2558/05/19

San Andreas มหาวิบัติแผ่นดินแยก.. กลางปี 2015

หนังใหม่ ชวนตื่นเต้นเกี่ยวกับแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก

เป็นอีกมุมหนึ่งของมหาภัยภิบัติที่ Holywood สร้างขึ้น เนื้อจินตนาการและความเป็นจริงมาก
ซึ่งดูเอาสนุกและดูเทคนิคการถ่ายทำในมุมมองของการทำหนังมากกว่าประเด็นอื่นๆ
เรื่องย่อมีประมาณนี้

หลังจากเกิดเหตุการณ์ San Andreas (ซาน แอนเดรส) ที่มีชื่อเสียงจนทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ระดับ 9 ที่แคลิฟอร์เนีย นักบินเฮลิคอปเตอร์ผู้ค้นหาและช่วยชีวิต (จอห์นสัน) กับภรรยาที่ไม่ค่อยลงรอยกันต้องออกเดินทางจากลอสแองเจลิสไปจนถึงซานฟรานซิสโกด้วยกันเพื่อช่วยลูกสาวคนเดียวของพวกเขา แต่การเดินทางสู่ทางตอนเหนืออันโหดร้ายของพวกเขาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น พวกเขาคิดว่าเรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปแล้ว …แต่มันเพิ่งเริ่มต้น...  ซึ่งชวนให้พวกคุณได้ติดตาม


2558/05/11

เด็กเศรษฐศาสตร์ ชวนดูละครประวัติศาสตร์



ในฐานะเด็กเศรษฐศาสตร์ และเป็นรุ่นพี่ของดารานำ "นาวิน ตาร์"  จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปดูและสนับสนุนละครดีๆเช่นนี้ ซึ่งนานๆ จะมีออกมาสักครั้งหนึ่ง
โดยในแง่ของเศรษฐกิจแล้ว.. ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่มั่นใจว่าจะสามารถดึงเงินออกจากกระเป๋าคนดูได้คุ้มกับที่ลงทุนไปหรือไม่??
แต่ก็ต้องขอปรบมือมา ณ ที่นี้.. ที่ทีมงานได้ทำละครเรื่องนี้มานำเสนอ

ละครเรื่อง “มังกรสลัดเกล็ด เดอะมิวสิคัล” นำแสดงโดย “นาวิน ตาร์” หรือ นาวิน เยาวพลกุล ที่จะมารับบท ดร.ป๋วย ในองก์ทดแทนแผ่นดิน สุประวัติ ปัทมสูต รับบท ดร.ป๋วย
ในองก์ฝ่ามรสุม และ “อาร์ม” กรกัณฑ์ สุทธิโกเศศ รับบท ดร.ป๋วย ในองก์เสรีไทยลายมังกร
ส่วนนาวิน ตาร์ นั้น ช่วงนี้สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างเดียว ปลีกเวลาซ้อมบทอาจารย์ป๋วยภาคทดแทนแผ่นดินได้อย่างเต็มที่

ดร.นริศ ชัยสูตร รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะที่ปรึกษาของสมาคมเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผู้จัดแสดงละครเรื่องนี้ ได้เปิดแถลงข่าวครั้งแรกไปเมื่อกลางเดือนที่แล้วที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย มีผู้สื่อข่าวบันเทิงจากสื่อทุกแขนงไปร่วมฟังการแถลงกว่าร้อยราย
ในวันแถลงข่าวมีการแสดงสดๆเป็นตัวอย่างให้สื่อมวลชนดูชมด้วยหนึ่งฉาก เป็นฉากในอังกฤษตอนที่ ดร.ป๋วยกำลังจะลาจากภรรยา (มาลีน) เพื่อลงเรือไปต่างประเทศเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเสรีไทย
ประเด็นสำคัญก็คือ ดร.ป๋วยกับภรรยามีความเห็นต่างกันมากเกี่ยวกับเรื่องของสงคราม เนื่องเพราะภรรยาของท่านต่อต้านการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบและทุกกรณี โดยปฏิเสธการ ใช้อาวุธและการประหัดประหารใดๆทั้งสิ้น
เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ภรรยาท่าน ออกมาต่อต้านโดยไม่ยอมถูกเกณฑ์ไปช่วยรัฐบาลอังกฤษ แม้จะเป็นการไปช่วยแนวหลังมิได้ออก สู้รบแต่ประการใดก็ตาม
แต่คุณป๋วยสามีท่านกลับจะไปจับอาวุธเป็นเสรีไทย ทั้ง 2 สามีภรรยาจึงต้องถกเถียงกันในเรื่องอุดมคติอย่างเคร่งเครียดและเข้มข้น แม้จะด้วยความรักที่มีต่อกันก็ตาม

