ช่วงนี้เป็นตากุ้งยิง .. ก็เลยต้องหาความรู้เกี่ยวกับตากุ้งยิง..
และได้เห็นบทความของคุณหมอ ท่านหนึ่ง จึงขออนุญาต นำมาลงต่อนะครับ..
จาก website.
http://www.doctor.or.th/
ตากุ้งยิงเกิดจากอุดตันและอักเสบของต่อมไขมันที่หนังตา เนื่องจากในเปลือกตาแต่ละข้างมีต่อมที่อาจอักเสบเป็นตากุ้งยิงได้มากกว่าข้างละ 40 - 50 ต่อม ดังนั้นในบางคนที่เจอลม ฝุ่นหรือเชื้อโรคเข้าตาแล้วใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตาก็อาจทำให้เป็นตากุ้งยิงและสามารถเป็นซ้ำได้บ่อยๆ
ตากุ้งยิงเกิดจากการอุดตันและอักเสบติดเชื้อของต่อมน้ำตาหรือต่อมไขมันที่บริเวณหนังตา เช่นเดียวกับการเกิดสิวตามบริเวณใบหน้า โดยมักเริ่มจากการมีฝุ่นหรือเชื้อโรคเข้าตา แล้วมีการใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตาจึงเกิดการอักเสบตามมา ไม่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการแอบดูทำให้เป็นตากุ้งยิงแต่อย่างใด ตากุ้งยิงมีทั้งชนิดติดเชื้อและชนิดไม่ติดเชื้อ โดยแบ่งเป็นแบบตากุ้งยิงด้านนอก จะทำให้เห็นการอักเสบบริเวณเปลือกตาคือมีลักษณะบวม แดง ปวดที่บริเวณผิวเปลือกตา และตากุ้งยิงแบบด้านใน จะเห็นการอักเสบได้ชัดเมื่อปลิ้นเปลือกตาด้านในดู ตากุ้งยิงถ้าเป็นมากจะมีหนองนิ่มๆที่บริเวณตากุ้งยิงด้วย
การรักษาตากุ้งยิง ขึ้นกับระยะที่เป็นตากุ้งยิง คือ
1.ตากุ้งยิงระยะแรก อาจมีเพียงอาการเจ็บ แดงเล็กน้อยบริเวณเปลือกตา การรักษาให้ประคบน้ำอุ่นครั้งละ 15 นาทีวันละ 4 ครั้ง, นวดเบาๆที่เปลือกตาบ่อยๆ ห้ามขยี้ตา และใช้ยาปฏิชีวนะ โดยถ้ามีอาการเจ็บแดงบริเวณด้านในของเปลือกตา ใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตาเช่น Poly-oph, Neosporin หรือ Tobramycin หยอดตาวันละ 4 ครั้ง และถ้ามีการอักเสบติดเชื้อ (บวม แดง) ของเปลือกตาบริเวณรอบๆ ร่วมด้วยให้ใช้ยาปฏิชีวนะเช่น Amoxycillin ชนิดรับประทานร่วมด้วย
2.ตากุ้งยิงระยะที่เป็นหนอง เมื่อคลำบริเวณตากุ้งยิง ตุ่มกุ้งยิงมีลักษณะนิ่มเป็นหนองข้างใน แพทย์จะให้การรักษาด้วยการเจาะหนองเพื่อรักษา โดยการใช้ยาชาชนิดฉีด อาจมีความรู้สำเจ็บบ้างขณะฉีดยาชา และมีการขูดผนังต่อมที่อักเสบออก เพื่อไม่ให้เป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิมอีก และใช้ผ้าปิดตาไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดหยุด ร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะหยอดตาต่อประมาณ 3-5 วันการป้องกันไม่ให้เป็นตากุ้งยิงซ้ำอีก
