2563/04/15

14 เมษายน 2563 วันครอบครัวด้วยเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi

จดๆ จ้องๆ มานานแสนนาน สินค้าคุณภาพดีที่มาจากจีนแล้วกลายเป็นสินค้าแบรนด์ระดับโลก  แต่ราคามีความหลากหลายมากเลย 
แล้วแต่ว่าเราจับได้ในช่วงเวลาใด

Super Brand Sale จาก Shoppee
ร้าน xiaomi official (Fanlinks Authorize Dealer)
เปรียบเทียบราคาจังหวะนี้ และรอดูอีก 6 เดือนข้างหน้า

15 เมษายน วันผู้สูงอายุ

วันพุธของเทศกาลสงกรานต์ของปีโควิด ที่บรรยากาศไม่เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา เพราะทุกคนจะอยู่แต่บ้าน และเศรษฐกิจก็ซบเซา ด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค อย่างไรก็ตามทุกชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไปด้วยความมีสติ และมีปัญญา ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นมาในอนาคต 
ขอพระคุ้มครองผู้สูงอายุทุกท่านด้วยเทอญ

2563/04/09

กรดไหลย้อน ทำให้เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรม

กรดไหลย้อน ผลของอาการทางกายทุกคนก็คงพอทราบดีอยู่แล้ว ดังนั้น การปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

กว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เรากินข้าวช้าลง และกินข้าวมื้อเย็นเร็วขึ้น จากเดิมกินตอน 1 ทุ่ม ถึง สองทุ่ม ก็มากินข้าวเย็น ก่อน 1 ทุ่ม ซึ่งเราก็ทำได้

ลดการกินเนื้อสัตว์ สัตว์บกทุกประเภท หลีกเลี่ยงได้เป็นหลีกเลี่ยง เพราะกินแล้ว มันจะทำให้กรดมันเพิ่มขึ้น

เลิกกินมะเขือเทศ  แปลกแต่จริง เพราะหมอเป็นคนบอกเองว่า ถ้ากินแล้วจะทำให้เกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น ซึ่งเราก็ลองสังเกตจริงๆ เออ!! จริงด้วย วันใดที่กินมะเขือเทศ หรือ ซุปน้ำมะเขือ วันนั้นเป็นวันที่จะอึดอัดกันไปเลยทีเดียว

กรดไหลย้อน สร้างพฤติกรรมใหม่คือ การเลิกดื่มกาแฟไปเลยครับ..ช่วงเวลากว่า ยี่สิบวันที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ หรือ ชา   เราเองก็ไม่ปวดหัวแล้วด้วย เพราะแต่ก่อนไม่กินกาแฟ แล้วจะปวดหัว แต่ตอนนี้ ไม่ปวดหัวแล้วจ้า

กรดไหลย้อน คงอยู่กับเราไปอีกนาน.. เพราะสุขภาพก่อนหน้านี้ เราดูแลได้ไม่ค่อยดีนัก  ตอนนี้กินผัก ดื่มน้ำขิง กินอาหารอ่อนๆ จากคนน้ำหนัก แปดสิบสองกิโล  ลดลงมาเหลือ เจ็ดสิบเจ็ดกิโล  แล้วฮะ  แล้วเป้าหมายต่อไป คือ เจ็ดสิบห้ากิโล ซึ่งเป็นน้ำหนักเมื่อหลายสิบปีก่อน... 

เราจะกลับมาแข็งแรง สมวัยคนกลางคนอีกครั้ง 


Keyboard Bluetooth

Today I bought keyboard blutooth from Shoppee, but i can not use it.  I try to ask my seller and let her advice me.