นี่คือบทที่ “นาวิน ตาร์” (ดร.ป๋วย) และ น้องจ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม (มาลีน) แสดงได้อย่างประทับใจนักข่าว เรียกเสียงปรบมือกราวและยาวนาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา

ฉาก 3.2 ท่าเรือ ประเทศอังกฤษ ปี 2485
ป๋วย-มาลีน ผมจำเป็นต้องไป
มาลีน-สงครามมันมีความหมายกับลูกผู้ชายอย่างเธอนักใช่มั้ย ป๋วย
ป๋วย- ผมเกิดหนเดียว ตายหนเดียว ผมขอตายอย่างมีความหมาย
มาลีน-ความมุ่งมั่นของเธอกับของฉันช่าง ต่างกันนัก
ป๋วย-เธอคงไม่เข้าใจคนพลัดถิ่นอย่างฉัน หรอก การอาสาเข้าเป็นทหารจะช่วยให้รัฐฯที่นี่ยอมรับตัวตนของเรา
มาลีน-แล้วยังงัย? คิดว่ารัฐบาลอังกฤษจะยอมรับขบวนการกู้ชาติของเธออย่างนั้นหรือ ในสงครามไม่มีมิตรแท้หรอก น่าขำแต่ขำไม่ออก
ฉันสู้ยอมขึ้นศาลเพื่อหลุดพ้นจากการร่วมสงครามบ้าๆนี้ในฐานะพลเมืองอังกฤษ แต่เธอกลับอาสาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมัน
ป๋วย- ไม่มีใครอยากให้มีสงคราม แต่เมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องหาทางอยู่ร่วมกับมัน ยามนี้ประเทศ ชาติของผมต้องการความร่วมมือ และก็เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องผดุงเอกราชของชาติไว้
มาลีน-ชาติสำคัญที่สุดสำหรับเธองั้นหรือป๋วย- ใช่ และน่าจะสำหรับคนไทยทุกคน

มาลีน-แล้วฉันล่ะ
ป๋วย- ผมรักคุณเสมอไม่ว่าจะมีสงครามหรือไม่มีสงคราม มาลีน ให้ผมไปเถิดนะ ผมจะกลับมาทันทีที่สงครามสงบ
มาลีน-ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกไหม ได้แต่หวังว่าเธอจะโชคดี ลาก่อน (เพื่อนๆมารับป๋วยลง เรือจากไป)
(เพลง) จันทร์โลมทางแปลง มาลีนร้องซ้อนกับลูกคู่ชายร้องเพลง “ชายชาญ”
มาลีน-บางสิ่ง เหมือนจะใกล้ แต่ไกลลิบ บางคราว ราวจะหยิบ ใส่มือคว้า บางครั้ง เหมือนฟ้าสั่ง กลับร้างรา เพียงเพราะว่า เธอเห็น เป็นคนไกล

ละครเรื่อง “มังกรสลัดเกล็ด” กำกับการแสดง และสร้างบทโดย ประดิษฐ์ ประสาททอง เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง 2547
กำหนดลงโรงที่หอประชุมใหญ่  ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ศุกร์ที่ 29 พ.ค., เสาร์ 30 พ.ค., อาทิตย์ 31 พ.ค. รวม 5 รอบ .
จองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นไป.


2558/03/27

Fast Furious 7 ซิ่งอมตะ กับรถในตำนานหน้าใหม่ LYKAN

Fast 7

นั่งรถซิ่ง อมตะ


ที่น่าสนใจ
เนื้อหาเรื่องมีความน่าสนุกและตื่นเต้นตามสไตล์ Furious 7
รถที่ใช้ในเรื่องนี้ เห็นที่จะโดดเด่น คือ  Lykan



ราคาแค่ 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ...   (อุ๊ตีะ... ไม่ยากคูณเป็นเงินไทยเลยคร้าบ)

