2551/07/30

ความตั้งใจ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง












เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ก.ค.51)




มีโอกาสได้ไปฉลองวัดคาทอลิคชื่อวัดนักบุญอันนา จ.สมุทรสาคร นานๆจะได้มางานบุญซักที (มีแต่หาเรื่องไปงานบาปเป็นประจำ) นั่งรถตู้ยังไม่ทันฝันก็ถึงที่หมายแล้วก่อนมิสซาเริ่มเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง มาคราวนี้ฉวยโอกาส เอ๊ยถือโอกาสพาแม่มาทำบุญสะเดาะเคราะห์หลังจากนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเกือบเดือน ลงจากรถได้เราแม่ลูกก็พร้อมใจกันเดินไปหาของกิน ซึ่งทางวัดจัดบริการฟรีสำหรับผู้มาร่วมงาน อุ๊ย ขออภัย ข้ามขั้นตอนสำคัญไปหน่อย แหะ แหะ มาวัดก็ต้องทำบุญทำทานก่อนสิ โดยทางวัดจะตั้งโต็ะรับบริจาคปัจจัยอยู่ทางด้านหน้า เรียกว่าคุณต้องทำบุญก่อนนะจ๊ะถึงจะกินฟรีได้ เอ๊ะไปๆมาๆจะพากันลงทางบาปอีกแล้ว เอ้ากลับไปว่ากันต่อดีกว่า





หลังจากนั้นสองคนแม่ลูกก็พากันไปสำรวจของกิน อุ๊ยตรงนี้มีก๋วยเตี๋ยว ทางนั้นมีหอยทอด ด้านโน้นมีหมูสะเต๊ะ และอื่นๆอีกมากมาย อีกมากมาย อีกมากมายๆ เฮ้อพอเห็นของกินแล้วสติแตกทุกที ถึงคิวจะยาวเราก็บ่ยั่น ถึงหัวจะเหม็นควันเราก็บ่ถอย ในที่สุดต่างคนต่างสวาปาม เอ่อหมายถึงรับประทานอย่างรีบด่วน เพราะมัวแต่หลงแสงสี ดูนาฬิกาอีกทีเกือบ 10.30 น. มิสซาจะเริ่มแล้ว กินเสร็จก็รีบไปหาที่นั่งซึ่งเกือบเต็มหมดแล้วทั้งๆที่ควรจะมานั่งจองไว้แต่เนิ่นๆ ตอนแรกตั้งใจจะเป็นคริสตชนที่ดีนั่งฟังมิสซาในวัดและถือโอกาสแก้บาปก่อนเริ่มพิธี แหมมางานบุญทั้งทีขอคนบาปกลับใจหน่อย แต่ก็ต้องตกม้าตายเมื่อเจอปีศาจหมูสะเต๊ะล่อลวง




สิ่งที่ตั้งใจไว้ถูกลดอันดับซะงั้น (เลือดคนบาปเข้มข้นจริงๆ) มาครั้งนี้มีข้อตั้งใจหลายอย่าง คือ





1 มาร่วมมิสซาอย่างดี



2 ทำบุญบริจาคทรัพย์สิน



3 ดูแลแม่ที่หัวเข่าไม่ดี เดินเหินไม่คล่อง



4 ถ่ายรูปวิวสวยๆเพราะเพิ่งมาเป็นครั้งแรก



5 รับประทานอาหารที่ทางวัดจัดให้ และ



6 ซื้อของนิดๆหน่อยๆ




ผลออกมาเป็นไงเหรอ อย่างน้อยก็ได้ทำบุญก่อน (เพราะเขาตั้งโต๊ะไว้หน้างาน) แต่ก็ไม่ได้ร่วมพิธีอย่างดี เพราะแอบลุกไปแก้บาป กลับมาถึงที่นั่งก็เป็นช่วงเทศน์พอดี ระหว่างนั้นใจก็พะวงว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปวัด+วิวเลย กลัวแดดจะหุบ ฝนจะตกซะก่อน อยากลุกไประหว่างพิธีก็ไม่ได้ พอจบมิสซาจะไปถ่ายรูปก็ห่วงแม่เดี๋ยวจะเดินหกล้ม เพราะจะไปหาของกินรอบสอง (โอ้แม่เจ้า น้ำย่อยทำงานเร็วมากกกก)