2563/04/06

หลังโควิด โลกธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร

หลังโควิด โลกธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร

- ขณะนี้ ธุรกิจทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงช็อคกับการถดถอยของเศรษฐกิจ ปัจจัยหลักคือผลจากโควิต-19 ที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างและร้ายแรงกว่าที่คาดไว้มาก

- ถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าทุกอย่างจะจบเมื่อไหร่ เพราะเหตุการณ์นี้ ต่อให้โควิดจบ เศรษฐกิจก็ไม่จบ

- และถึงแม้ว่าโควิดจะจบลง แต่วิธีการทำธุรกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะปัจจัยแวดล้อมภายนอกในการทำธุรกิจมันเปลี่ยนตามเหตุการณ์ไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภค วิธีการแข่งขัน ระบบการบริหารจัดการร้าน วิธีการเข้าถึงลูกค้า ฯลฯ 

- สรุปให้สั้นคือ ของที่เคยขายได้ อาจกลายเป็นไม่จำเป็น ของที่ไม่เคยมองเห็น อาจกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

- ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลด้านบวกกับธุรกิจ เราเรียกว่า โอกาสทางธุรกิจ Opportunity ส่วนปัจจัยที่ส่งผลร้ายกับธุรกิจ เราเรียกว่า ภัยคุกคาม (Threats) 

- ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ คือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่จำเป็นต้องคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเพื่อที่จะได้คว้าโอกาสหรือรับมือได้ทัน

- อย่าสับสน เอาโอกาสทางธุรกิจไปเทียบกับสิ่งที่เรียกว่า fake demand หรือความต้องการซื้อแบบปุบปับ เพราะโอกาสทางธุรกิจจะเป็นสิ่งที่ระยะยาว เป็นเชิงกลยุทธ์ เกิดแล้วจะอยู่กับเราไปอย่างน้อย 2-3 ปี ส่วน fake demand คือเกิดแบบสั้น ๆ เช่นการการซื้อของตุน หรือซื้อของเพื่อฉวยโอกาสเก็งกำไร

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สิ่งที่คาดว่า จะเกิดขึ้นหลังจากโควิดจบ 
ต้องไปแปลเอาเองว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นบวกหรือลบสำหรับธุรกิจของเรา 

1. โลกเหมือนสภาพหลังสงคราม ธุรกิจใหญ่น้อยเสียหายตามกำลังการบริโภคที่หายไป เตรียมใจไว้เลยว่า สภาวะแบบนี้ ใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเท่าเดิม 

2. ประเทศไทยจะจนไปอีกนาน เนื่องจากรายได้รัฐจากภาษีทุกประเภทลด (Vat, สรรพสามิต, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ในขณะเดียวกัน รายจ่ายก็เพิ่มขึ้น

3. กำลังซื้อจะหายไปมากกว่า 60-70% สินค้าฟุ่มเฟือยจะเป็นที่ต้องการน้อยลงเนื่องจากช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว ผู้คนจะใช้เงินกับสิ่งจำเป็นมากกว่า และมีราคาที่พอเหมาะตามฐานะมากขึ้น

4. เงินในระบบจะค่อยๆหายไปจากเศรษฐกิจจากการเรียกใช้งาน application จากต่างประเทศทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาผ่าน social media หรือบริการส่งของถึงบ้าน เราทุกคนกำลังทำให้ประเทศและตัวเองยากจนลงไปอีกเพราะความสบาย ช่วยกันใช้เท่าที่จำเป็นและวัดผลได้ก็พอ

5. ผู้คนเคยชินกับการอยู่บ้านมากขึ้น พร้อมกับธุรกิจที่รู้แล้วว่า การมีออฟฟิศใหญ่ๆสำหรับพนักงานทุกคนเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

6. ศูนย์การค้าก็อาจเป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับคนอยากมีร้านเช่นกัน

7. นอกจาก Work From Home แล้ว เราจะเห็น Study From Home เป็นเรื่องปกติมากขึ้นโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป

8. จับตาเรื่องหนี้เสีย  (NPL) เพราะจะเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจตัวต่อไป 