Lykan Hypersport - รถยนต์สปอร์ตระดับหรูและเยี่ยมยอด

ปกติคนมักจะนับแค่ Lamborghini, Ferrari และ Bugatti
อยู่ในรายชื่อปกติทั่วไปของรถยนต์สุดสวยบนดาวเคราะห์ดวงนี้
แต่ตอนนี้จะต้องขยายรายชื่อรถยนต์
เพิ่มอีกหนึ่งรายที่มีฐานการผลิตจากคาบสมุทรอารเบีย
เมืองเบรุต ประเทศเลบานอน
ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ W Motors
รถยนต์ชื่อ Lykan Hypersport   เข้าร่วมรายการเปิดตัวครั้งแรกที่กาตาร์  ในงานแสดงมอเตอร์โชว์ 2013 Qatar Motor Show
Lykan Hypersport กำลังจะเป็น  หนึ่งในรถยนตร์สปอร์ตหรูระดับยอดเยี่ยมอีกคันของทศวรรษนี้


ราคานี้อาจจะทำให้ผู้ชมอ้าปากค้างได้ เท่านั้นยังไม่พอถ้าการมีเพชรประดับหลอดไฟหน้า LED
ถ้าทำให้ลูกค้าไม่ชอบใจการมีแบบนี้ เพราะการมีเพชรประดับไม่ใช่อัตลักษณ์ของคนซื้อ
Lykan Hypersport ยังพร้อมจะช่วยให้ลูกค้า กำหนดประเภทอัญมณีที่ต้องการประดับได้
เช่น พลอย ไพลิน ทับทิม  มรกต หรือ ฯลฯ ดังนั้นให้เตรียมกระเป๋าใส่เงินให้เพียงพอ
ก่อนที่กระเป๋าจะแหก (ไม่มีเงินเพียงพอ)

ถ้าว่าถึงเกี่ยวกับการออกแบบรูปทรงของ
Lykan Hypersport ใกล้เคียงกับ  Audi R8 กับ Lamborghini Aventador  มาก
แต่มีการเพิ่มประสิทธิภาพทางพลศาสตร์ ตัวถังทำด้วย carbon fiber
การตกแต่งภายในอย่างหรูหรา รวมทั้งสเป็คเครื่องยนต์ Porsche 911 จากพันธมิตรธุรกิจอิตาลีกับเยอรมันนี หุ้นส่วนทางด้านเทคนิคกับการออกแบบ Magna Steyr Torino กับ เยอรมันนี RUF
ผู้เชี่ยวชาญปรับแต่งเครื่องยนต์ Porsche  (a flat-six engine tuned by RUF  and presumably borrowed from a Porsche 911 As most readers will recognize, RUF is a specialist Porsche tuner.)


กับเครื่องยนต์ขนาด 750 แรงม้า ที่มีความสามารถในการเร่งความเร็ว จาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที
รถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 395 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  และยังมีจอภาพเสมือนจริงแบบสามมิติแสดงบนแผงหน้าปัดของรถยนต์

Ralph R. Debbas ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ W Motors
จบการศึกษาจาก  Coventry University School of Art and Design  อังกฤษ

"เราอยากจะผลิตรถยนต์ที่แพงที่สุด
รถยนต์ที่หรูหราที่สุดที่เคยสร้างกันมา "

2558/02/16

ขอบคุณ กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล และน้องที่ทำงาน

ฤกษ์งามยามดี ก่อนตรุษจีน จึงขอบอกขอบคุณ น้องที่ทำงานที่ทำให้เราได้รู้จักกองทุนเปิดนี้เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว  เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้จักกองทุนนี้เลย แต่จากการที่เราได้แนะนำให้น้องได้รู้จักเก็บออม แล้วเอาเงินที่เก็บได้เดือนละ 1,000 บาท ไปซื้อกองทุนเปิดของธนาคารกรุงเทพ  แต่จะเป็นกองทุนอะไรนั้นก็แล้วแต่เขา
ซึ่งน้องคนนี้ก็ได้ศึกษาและมาสอบถามว่า "พี่กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล อันนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะเท่าที่หนูดูข้อมูลก็โอเคนะ เขาลงทุนในบริษัทฯ ใหญ่ๆ มั่นคงดี"