สิ่งสำคัญนอกจากการรักษาคือการป้องกันการเป็นซ้ำของตากุ้งยิง เนื่องจากในเปลือกตาแต่ละข้างมีต่อมน้ำตาที่อาจอักเสบเป็นตากุ้งยิงได้มากกว่าข้างละ 40-50 ต่อม ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงฝุ่นหรือเชื้อโรคเข้าตาและห้ามใช้มือขยี้ตา เพราะอาจทำให้เป็นตากุ้งยิงซ้ำได้บ่อยๆ และควรใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบนวดบริเวณเปลือกตาที่เป็นกุ้งยิงตั้งแต่เพิ่งเริ่มเป็นใหม่ๆจะช่วยให้หายได้ดีขึ้น รวมทั้งควรพักผ่อนให้พอเพียงด้วยเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงจะได้หายเร็วและไม่เป็นโรคต่างๆง่าย
ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ พบ.จักษุแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2551/08/06
2551/07/30
ความตั้งใจ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ก.ค.51)
มีโอกาสได้ไปฉลองวัดคาทอลิคชื่อวัดนักบุญอันนา จ.สมุทรสาคร นานๆจะได้มางานบุญซักที (มีแต่หาเรื่องไปงานบาปเป็นประจำ) นั่งรถตู้ยังไม่ทันฝันก็ถึงที่หมายแล้วก่อนมิสซาเริ่มเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง มาคราวนี้ฉวยโอกาส เอ๊ยถือโอกาสพาแม่มาทำบุญสะเดาะเคราะห์หลังจากนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเกือบเดือน ลงจากรถได้เราแม่ลูกก็พร้อมใจกันเดินไปหาของกิน ซึ่งทางวัดจัดบริการฟรีสำหรับผู้มาร่วมงาน อุ๊ย ขออภัย ข้ามขั้นตอนสำคัญไปหน่อย แหะ แหะ มาวัดก็ต้องทำบุญทำทานก่อนสิ โดยทางวัดจะตั้งโต็ะรับบริจาคปัจจัยอยู่ทางด้านหน้า เรียกว่าคุณต้องทำบุญก่อนนะจ๊ะถึงจะกินฟรีได้ เอ๊ะไปๆมาๆจะพากันลงทางบาปอีกแล้ว เอ้ากลับไปว่ากันต่อดีกว่า
หลังจากนั้นสองคนแม่ลูกก็พากันไปสำรวจของกิน อุ๊ยตรงนี้มีก๋วยเตี๋ยว ทางนั้นมีหอยทอด ด้านโน้นมีหมูสะเต๊ะ และอื่นๆอีกมากมาย อีกมากมาย อีกมากมายๆ เฮ้อพอเห็นของกินแล้วสติแตกทุกที ถึงคิวจะยาวเราก็บ่ยั่น ถึงหัวจะเหม็นควันเราก็บ่ถอย ในที่สุดต่างคนต่างสวาปาม เอ่อหมายถึงรับประทานอย่างรีบด่วน เพราะมัวแต่หลงแสงสี ดูนาฬิกาอีกทีเกือบ 10.30 น. มิสซาจะเริ่มแล้ว กินเสร็จก็รีบไปหาที่นั่งซึ่งเกือบเต็มหมดแล้วทั้งๆที่ควรจะมานั่งจองไว้แต่เนิ่นๆ ตอนแรกตั้งใจจะเป็นคริสตชนที่ดีนั่งฟังมิสซาในวัดและถือโอกาสแก้บาปก่อนเริ่มพิธี แหมมางานบุญทั้งทีขอคนบาปกลับใจหน่อย แต่ก็ต้องตกม้าตายเมื่อเจอปีศาจหมูสะเต๊ะล่อลวง
