2553/10/24
2552/04/11
2552/03/30
ขอพร 3 ข้อ จากพระกุมารเยซู






วัดคาทอลิก วัดพระกุมารเยซู บางนา กม.8หนูมาแสวงบุญที่วัดพระกุมารเยซู มีมิสซาเวลา 8.30 น. และเดินรูปหลังพิธีมิสซา เป็นสัปดาห์ก่อนอาทิตย์ใบลาน
ส่วนช่วงสาย เวลา 10.30 น. ก็มีมิสซาอีกครั้งหนึ่ง และก่อนพิธีมีการซ้อมร้องเพลงกับสัตบุรุษด้วยจ้า
หนูกับม๊าม๊า และป๊าป๊า ขอพร 3 ข้อ ตามที่ป้าออมบุญ เคยสอนไว้ด้วยค่ะ
วัดนี้ลมพัดเย็นสบายดีมากๆ เลย ทั้งๆ ที่มาเอาปลายเดือนมีนาคม แต่อากาศภายในวัดเย็นสบายดีมากค่ะ
ถึงแม้ว่าทางเข้าซอยของวัด รถจะเยอะมากๆ เพราะด้านในซอยนั้นมี มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 อยู่ด้านใน.. (และวัดบางแก้ว)
หอระฆังและหลังคาวัด สามารถมองเห็นได้จากถนนใหญ่ ถ.บางนา-ตราด กม.8 เลยนะค่ะ
ชมแผนที่ วัดพระกุมารเยซูได้ที่นี่ค่ะ
http://maps.google.co.th/maps/ms?ie=UTF8&t=h&hl=th&msa=0&msid=102815591993632318413.0004505779d3cefc05def&ll=13.654604,100.676726&spn=0.002659,0.004807&z=182552/03/27
วัดคาทอลิก วัดพระคริสตกษัตริย์

2552/03/22
ตัวกู และกางเขน ไม่ยึดติด


ภาพลักษณ์ของท่านพุทธทาส เป็นภาพลักษณ์หนึ่งที่ผมเคารพนับถือท่าน และทำให้ผมเปิดกว้างในมุมมองของศาสนามากขึ้น ผมเพิ่งได้ยิน หรือรู้จักท่านขณะที่ผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ขณะนั้นได้ทำกิจกรรมนักศึกษาและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ทำให้ได้รู้จักท่านพุทธทาส คำสอนแรกที่ผมได้รับฟังและประทับใจมากๆ ก็คือ
คำว่า ตัวกู ของกู จะทำให้เรายึดติดและเห็นแก่ตัว ซึ่งถ้ามองเป็นภาษาอังกฤษ ตัวกู ก็คือ “I” หากเราต้องการทำลายตัวกูของกู ก็ให้เอาไม้มาทิ่มแทงทะลุไปซึ่งตัวไอ นี้ก็จะกลายเป็นรูปไม้กางเขน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทางคริสต์ศาสนา ดังนั้นการเป็นคนดีก็จะต้องทำลายตัวกู ของกู และไม่ยึดติด ไม่เห็นแก่ตัว พร้อมที่จะแบ่งปัน เสียสละให้ผู้อื่น ก็จะทำให้สังคมนั้นเป็นสุข เป็นคนดีด้วยกันทั้งนั้น
หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสลงไปที่สวนโมกข์ กับเพื่อนในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนของท่านพุทธทาส ก่อนที่จะถึงวันระลึกท่านพุทธทาส วันที่ 27 พฤษภาคม พวกผมได้มีโอกาสไปนอนค้างคืนที่สวนโมกข์ และทานข้าวที่โรงทานแถวนั้นด้วย แม้จะเป็นเพียงเวลาแค่หนึ่งคืน แต่ก็สร้างความประทับใจให้กับผมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคำสอนต่างๆ ที่ท่านให้ไว้และช่วงที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านสอนไว้ว่า เมื่อถึงวันคล้ายวันเกิดของท่านแล้ว สาธุชนไม่ต้องนำของ หรือของขวัญมาถวายให้กับท่าน ท่านพุทธทาส ขอเพียงแต่ว่าให้คนผู้นั้นอดอาหาร และระลึกถึงท่าน ท่านบอกว่าเมื่อเราอดอาหารแล้วเราก็จะได้เข้าใจคนที่ไม่มีจะกินว่าเขาลำบากอย่างไร รู้สึกอย่างไร เพื่อให้เราจะได้รู้จักแบ่งปันคนอื่น และไม่กินอาหารเหลือทิ้งอันจะทำให้เสียของไปอีกด้วยซ้ำ