ตอนนั้นเราก็เพิ่งรู้จัก เพราะก็ห่างเหินจากกองทุนเปิดมานานแล้ว ซึ่งพอดูข้อมูลต่างๆ ก็น่าสนใจดี จึงบอกน้องไปว่า เก็บออมเลย..
แล้วเขาก็เริ่มเปิดบัญชี เพียงแค่ 1,000 บาท  (แทนที่จะเอาไปซื้อหวยต่อเดือน ที่น้องเขาเล่นเป็นประจำ)
ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)
จำนวนเงินปันผลทั้งหมด :
4.4000
บาท/หน่วย
ครั้งที่จำนวนเงินปันผล
(บาท/หน่วย)
วันปิดสมุดวันที่จ่าย
90.350030/01/255804/02/2558
80.500029/10/255703/11/2557
70.600030/07/255704/08/2557
60.550002/05/255708/05/2557
50.150028/11/255603/12/2556
40.750031/05/255605/06/2556
30.750001/03/255606/03/2556
20.550028/11/255503/12/2555
10.200027/07/255530/07/2555



จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ได้รับเงินปันผลแล้ว 3 ครั้ง  ตามรายละเอียดด้านบน ที่แสดงให้อ่านนี้

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกท่านเก็บออมเงินในรูปแบบนี้ แทนการซื้อหวยดีกว่าครับ


2558/02/08

รามคำแหง 53 แหล่งชุมชนใหม่ที่น่าสนใจ

วันนี้มีโอกาสขับรถผ่านแหล่งชุมชนใหม่ ที่รามคำแหง 53
ถึงแม้ว่าซอยนั้นจะแคบแค่ 2 เลนรถวิ่งผ่าน.. แต่กลับมีโครงการที่พักอาศัยมากมาย ตั้งแต่ระดับอพาร์ทเมนต์ จนถึงบ้านเดี่ยวหลาย 10 ล้านบาท   ซึ่งซอยก็วิ่งทะลุผ่านโรงเรียนบดินเดชา (สิงห)
และสามารถวิ่งผ่านไปยัง ลาดพร้าว 112 ได้อีกด้วย


วันนี้แวะไปกินเค้กแสนอร่อย ที่ @ park TESCO ที่ร้าน Sweet Cake และดื่ม  Choc Cookie ที่แสนหวานมัน ก็นับว่าเป็นร้านเค้กพรี่เมี่ยมพอสมควร
สนใจก็แวะไปได้ตาม link ด้านล่าง

https://www.google.co.th/maps/@13.774599,100.610889,3a,75y,173.7h,79.68t/data=!3m4!1e1!3m2!1szb4p3eYUHoXozERHDvZTvQ!2e0

2557/11/22

กว่าทศวรรษที่ได้รู้จัก บุญถาวร



สุวัฒน์  พรฤกษ์งาม ( พี่จื้อ )  จบจากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ ศึกษาภาษาจีนเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 1 ปี และได้เข้ามาร่วมงานกับ บุญถาวร ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด ในปี พ.ศ.2545

จุดเด่นของ 
บุญถาวร 
คือความเป็น Specialist 
ในด้านกระเบื้องและสุขภัณฑ์

“เทคนิคในการเพิ่มยอดขาย คือ คัดสรรตัวสินค้าที่ขายดีและสามารถขายได้ นำมาขาย แต่ในเบื้องต้นก็ขึ้นอยู่กับพนักงานทั้งหมด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวพี่คนเดียว ตัวพี่เองนั้นพยายามจะผลักดันและกระตุ้นให้พนักงานมีภาพของตัวเองและมีเป้าหมายของตัวเองก่อน เพราะถ้าพนักงานขายไม่มีเป้าหมาย ไม่มีภาพของตัวเองในอนาคต เขาก็จะทำงานแบบผ่านไปวันๆ ไม่รู้เป้าหมาย แต่ถ้าคนไหนที่มีเป้าหมายชัดเจน เขาก็จะเดินขายแล้วก็จะทำยอดขายได้   พี่ก็จะบอกพี่ๆ supervisor ให้ช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการสต็อกสินค้า การวางสินค้า ราคาสินค้า แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็ขึ้นอยู่กับตัวพนักงานขายเองด้วย”