9. อาชญากรรมและความปลอดภัย จะสวนทางกับเศรษฐกิจเสมอ

10. Online กลายเป็น lifestyle ปกติไปโดยที่เราไม่รู้ตัว และกลายเป็นช่องทางการขายหลักของธุรกิจเล็ก

11. โลกจะเริ่มแบ่งแยกและปกป้องประเทศตัวเองมากขึ้น เราจะกลับไปสู่คำว่า ต่างคนต่างอยู่อย่างรัดกุมมากขึ้น

12. การเดินทางต่างประเทศลดลง ทั้งเรื่องส่วนตัวและเพื่อธุรกิจ 

13. รวมถึงการปิดกั้นแรงงานต่างชาติ เพราะแต่ละประเทศจะสนับสนุนให้จ้างงานคนในชาติก่อน ประเทศที่เคยพึ่งแรงงานต่างชาติจะลำบากมาก

14. นอกจากแรงงานจะหายแล้ว ทักษะงานหลายอย่างก็หายตามไปด้วยเนื่องจากเว้นว่างจากการทำงานไปนาน 

15. หุ่นยนต์ยิ่งมีบทบาทมากขึ้นอีกและจะถูกเร่งพัฒนาออกมาให้แทนปัญหาคน (แรงงานขาด คนขาดทักษะ และค่าแรงสูง)

16. คนวัยทำงานต้องทำงานหนัก แทบไม่มีเวลาออกไปพักผ่อน เที่ยวเล่นเหมือนเดิม

17. สิ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลายมากที่สุด คือการเสพสื่อผ่านมือถือ

18. ภาษากลายเป็นสิ่งสำคัญอีกครั้ง โดยเฉพาะภาษาของประเทศในโลกกำลังพัฒนาใหม่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดเช่น อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ ส่วนยุโรปกับอเมริกา ฝากความหวังได้น้อยมาก 

19. คนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 1 เรื่องคือด้านการป้องกันสุขภาพ ธุรกิจจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นและเรื่องระบบป้องกัน screening ด้านความสะอาด จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆออกมาให้เห็น 

20. ธุรกิจอาหารที่มือผู้ขายและผู้ซื้อจะสัมผัสกับอาหารโดยตรง จะได้รับความนิยมลดลง

21. ระบบข้อมูลสุขภาพรายบุคคล จะกลายเป็นข้อมูลสำคัญในทุกวงการ

22. สินค้าที่คุณภาพระดับ Good Enough ในราคาที่ Affordable จะเป็นสิ่งหลักที่ขับเคลื่อนตลาด สินค้าที่วางตัวเองเป็น Premium Mass (คุณภาพดีกว่าในราคาที่คนส่วนใหญ่ซื้อได้) จะเป็นตัวผลักดันธุรกิจให้มีกำไร

23.​ ลืมคำว่า​ Experienced Marketing ไปสักระยะ​ โลกยุคต่อไปคือ​ Survived Marketing การตลาดที่ช่วยให้ผู้บริโภคเอาตัวรอดได้ไปพร้อมแบรนด์​

24. ธุรกิจ luxury จะซบเซาไปอีกพักใหญ่หาไม่ปรับกลยุทธ์การออกสินค้าใหม่

25. แบรนด์เนมจะแตกไลน์ไปหาธุรกิจใหม่ที่ขายได้ โดยใช้ชื่อเสียงเดิมเป็นตัวรับประกันคุณภาพ

26. อาชีพการตลาดแบบตรงจะกลับมารุ่งเรือง การขายแบบผ่านคนกลางจะลดบทบาทลงเพราะถูก online แทนที่

27. วัตถุดิบจะกลับมาราคาลดลง เพราะผ่านการซื้อขายที่ไม่ผ่านคนกลาง

28. Lifestyle แบบ self-made ธุรกิจลักษณะ homemade จะกลายเป็นเรื่องปกติ 

29. ผู้ที่สร้างผลผลิตได้เองจะฟื้นตัวได้ก่อน คนกลุ่มนี้คือกำลังสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ 