สิ่งที่ตั้งใจไว้ถูกลดอันดับซะงั้น (เลือดคนบาปเข้มข้นจริงๆ) มาครั้งนี้มีข้อตั้งใจหลายอย่าง คือ
1 มาร่วมมิสซาอย่างดี
2 ทำบุญบริจาคทรัพย์สิน
3 ดูแลแม่ที่หัวเข่าไม่ดี เดินเหินไม่คล่อง
4 ถ่ายรูปวิวสวยๆเพราะเพิ่งมาเป็นครั้งแรก
5 รับประทานอาหารที่ทางวัดจัดให้ และ
6 ซื้อของนิดๆหน่อยๆ

ผลออกมาเป็นไงเหรอ อย่างน้อยก็ได้ทำบุญก่อน (เพราะเขาตั้งโต๊ะไว้หน้างาน) แต่ก็ไม่ได้ร่วมพิธีอย่างดี เพราะแอบลุกไปแก้บาป กลับมาถึงที่นั่งก็เป็นช่วงเทศน์พอดี ระหว่างนั้นใจก็พะวงว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปวัด+วิวเลย กลัวแดดจะหุบ ฝนจะตกซะก่อน อยากลุกไประหว่างพิธีก็ไม่ได้ พอจบมิสซาจะไปถ่ายรูปก็ห่วงแม่เดี๋ยวจะเดินหกล้ม เพราะจะไปหาของกินรอบสอง (โอ้แม่เจ้า น้ำย่อยทำงานเร็วมากกกก)
ระหว่างที่แม่นั่งกินก็ถือโอกาสวิ่งไปเก็บภาพมุมต่างๆ แล้วรีบกลับมากินบ้าง แม่แอบแว้บไปดูของ กินเสร็จก็เดินตามหาแม่ พากันโขยกเขยกไปเข้าห้องน้ำ ได้เวลารถออกพอดี ขึ้นรถแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ อ้าวยังไม่ได้ถ่ายรูปภายในวัดเลย แม่บ่นแซงขึ้นมาว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับวัดเลย อืมม เอาไว้ปีหน้าละกันนะคะคุณแม่ พอมีสิ่งที่จะทำหลายอย่าง มันก็เลยออกมาไม่ดีซักอย่าง (อ้อ ยกเว้นเรื่องกิน)
จริงๆแล้วมันอาจจะอยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญก็ได้ ถ้าเราให้ความสำคัญกับเป้าหมายหลักก่อนและยึดมั่นตามนั้น (โดยไม่สนการล่อลวงจากปีศาจหมูสะเต๊ะ) เราก็น่าจะทำสิ่งต่างๆที่ตั้งใจไว้สำเร็จด้วยดี เช่น มางานนี้เป้าหมายหลักคือทำบุญ ร่วมมิสซา และแก้บาป เป้าหมายรองคือ ถ่ายภาพ กินอาหาร และซื้อของ เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งสำคัญคืออะไร ก็ให้ทำสิ่งนั้นก่อนเป็นอันดับแรก พยายามอย่าเดินออกนอกทาง (แม้ว่ากลิ่นหอยทอดจะหอมแค่ไหนก็ตาม) อย่างน้อยถ้าเราทำไม่ครบตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่เราก็สามารถทำเรื่องที่สำคัญที่สุดได้สำเร็จ (ไชโยๆๆๆ)
.............. ฮัลโหล จะชวนไปฉลองวัดอีกเหรอ ได้เลย คราวนี้เรามีเป้าหมายหลักแล้ว รับรองจะต้องทำสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้แน่ๆ เรื่องอะไรเหรอ อ๋อ ก็ที่เราจะไปกินของฟรีที่งานไง รับรองได้กินครบหมดทุกอย่างแน่นอน ฮา ฮา ฮา ฮา ................
แผนที่เดินทาง

2551/07/29
หักห้ามใจเลิกดูดนิ้ว แล้วค่า..