“คู่แข่งขันที่มีเพิ่มมากขึ้นถามว่ามีผลไหม??"
แน่นอนว่าต้องมีบ้างแต่มันก็เป็นความสนุกของการแข่งขันแบบเสรี ที่จะต้องมีเพื่อนๆมาร่วมแข่งขัน เพราะตราบใดที่ธุรกิจขายได้และขายดี ยังไงก็ต้องมีเพื่อนมาช่วยค้าขาย ทีนี้เราจะต้องทำยังไง เราก็ต้องดูว่าตัวเราพร้อมหรือเปล่าในสนามแข่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทีมงาน เรื่องของตัวสินค้า อันไหนที่เราสู้เขาไม่ได้เราก็ดูว่า ใช่ core business (ธุรกิจหลัก) ของเราไหม ถ้าไม่ใช่ก็ให้เขาไปเถอะ แต่ถ้าเป็น core business ของเรา เราก็ต้องหยิบขึ้นมาดูแล้วว่าเป็นที่ตรงไหน เพราะอะไรที่เรายังด้อยกว่าคู่แข่งขัน

“แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะเหนือคู่แข่งขัน.....?”
พี่ว่าอย่าใช้คำว่าเหนือคู่แข่งเลย คือเรามองว่าเราแข่งกับตัวเองดีกว่า เหมือนเราเล่นหมากล้อม การเล่นหมากล้อมคือเราไม่ต้องไปชนะคู่แข่ง หรือกำจัดคู่แข่งขัน แต่เราจะทำอย่างไรให้ตัวเราแข็งแรง เติบโตและพัฒนาขึ้นได้ในทุกๆด้าน ถ้าเดิมที่ผ่านมาเรารู้ว่าเราบกพร่องในเรื่องไหนแล้วเราสามารถอุดรูรั่วตรงนั้นและพัฒนาให้ดีขึ้นได้น่าจะดีกว่า

ส่วนการจัดการพนักงานให้อยู่ในระเบียบ ก็ใช้การขอความร่วมมือก่อนเป็นอันดับแรก เพราะบุญถาวรเองก็มีสโลแกนที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ว่า บุญถาวรแฟมิลี่ ซึ่งปัจจุบันนี้ใช้เป็น บุญถาวรไอเดียดีๆมีได้ไม่รู้จบ ส่วนการจะเป็นบุญถาวรแฟมิลี่ได้นั้น ก็ต้องมีการพูดคุยกันก่อน ขอความร่วมมือกันก่อน  ถ้าขอความร่วมมือแล้วผู้ที่รับสารหรือทีมงานเข้าใจแล้วปฏิบัติตาม ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเกิดไม่ปฏิบัติตามก็ต้องว่ากันไปตามกฎ กติกามารยาท ตามลำดับที่ตั้งไว้ พี่ก็ใช้วิธีง่ายๆแบบนี้แหละจะให้มาตีหน้ายักษ์ทุกวันคงไม่ไหว

“สำหรับผู้ที่อยากร่วมงานกับบุญถาวร"
เพียงแค่คุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็ walk in เข้ามาสมัครได้เลย แล้วก็ดูว่าตัวเองมีเป้าหมายอะไร ถ้าสนใจในเรื่องการขาย ก็คงเน้นรายได้เป็นหลัก แต่ถ้าสนใจในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก ก็จะไปอยู่ด้านดีไซน์เนอร์ แต่บุญถาวรเอง ก็ไม่ได้เน้นหนักไปทางด้านดีไซน์เนอร์ ทางเราพยายามครีเอททางด้านนี้ ซึ่งถ้าเกิดคนกลุ่มนี้ได้เข้ามาร่วมงาน และสามารถพัฒนาตัวเองไปทางด้านการขายได้ก็จะมีศักยภาพมากกว่าพนักงานขายทั่วไป ซึ่งแน่นอน nobody perfect

หลายๆมหาวิทยาลัยพยายามสร้างคนให้เก่งทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านดีไซน์เนอร์และด้านการขาย แต่ถามว่ายากไหม พี่ว่ายากนะ เพราะแต่ละกลุ่มก็จะมีความเป็นตัวเองในด้านของเขา แต่เราจะทำอย่างไรให้ทั้ง 2 กลุ่มนี้รวมเป็นหนึ่ง หรือทำอย่างไรให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เพราะถ้าคน 2 กลุ่มนี้ทำงานร่วมกันได้ เมื่อมีลูกค้าเข้ามาแล้วเขาสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์และมีความชำนาญในด้านการขาย ก็มีโอกาสที่จะเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