ผมมาพิจารณาในคำสอนของท่านในเรื่องการอดอาหารเพื่อระลึกถึงท่านพุทธทาส นี้เป็นการให้คำสอนที่ล้ำลึกมากๆ เลยครับ เป็นคำสอนที่เน้นการลดภาวะโลกร้อนได้ดีเยี่ยมมากๆ เพราะว่าคนไม่ต้องซื้อของมาให้ท่าน และลดการบริโภคลงอีกด้วยซ้ำเป็นการสอนให้คนรู้จักตัวเอง รู้จักอารมณ์ของตนเองเมื่อหิว จะได้รู้จักคุณค่าของอาหารหรือสิ่งที่คนเรากินเข้าไปด้วย
และนี้ก็เป็นความเชื่อ ความศรัทธา และเหตุการณ์ต่างๆ ที่หล่อหลอม และทำให้ผมไม่ยึดติดกับรูปแบบพิธีกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เชื่อมั่นและศรัทธาในความดี ความเป็นธรรมชาติของศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ที่ผมนับถือมาตั้งแต่แรกเกิด
2552/03/19
ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน
ผู้ที่เป็นบันดาลใจต่อการพัฒนานิสัยของผม ก็คือ คุณพ่อของผมเอง ท่านเพิ่งจากโลกนี้ไปเมื่อประมาณ 3 ปีกว่าที่ผ่านมา ท่านจากไปด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว ช่วงที่ท่านเจ็บป่วยอยู่นั้น ท่านก็ไม่ได้บ่น หรือเรียกร้องให้ลูกๆ ต้องรักษาอย่างดี หรือต้องอยู่กับท่านทุกวัน ตรงกันข้ามท่านกลับบอกว่าหากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ขอไม่อยู่ดีกว่า..ลำบากตัวเองและลำบากลูกหลานถึงแม้วัยของท่านจะล่วงเลยมาถึง 75 ปี แต่ท่านก็ยังแข็งแรงเรื่อยมาจนกระทั่งพบว่าเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว เพียงแค่ระยะเวลากว่าครึ่งปีที่เจ้าเนื้อร้ายนี้อยู่ในตัวท่าน และแผ่ขยายไปด้วยความรวดเร็ว สุดท้ายท่านก็จากไปด้วยความสงบในพระพรของพระเป็นเจ้า ครอบครัวเรานับถือ และสวดมนต์กันเป็นประจำเวลาช่วงค่ำก่อนนอน แม้จะมีครบจำนวนคนบ้างไม่ครบบ้าง แต่คุณแม่ก็จะนำสวดสม่ำเสมอไม่มีขาด
คุณพ่อของผมเป็นพ่อค้า ร้านขายของชำ ค้าขายมาตั้งแต่หนุ่มๆ จนถึงอายุ 30 ปี ท่านก็ได้ซื้อห้องแถวไว้สองห้อง เพื่อเปิดเป็นร้านขายของโดยตั้งชื่อร้านว่า แสงชัยพานิช เป็นการสะสมเงินและเตรียมการมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เพื่อให้มีร้านขายของเป็นของตนเอง เพราะที่ผ่านมาจะต้องเช่าแผงของคนอื่น ซึ่งท่านก็มีความคิดว่าสักวันจะต้องมีร้านเป็นของตัวเองให้ได้ แล้วก็ทำสำเร็จจนได้
ขณะที่ร้านค้าใหม่นี้เพิ่งเปิด ตัวผมเองเพิ่งมีอายุได้แค่ หนึ่งขวบปีกว่าๆ ก็ยังจำความอะไรไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อได้เข้าเรียนหนังสือและเริ่มจำความได้ และมีหลายเหตุการณ์ที่คุณพ่อได้สอนไว้ เช่น เวลาผมจะกินขนมในร้าน ผมก็จะต้องขอคุณพ่อ หรือพี่สาวคนโตก่อนทุกครั้ง เพราะคุณพ่อบอกว่า ก่อนที่เราจะหยิบของคนอื่น หรือของในร้าน ต้องขออนุญาตเจ้าของก่อนเสมอ