หลังจากโดนกดดันมานาน ในที่สุดเจ้าตัวเล็กก็หักดิบ เลิกดูดนิ้วซะที ช่วง 2-3 วันแรก
ดูเธอน่าสงสารมาก เฝ้าแต่ดูนิ้วโป้งสุดรัก อยากจะเอาเข้าปากแต่ก็พยายามตัดใจ ก็ทุกคนในบ้านบอกหนูว่าเลิกดูดแล้วนิ้วจะสวยนี่นา
ตอนก่อนนอนเป็นช่วงเวลาที่แสนทรมานทั้งคนที่ไม่ได้เลิกและคนที่เลิกมาก เจ้าตัวเล็กนอนกระสับกระส่าย ผุดลุกผุดนั่งอยู่นั่นแล้ว ไม่ยอมหลับซะที มือก็จับผ้าขนหนูคู่กายเอาถูกับปากแทน เดือดร้อนแม่ที่อยากนอนเต็มแก่
ในที่สุดหลังจากฟาดหัวฟาดหางเป็นชั่วโมงเจ้าตัวเล็กก็สิ้นฤทธิ์สลบไปจนได้ เฮ้อกว่าแม่จะได้นอน ลุ้นแทบตาย คิดๆแล้วก็อยากให้กลับมาดูดนิ้วเหมือนเดิม แต่ช้าก่อน ถ้าโทรมาตอนนี้ เอ๊ย ถ้าไม่ใจแข็งตอนนี้ปล่อยให้ดูดต่อไป นิ้วคงเน่าก่อนโตเป็นสาวแน่ ดังนั้นต้องสู้ต่อไปนะลูกรัก
และแม่ด้วยเพราะตอนนี้ตาเป็นหมีแพนด้าเข้าไปทุกทีแล้ว : (
2551/07/24
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
ตั้งใจว่าจะเขียนบันทึก มาหลายวันแล้ว เพิ่งมีโอกาสก็วันนี้เอง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจส่งบุคคลสำคัญเข้านอนกับคุณยาย (จะหลับหรือเปล่าไม่รู้)
มีหลายอย่างที่คิดไว้ว่าจะทำ แล้วก็ได้แต่คิด เอาละเดี๋ยวจะทำนั่น นู่น นี่ โน่น โอ๊ย สารพัดอย่าง แต่เอาเข้าจริง ไม่ได้ทำอะไรเลยซักอย่าง ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นอะไรเลย ความยากมันอยู่ตรงที่ตอนจะเริ่มลงมือทำต่างหาก ก็คงเหมือนคนที่ฝันว่าอยากจะเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แต่เจ้าตัวยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในบ้าน แล้วมันจะเป็นจริงตามฝันได้ไงล่ะ
ถ้าเพียงแต่ลุกขึ้น ก้าวเท้าออกจากบ้าน แม้จะยังไม่ถึงที่ฝันไว้ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ (โอ้พระเจ้าจ๊อด มันคมมาก) ก็ในเมื่อก้าวแรกมันยากแล้วจะทำยังไงให้มันเริ่มได้ล่ะ อืมมมมม
หลังจากประมวลผลด้วยระบบ Brainstorming กับตัวเองแล้วได้ข้อสรุปเป็นขั้นตอนง่ายๆ คือ
เอาล่ะ ถือว่าวันนี้ประสบความสำเร็จในการเริ่มก้าวที่หนึ่งเพราะได้เขียนบันทึกซะที
ขอลาไปนอนกลางวันซักงีบ ก้าวที่สอง สาม สี่ จะช้าหน่อยก็คงไม่เป็นไรจริงมั้ย ?
ปุจฉา : ใครเป็นคนกำหนดว่าตัวอักษรแต่ละตัวควรอยู่ตรงไหนบนแป้นพิมพ์ มีการทำวิจัยมั้ยเนี่ย ทำไมตัวอักษรบางตัวถึงหาไม่ค่อยเจอ
วิสัชณา : ??????????????????