อยากฝากถึงคนที่ร่วมงานกันเรื่องการเคารพสถานที่หรือเข้าใจในชีวิตการทำงาน คือ ที่ทำงานไม่ใช่ที่บ้าน อยากให้แยกที่ทำงานกับที่บ้านให้ได้ แต่แน่นอน 2 เรื่องนี้เราต้องบาลานซ์กันให้ได้ work & life ฉะนั้นการที่คุณมาทำงาน คุณมีหน้าที่อะไรบ้างและทำในสิ่งที่นอกเหนือจากสิ่งที่มอบหมาย

ถ้าเกิดสงสัยอะไรให้ถามอย่าเก็บไว้และคิดเอาเองว่า ถามไปก็เท่านั้น เกรงใจพี่ คือพี่อยากให้ถามเยอะๆ เพราะการถามจะทำให้เกิดการคิด ส่วนการคิดจะทำให้เกิดวิธีการทำงานใหม่ๆ เพราะฉะนั้นเองไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการถาม ถามได้แต่อยากให้ถามเป็นลำดับขึ้นมาก่อน เช่นถาม leader ก่อน ถาม supervisor แล้วก็เรียงลำดับขึ้นเรื่อยๆมา เพราะถ้ามาที่พี่เลยหมดทุกเรื่องคงไม่ไหว

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใหม่ กับบุญถาวรก็คงต้องมีการทบทวนอย่างเสมอ พยายามให้ความสนใจกับสิ่งนั้นบ่อยๆ อย่างเช่น การเดินเก็บกระเบื้อง  พี่มองว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก คือ หลายคนไม่รู้ว่าการเดินเก็บกระเบื้องทำให้คุณได้เรียนรู้  เพราะตัวพี่เองเวลาเดินเก็บกระเบื้องพี่ก็จะจำได้ว่า สินค้าตัวนี้ชื่ออะไร ลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไร ยี่ห้ออะไร เผื่ออนาคตลูกค้ามาถาม อาจจะเป็นตัวที่เราเคยเก็บก็เป็นได้ อย่างน้อยเราก็ได้ผ่านตา จึงเป็นโอกาสที่เราจะปิดการขายได้เร็วขึ้น คือทุกอย่างถ้าเรามองให้เป็นเรื่องดีเป็นเรื่องสนุก เราก็จะสนุกกับสิ่งนั้น ถ้าเรามองว่าเป็นเรื่องไม่ดีมันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร แล้วพวกที่ชอบมองว่ากฎมีไว้แหกพี่ก็เข้าใจว่ามันท้าทายแต่ทุกอย่างก็ต้องมีลิมิต เราอยู่กับคนหมู่มากมันก็ต้องมีกฎกติกาไว้ควบคุมเพราะไม่อย่างนั้นเองสังคมก็จะอยู่ยากวุ่นวายพอสมควร

"กิจกรรม ONE MORNING ONE PRODUCT"
พี่รู้จักกิจกรรมนี้ตั้งแต่เข้าบุญถาวรมาเลย มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งแนะนำให้ทำ พี่คิดว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์ แต่ทุกวันนี้บางคนกลับมองเป็นภาระ ซึ่งจริงๆแล้วประโยชน์หลักๆขึ้นอยู่กับตัวผู้พูดสินค้านั้นๆ คือการที่จะพูดก็จะต้องมีการศึกษาก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะอย่างนั้นใครที่ได้รับเกียรติให้มาพูดคุณรู้ไหมว่าคุณได้เรียนรู้ ได้ความรู้ ได้มากยิ่งกว่าทองอีก เพราะความรู้จะไม่มีวันสูญหายจะอยู่กับเราไปตลอด อย่างน้อยคุณก็จะได้รู้จัก ได้ผ่านหูผ่านตาบ้าง จึงอยากจะฝากไว้ว่าให้มองเป็นเรื่องสนุก คนพูดก็จะได้ประโยชน์ คนฟังก็จะสนุกและได้ประโยชน์ไปด้วย แต่ไม่ซึมซับเท่าคนที่พูด เพราะอย่างนั้นเอง จึงอยากจะให้ทำเหมือนเป็นการเล่นเกมส์ และตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุดมีสีสัน แล้วยิ่งถ้าเกิดเรามองว่าเป็นเรื่องสนุกน้ำเสียงการพูดการนำเสนอจะออกมาสนุกสนาน  อย่ามองว่าเป็นภาระ ถ้ามองว่าเป็นภาระแล้วตัวเราเองจะพูดไม่น่าสนใจ เปรียบง่ายๆให้มอง one morning เป็นผู้หญิงเราจะศึกษายังไง คนที่เข้ามาจีบจะเป็นยังไงหรือตัวผู้หญิงเองจะพัฒนาตัวเองยังไงให้มีเสน่ห์ มีสีสัน คนเราจะดูดีได้จะต้องมาจากข้างใน ไม่จำเป็นต้องดูรูปกายภายนอกก่อน บางคนสวยมาก แต่ก็เท่านั้น บางคนดูดีและเก่งด้วยมันก็ยิ่งดีไปกันใหญ่
one morning ก็เช่นเดียวกันจะทำยังให้ดูดีมีเสน่ห์น่าสนใจ เพราะอย่างนั้นก็ต้องฝากให้ทุกคนพยายามทำ สาขาเกษตร-นวมินทร์เรามีแค่ จันทร์-พุทธ-ศุกร์ และอีกอย่างก็เป็นการสร้างสัมพันธภาพ สร้างสังคมระหว่างเจ้าของสินค้า ( PC ) กับพนักงานขาย ( Sale) ที่บางคนอาจจะไม่เคยได้คุยกันหรืออาจจะไม่เคยรู้จักตัวสินค้าตัวนี้เลย จะได้รู้จักกันมากขึ้นส่วนคนฟังก็ตั้งใจฟังเถอะ ก็อยากจะฝากไว้