คุณพ่อ มักจะเก็บกระดาษกล่อง หรือลังกระดาษต่างๆ เวลาที่เราแกะกล่อง และนำสินค้าต่างๆ ไปขายได้แล้ว ก็จะเหลือเศษกระดาษ หรือพวกขวดพลาสติก ขวดแก้ว ท่านก็จะเก็บไว้ และมัดไว้เป็นกองๆ สำหรับกระดาษ และใส่กระสอบไว้สำหรับพวกขวดพลาสติก หรือขวดแก้ว เพื่อจะได้นำไปขายให้กับร้านขายของเก่า เป็นการลดปริมาณขยะ และทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
ผมจำได้ว่ามีตู้เย็นใบใหญ่ๆ อยู่ใบหนึ่งเอาไว้แช่น้ำอัดลมให้ลูกค้าได้กินน้ำเย็นๆ ชื่นใจ บนตู้เย็นนั้นจะเขียนข้อความว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” เป็นตู้เย็นที่ซื้อมาหลังจากที่เปิดกิจการใหม่ และใช้ได้เป็นสิบปีเลยทีเดียว ตอนเด็กๆ ผมเคยคุยกับคุณพ่อถึงข้อความข้างบนว่า ผมเคยถามว่า “ซื่อ เป็นอาหารหรือขนมและมันกินได้ด้วยหรือครับ?“ แต่คุณพ่อก็อธิบายว่า “ซื่อ คือ ความซื่อสัตย์กับลูกค้า เวลาพวกเราเป็นพ่อค้าถ้าค้าขายต้องมีความซื่อสัตย์ อย่างเช่นกรณีตักน้ำตาลทรายขายให้กับลูกค้าก็ต้องตักให้ครบปริมาณที่ลูกค้าต้องการ และถ้าคิดเงินก็ต้องคิดเงินให้ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่โกงลูกค้า หากพวกเรา ซื่อสัตย์และลูกค้าเชื่อถือ ลูกค้าก็จะกลับมาซื้อกับเราอีก ทำให้เรามีเงินไปซื้อกับข้าวมากินได้ตลอดไม่มีวันหมดอย่างไงล่ะ“
ส่วนคำว่า คด คือ คดโกง เพราะถ้าหากเราคดโกงลูกค้า ขายของหมดอายุ ขายของไม่ดีให้กับลูกค้า ลูกค้าก็จะไม่มาซื้อกับเรา และทำให้เราไม่มีรายได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราก็คงมีกินอยู่ได้ไม่นาน ดังนั้นจงจำไว้ว่า หากพวกเราจะทำกิจการ หรืออยู่ในที่ทำงานแห่งใด จงมีความซื่อสัตย์ และจดจำคำนี้ไว้ให้ตลอดเวลา
“ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”
คุณพ่อของผมเป็นพ่อค้า ร้านขายของชำ ค้าขายมาตั้งแต่หนุ่มๆ จนถึงอายุ 30 ปี ท่านก็ได้ซื้อห้องแถวไว้สองห้อง เพื่อเปิดเป็นร้านขายของโดยตั้งชื่อร้านว่า แสงชัยพานิช เป็นการสะสมเงินและเตรียมการมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เพื่อให้มีร้านขายของเป็นของตนเอง เพราะที่ผ่านมาจะต้องเช่าแผงของคนอื่น ซึ่งท่านก็มีความคิดว่าสักวันจะต้องมีร้านเป็นของตัวเองให้ได้ แล้วก็ทำสำเร็จจนได้
ขณะที่ร้านค้าใหม่นี้เพิ่งเปิด ตัวผมเองเพิ่งมีอายุได้แค่ หนึ่งขวบปีกว่าๆ ก็ยังจำความอะไรไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อได้เข้าเรียนหนังสือและเริ่มจำความได้ และมีหลายเหตุการณ์ที่คุณพ่อได้สอนไว้ เช่น เวลาผมจะกินขนมในร้าน ผมก็จะต้องขอคุณพ่อ หรือพี่สาวคนโตก่อนทุกครั้ง เพราะคุณพ่อบอกว่า ก่อนที่เราจะหยิบของคนอื่น หรือของในร้าน ต้องขออนุญาตเจ้าของก่อนเสมอ
คุณพ่อ มักจะเก็บกระดาษกล่อง หรือลังกระดาษต่างๆ เวลาที่เราแกะกล่อง และนำสินค้าต่างๆ ไปขายได้แล้ว ก็จะเหลือเศษกระดาษ หรือพวกขวดพลาสติก ขวดแก้ว ท่านก็จะเก็บไว้ และมัดไว้เป็นกองๆ สำหรับกระดาษ และใส่กระสอบไว้สำหรับพวกขวดพลาสติก หรือขวดแก้ว เพื่อจะได้นำไปขายให้กับร้านขายของเก่า เป็นการลดปริมาณขยะ และทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