30. ส่วนตัวคิดว่าเป็นยุคที่โลกหมุนกลับมาให้คุณค่ากับอาชีพเกษตรกรรม และจะเหนือกว่าถ้าเป็นเกษตรกรรมเชิงเทคโนโลยีที่ควบคุมเรื่องคุณภาพและความสะอาด ไม่ใช่ปลูกแบบใช้ปุ๋ยหรือสารเคมี

ทั้งหมดที่เขียนมา เป็นมุมมองส่วนตัวทั้งหมด เชื่อหรือไม่ แล้วแต่ความสะดวกใจนะครับ แต่ที่แน่นอนคือจากนี้ การทำธุรกิจจะเป็นงานยาก กับการปรับตัวรับมือกับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ 

แต่เราจำเป็นต้องปรับตัวไปกับมันให้ได้เช่นกันนะครับ 
cr.trick of the trade

2563/03/30

คนที่ยากลำบาก...

Glad to see everyone adapt to change so quick...as someone said “Remember that tough times don’t last, tough people do”

You guy really a proof of this claim!!!

2563/03/27

กรดไหลย้อน กินอะไรดี ที่ช่วยบรรเทา

(บันทึกไว้ หลังจากเป็นมาได้ 2 สัปดาห์)

กรดไหลย้อน

เพราะ “กรดไหลย้อน” มีปัจจัยหลักๆ มาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง เมื่อตรวจพบโรคกรดไหลย้อน นอกจากการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ การเลือกกินอาหารที่เหมาะสม...คืออีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อาการกรดไหลย้อนน้อยลงได้

1. อาหารไขมันต่ำ อย่างเช่น เนื้อปลา, ไก่, ไข่ขาว, นมไขมันต่ำ หรือน้ำเต้าหู้

2. อาหารไฟเบอร์สูง ควรเน้นอาการที่มีไฟเบอร์หรือกากใยสูง อย่างเช่น ธัญพืช, ข้าวโอ๊ต, ขนมปังโฮลวีท, ผัก ผลไม้ เป็นต้น โดยผลไม้สำหรับคนเป็นกรดไหลย้อนนั้น ควรเป็นผลไม้ที่ไม่มีกรดมาก อย่างเช่น กล้วย, แตงโม, แคนตาลูป, แอปเปิ้ล, พีช, ลูกแพร์, อะโวคาโด หรือผลไม้รสหวานชนิดอื่น ๆ

3. ดื่มน้ำขิงเป็นประจำ เพราะขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม ช่วยย่อย กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยลดอาการท้องอืด หรืออาการกรด-แก๊สในกระเพาะเกินได้


4. อาหารที่มีไขมันดี ร่างกายคนเราต้องการไขมันเป็นพลังงาน ดังนั้นคนเป็นโรคกรดไหลย้อนก็ไม่ควรงดไขมันด้วยเช่นกัน เพียงแต่ไขมันที่คนเป็นกรดไหลย้อนกินได้ ควรเป็นไขมันชนิดดีจากอะโวคาโด แฟลกซ์ซีด น้ำมันมะกอก น้ำมันงา หรือน้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น 

นอกจากอาหารการกิน คนเป็นโรคกรดไหลย้อนควรงดสูบบุหรี่และกินมื้อเย็นแค่พออิ่ม หรือเปลี่ยนมื้อเย็นเป็นผัก-ผลไม้แทน ที่สำคัญคือไม่ควรกินแล้วนอน หรือเอนกายลงพักผ่อนทันที ควรกินอาหารก่อนเข้านอน 3 ชั่วโมง และควรนอนตะแคงซ้ายพร้อมกับหนุนหัวเตียงให้สูงอย่างน้อย 6 นิ้ว พร้อมทั้งควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี ไม่ให้มีน้ำหนักเกิน เพราะคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องสูง เสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อนได้มากกว่า

ศูนย์โรคกรดไหลย้อน โรงพยาบาลพญาไท 2 

ชั้น 4 อาคาร A