"C & D เทคนิคการเพิ่มยอดขายสำหรับเด็กรุ่นใหม่กับชีวิตดิจิตอล"
เด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างจะเป็นดิจิตอลเพราะ Facebook ,Line เป็นประโยคสั้นๆอ่านปุ๊บแล้วก็ผ่านแล้วยิ่งมี copy & paste คนส่วนใหญ่ก็จะแค่ copy และก็ paste ลงไป โดยลืมตัวว่ามันจะส่งผลอะไรมาก  หรือ แค่ copy และส่งๆ ต่อๆกันไป แต่ขาดการคิดวิเคราะห์

อยากให้คุณดูว่าของเก่าเป็นยังไง แล้วนำมาพัฒนาได้ไหม โดยการพัฒนาในส่วนที่เหมาะกับตัวเรา บางสิ่งบางอย่างไม่เหมาะกับตัวเรา เราก็ไม่ต้องนำมา  ดังนั้นจึงอยากฝากเรื่องการเรียนรู้และการตั้งคำถาม
การเรียนรู้คืออะไร? การเรียนรู้คือการที่คุณได้เรียนรู้สินค้า ได้อ่านข้อมูลใน facebook หรือที่ไหนก็ตามที่คุณอ่านแล้วคุณก็คิดแล้วตั้งคำถามว่าที่เค้าส่งมาจริงหรือไม่  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น  พอเราตั้งคำถามจะเกิดการคิด แล้วการคิดจะทำให้เกิดการพัฒนา

เวลาพี่พูดกับคนทำงานทั่วไป พี่ก็จะแนะนำให้นำหลัก C&D ไปใช้ คือไม่ต้องไปคิดเยอะไปดูว่าคนอื่นเขาทำกันอย่างไร อะไรที่คนอื่นทำแล้วดีคัดลอกเขามาแล้วมาคิดว่าจะพัฒนาต่อไปได้อย่างไรให้ดีกว่า เราคงไม่ใช่ R&D คือ Research(การวิจัย) & Develop (การพัฒนา ) คือการค้นคว้าจากสิ่งที่ไม่มีเลยนี่คือการวิจัย แต่นั่นคือนักวิทยาศาสตร์ แต่เราคือคนทำงาน สังคมมีอะไรอยู่แล้วมากมายบนโลกใบนี้ เราแค่คัดลอกแล้วนำมาพัฒนาแล้วเราก็จะเกิดการเรียนรู้และตั้งคำถาม ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างลายกระเบื้องก็เห็นเป็น C&D เยอะมาก แต่ตลาดก็เป็นคนละกลุ่มกัน ตลาดคนไทยก็ราคาคนไทย ส่วนกระเบื้องยุโรปก็มีตลาดของกระเบื้องกลุ่มยุโรปอยู่แล้วไม่ต้องห่วงว่า copy กันมาเยอะแล้วจะขายกันไม่ได้
-----