มีหลายอย่างที่คิดไว้ว่าจะทำ แล้วก็ได้แต่คิด เอาละเดี๋ยวจะทำนั่น นู่น นี่ โน่น โอ๊ย สารพัดอย่าง แต่เอาเข้าจริง ไม่ได้ทำอะไรเลยซักอย่าง ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นอะไรเลย ความยากมันอยู่ตรงที่ตอนจะเริ่มลงมือทำต่างหาก ก็คงเหมือนคนที่ฝันว่าอยากจะเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แต่เจ้าตัวยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในบ้าน แล้วมันจะเป็นจริงตามฝันได้ไงล่ะ
ถ้าเพียงแต่ลุกขึ้น ก้าวเท้าออกจากบ้าน แม้จะยังไม่ถึงที่ฝันไว้ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ (โอ้พระเจ้าจ๊อด มันคมมาก) ก็ในเมื่อก้าวแรกมันยากแล้วจะทำยังไงให้มันเริ่มได้ล่ะ อืมมมมม
หลังจากประมวลผลด้วยระบบ Brainstorming กับตัวเองแล้วได้ข้อสรุปเป็นขั้นตอนง่ายๆ คือ
- เขียนสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำในวันนี้ อาจเรียงลำดับตามความสำคัญ หรือความเร่งด่วนก็ได้
- เอามาอ่านทบทวนแล้วเลือกวงกลม(หรือเครื่องหมายอื่นๆ)ข้อที่อยากทำมากที่สุด 3 ข้อ
- ลงมือปฏิบัติในทันที
- เมื่อทำสำเร็จให้ติ๊กถูก (เครื่องหมายถูกอยู่ตรงส่วนไหนของคอมเนี่ย) แสดงว่าทำเรียบร้อยแล้ว
- ส่วนข้ออื่นๆที่เหลือก็เอามาคัดเลือกเพื่อทำต่อไปในวันรุ่งขึ้น
เอาล่ะ ถือว่าวันนี้ประสบความสำเร็จในการเริ่มก้าวที่หนึ่งเพราะได้เขียนบันทึกซะที
ขอลาไปนอนกลางวันซักงีบ ก้าวที่สอง สาม สี่ จะช้าหน่อยก็คงไม่เป็นไรจริงมั้ย ?
ปุจฉา : ใครเป็นคนกำหนดว่าตัวอักษรแต่ละตัวควรอยู่ตรงไหนบนแป้นพิมพ์ มีการทำวิจัยมั้ยเนี่ย ทำไมตัวอักษรบางตัวถึงหาไม่ค่อยเจอ
วิสัชณา : ??????????????????
2551/06/23
เตรียมตัวก่อนเกิดแผ่นดินไหว
ก่อนการเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3. ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
4. ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
5. อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
6. ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
7. ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกัน เพื่อมารวมกันอีกครั้ง ในภายหลัง
8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว
ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง
3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
5. อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง
หลังเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟหรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง
10. อย่าแพร่ข่าวลือ
แหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา
1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3. ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
4. ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
5. อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
6. ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
7. ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกัน เพื่อมารวมกันอีกครั้ง ในภายหลัง
8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว
ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง
3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
5. อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง
หลังเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟหรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง
10. อย่าแพร่ข่าวลือ
แหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา
2551/02/20
Behavior Indicator
Needs Improvement (NI)
Successful (S)
Exceptional (E)
Individuals who significantly and consistently exceed expectations and role requirements Exceeds goals set for the year Demonstrates exceptional depth and breadth of role knowledge, highly recognized by others within the University community Demonstrates role model behavior for other supervisors/staff members to emulate
- Individuals who are new in the learning curve and have not mastered key job responsibilities
- Inconsistently demonstrates or may be learning the required role knowledge and does not yet fully perform all requirements and duties Work is regularly incomplete and/or does not meet the minimal standards for quantity or quality; often misses deadlines
- Takes little to no initiative, even with prompting Requires more than the expected level of supervision due to lower quality work or level of learning required to complete role successfully
- Inconsistent interactions with peers and/or management
Successful (S)
- Individuals who regularly meet and sometimes exceed expectations and role requirements
- Meets goals set for the year Possesses full depth and breadth of role knowledge
- Perceived by peers, managers, students and other customers as collaborative, skilled and reliable
- Consistently interacts effectively with peers and/or management
Exceptional (E)
Individuals who significantly and consistently exceed expectations and role requirements Exceeds goals set for the year Demonstrates exceptional depth and breadth of role knowledge, highly recognized by others within the University community Demonstrates role model behavior for other supervisors/staff members to emulate
2551/02/19
CORE COMPETENCY

core competency is something that a firm can do well and that meets the following three conditions specified by Hamel and Prahalad (1990):
It provides customer benefits It is hard for competitors to imitate It can be leveraged widely to many products and markets. A core competency can take various forms, including technical/subject matter know how, a reliable process, and/or close relationships with customers and suppliers (Mascarenhas et al. 1998). It may also include product development or culture such as employee dedication. Modern business theories suggest that most activities that are not part of a company's core competency should be outsourced.
If a core competency yields a long term advantage to the company, it is said to be a sustainable competitive advantage.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)