ผมจำได้ว่ามีตู้เย็นใบใหญ่ๆ อยู่ใบหนึ่งเอาไว้แช่น้ำอัดลมให้ลูกค้าได้กินน้ำเย็นๆ ชื่นใจ บนตู้เย็นนั้นจะเขียนข้อความว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” เป็นตู้เย็นที่ซื้อมาหลังจากที่เปิดกิจการใหม่ และใช้ได้เป็นสิบปีเลยทีเดียว ตอนเด็กๆ ผมเคยคุยกับคุณพ่อถึงข้อความข้างบนว่า ผมเคยถามว่า “ซื่อ เป็นอาหารหรือขนมและมันกินได้ด้วยหรือครับ?“ แต่คุณพ่อก็อธิบายว่า “ซื่อ คือ ความซื่อสัตย์กับลูกค้า เวลาพวกเราเป็นพ่อค้าถ้าค้าขายต้องมีความซื่อสัตย์ อย่างเช่นกรณีตักน้ำตาลทรายขายให้กับลูกค้าก็ต้องตักให้ครบปริมาณที่ลูกค้าต้องการ และถ้าคิดเงินก็ต้องคิดเงินให้ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่โกงลูกค้า หากพวกเรา ซื่อสัตย์และลูกค้าเชื่อถือ ลูกค้าก็จะกลับมาซื้อกับเราอีก ทำให้เรามีเงินไปซื้อกับข้าวมากินได้ตลอดไม่มีวันหมดอย่างไงล่ะ“
ส่วนคำว่า คด คือ คดโกง เพราะถ้าหากเราคดโกงลูกค้า ขายของหมดอายุ ขายของไม่ดีให้กับลูกค้า ลูกค้าก็จะไม่มาซื้อกับเรา และทำให้เราไม่มีรายได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราก็คงมีกินอยู่ได้ไม่นาน ดังนั้นจงจำไว้ว่า หากพวกเราจะทำกิจการ หรืออยู่ในที่ทำงานแห่งใด จงมีความซื่อสัตย์ และจดจำคำนี้ไว้ให้ตลอดเวลา
“ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”
2552/03/16
วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต THE CHURCH OF OUR LADY MOTHER OF GOD






วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต.. เข้าซอยพหลโยธิน 121 มีป้ายบอกทางชัดเจน
วันอาทิตย์ มีมิสซาเป็นภาษาอังกฤษด้วย English Mass 10.45 a.m
มิสซาภาษาไทย เวลา 8.30 น.
ที่มาของวัด...
เมื่อปี 1960 มีสตรีชาวจีนคนหนึ่งเป็นมารดาของเจ้าของโรงน้ำแข็งเซ่งสูง (โรงน้ำแข็งแสงสูง) ที่รังสิต ได้ไปหาคุณพ่อราแป็งซึ่งในขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดกาลหว่าร์ และเสนอยกที่ดินแปลงหนึ่งประมาณ 2 ไร่ เพื่อสร้างโรงสวด เมื่อคุณพ่อราแป็งกลับจากพิษณุโลกในต้นปี 1961 คุณพ่อราแป็งจึงขอให้คุณพ่อแปร์เรย์ไปเยี่ยมคริสตังที่รังสิต และสะพานใหม่
ในปี 1967 หลังจากคุณพ่อแปร์เรย์ได้เป็นเหรัญญิกที่ศูนย์เป็นเวลา 2 ปีแล้ว พระอัครสังฆราชยวง นิตโย ได้แต่งตั้งคุณพ่อแปร์เรย์ เป็นปลัดผู้ช่วยคุณพ่อกิมฮั้ง ที่วัดกาลหว่าร์ และมอบหมายเป็นพิเศษให้ท่านมาดูแลคริสตังที่สะพานใหม่ และรังสิต
ในปี 1967 หลังจากคุณพ่อแปร์เรย์ได้เป็นเหรัญญิกที่ศูนย์เป็นเวลา 2 ปีแล้ว พระอัครสังฆราชยวง นิตโย ได้แต่งตั้งคุณพ่อแปร์เรย์ เป็นปลัดผู้ช่วยคุณพ่อกิมฮั้ง ที่วัดกาลหว่าร์ และมอบหมายเป็นพิเศษให้ท่านมาดูแลคริสตังที่สะพานใหม่ และรังสิต
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



