะกินฟรีได้ เอ๊ะไปๆมาๆจะพากันลงทางบาปอีกแล้ว เอ้ากลับไปว่ากันต่อดีกว่า





หลังจากนั้นสองคนแม่ลูกก็พากันไปสำรวจของกิน อุ๊ยตรงนี้มีก๋วยเตี๋ยว ทางนั้นมีหอยทอด ด้านโน้นมีหมูสะเต๊ะ และอื่นๆอีกมากมาย อีกมากมาย อีกมากมายๆ เฮ้อพอเห็นของกินแล้วสติแตกทุกที ถึงคิวจะยาวเราก็บ่ยั่น ถึงหัวจะเหม็นควันเราก็บ่ถอย ในที่สุดต่างคนต่างสวาปาม เอ่อหมายถึงรับประทานอย่างรีบด่วน เพราะมัวแต่หลงแสงสี ดูนาฬิกาอีกทีเกือบ 10.30 น. มิสซาจะเริ่มแล้ว กินเสร็จก็รีบไปหาที่นั่งซึ่งเกือบเต็มหมดแล้วทั้งๆที่ควรจะมานั่งจองไว้แต่เนิ่นๆ ตอนแรกตั้งใจจะเป็นคริสตชนที่ดีนั่งฟังมิสซาในวัดและถือโอกาสแก้บาปก่อนเริ่มพิธี แหมมางานบุญทั้งทีขอคนบาปกลับใจหน่อย แต่ก็ต้องตกม้าตายเมื่อเจอปีศาจหมูสะเต๊ะล่อลวง




สิ่งที่ตั้งใจไว้ถูกลดอันดับซะงั้น (เลือดคนบาปเข้มข้นจริงๆ) มาครั้งนี้มีข้อตั้งใจหลายอย่าง คือ





1 มาร่วมมิสซาอย่างดี



2 ทำบุญบริจาคทรัพย์สิน



3 ดูแลแม่ที่หัวเข่าไม่ดี เดินเหินไม่คล่อง



4 ถ่ายรูปวิวสวยๆเพราะเพิ่งมาเป็นครั้งแรก



5 รับประทานอาหารที่ทางวัดจัดให้ และ



6 ซื้อของนิดๆหน่อยๆ




ผลออกมาเป็นไงเหรอ อย่างน้อยก็ได้ทำบุญก่อน (เพราะเขาตั้งโต๊ะไว้หน้างาน) แต่ก็ไม่ได้ร่วมพิธีอย่างดี เพราะแอบลุกไปแก้บาป กลับมาถึงที่นั่งก็เป็นช่วงเทศน์พอดี ระหว่างนั้นใจก็พะวงว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปวัด+วิวเลย กลัวแดดจะหุบ ฝนจะตกซะก่อน อยากลุกไประหว่างพิธีก็ไม่ได้ พอจบมิสซาจะไปถ่ายรูปก็ห่วงแม่เดี๋ยวจะเดินหกล้ม เพราะจะไปหาของกินรอบสอง (โอ้แม่เจ้า น้ำย่อยทำงานเร็วมากกกก)






ระหว่างที่แม่นั่งกินก็ถือโอกาสวิ่งไปเก็บภาพมุมต่างๆ แล้วรีบกลับมากินบ้าง แม่แอบแว้บไปดูของ กินเสร็จก็เดินตามหาแม่ พากันโขยกเขยกไปเข้าห้องน้ำ ได้เวลารถออกพอดี ขึ้นรถแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ อ้าวยังไม่ได้ถ่ายรูปภายในวัดเลย แม่บ่นแซงขึ้นมาว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับวัดเลย อืมม เอาไว้ปีหน้าละกันนะคะคุณแม่ พอมีสิ่งที่จะทำหลายอย่าง มันก็เลยออกมาไม่ดีซักอย่าง (อ้อ ยกเว้นเรื่องกิน)


จริงๆแล้วมันอาจจะอยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญก็ได้ ถ้าเราให้ความสำคัญกับเป้าหมายหลักก่อนและยึดมั่นตามนั้น (โดยไม่สนการล่อลวงจากปีศาจหมูสะเต๊ะ) เราก็น่าจะทำสิ่งต่างๆที่ตั้งใจไว้สำเร็จด้วยดี เช่น มางานนี้เป้าหมายหลักคือทำบุญ ร่วมมิสซา และแก้บาป เป้าหมายรองคือ ถ่ายภาพ กินอาหาร และซื้อของ เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งสำคัญคืออะไร ก็ให้ทำสิ่งนั้นก่อนเป็นอันดับแรก พยายามอย่าเดินออกนอกทาง (แม้ว่ากลิ่นหอยทอดจะหอมแค่ไหนก็ตาม) อย่างน้อยถ้าเราทำไม่ครบตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่เราก็สามารถทำเรื่องที่สำคัญที่สุดได้สำเร็จ (ไชโยๆๆๆ)


.............. ฮัลโหล จะชวนไปฉลองวัดอีกเหรอ ได้เลย คราวนี้เรามีเป้าหมายหลักแล้ว รับรองจะต้องทำสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้แน่ๆ เรื่องอะไรเหรอ อ๋อ ก็ที่เราจะไปกินของฟรีที่งานไง รับรองได้กินครบหมดทุกอย่างแน่นอน ฮา ฮา ฮา ฮา ................


แผนที่เดินทาง