ระหว่างที่แม่นั่งกินก็ถือโอกาสวิ่งไปเก็บภาพมุมต่างๆ แล้วรีบกลับมากินบ้าง แม่แอบแว้บไปดูของ กินเสร็จก็เดินตามหาแม่ พากันโขยกเขยกไปเข้าห้องน้ำ ได้เวลารถออกพอดี ขึ้นรถแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ อ้าวยังไม่ได้ถ่ายรูปภายในวัดเลย แม่บ่นแซงขึ้นมาว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับวัดเลย อืมม เอาไว้ปีหน้าละกันนะคะคุณแม่ พอมีสิ่งที่จะทำหลายอย่าง มันก็เลยออกมาไม่ดีซักอย่าง (อ้อ ยกเว้นเรื่องกิน)


จริงๆแล้วมันอาจจะอยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญก็ได้ ถ้าเราให้ความสำคัญกับเป้าหมายหลักก่อนและยึดมั่นตามนั้น (โดยไม่สนการล่อลวงจากปีศาจหมูสะเต๊ะ) เราก็น่าจะทำสิ่งต่างๆที่ตั้งใจไว้สำเร็จด้วยดี เช่น มางานนี้เป้าหมายหลักคือทำบุญ ร่วมมิสซา และแก้บาป เป้าหมายรองคือ ถ่ายภาพ กินอาหาร และซื้อของ เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งสำคัญคืออะไร ก็ให้ทำสิ่งนั้นก่อนเป็นอันดับแรก พยายามอย่าเดินออกนอกทาง (แม้ว่ากลิ่นหอยทอดจะหอมแค่ไหนก็ตาม) อย่างน้อยถ้าเราทำไม่ครบตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่เราก็สามารถทำเรื่องที่สำคัญที่สุดได้สำเร็จ (ไชโยๆๆๆ)


.............. ฮัลโหล จะชวนไปฉลองวัดอีกเหรอ ได้เลย คราวนี้เรามีเป้าหมายหลักแล้ว รับรองจะต้องทำสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้แน่ๆ เรื่องอะไรเหรอ อ๋อ ก็ที่เราจะไปกินของฟรีที่งานไง รับรองได้กินครบหมดทุกอย่างแน่นอน ฮา ฮา ฮา ฮา ................


แผนที่เดินทาง





















2551/07/29

หักห้ามใจเลิกดูดนิ้ว แล้วค่า..






หลังจากโดนกดดันมานาน ในที่สุดเจ้าตัวเล็กก็หักดิบ เลิกดูดนิ้วซะที ช่วง 2-3 วันแรก
ดูเธอน่าสงสารมาก เฝ้าแต่ดูนิ้วโป้งสุดรัก อยากจะเอาเข้าปากแต่ก็พยายามตัดใจ ก็ทุกคนในบ้านบอกหนูว่าเลิกดูดแล้วนิ้วจะสวยนี่นา
ตอนก่อนนอนเป็นช่วงเวลาที่แสนทรมานทั้งคนที่ไม่ได้เลิกและคนที่เลิกมาก เจ้าตัวเล็กนอนกระสับกระส่าย ผุดลุกผุดนั่งอยู่นั่นแล้ว ไม่ยอมหลับซะที มือก็จับผ้าขนหนูคู่กายเอาถูกับปากแทน เดือดร้อนแม่ที่อยากนอนเต็มแก่
ในที่สุดหลังจากฟาดหัวฟาดหางเป็นชั่วโมงเจ้าตัวเล็กก็สิ้นฤทธิ์สลบไปจนได้ เฮ้อกว่าแม่จะได้นอน ลุ้นแทบตาย คิดๆแล้วก็อยากให้กลับมาดูดนิ้วเหมือนเดิม แต่ช้าก่อน ถ้าโทรมาตอนนี้ เอ๊ย ถ้าไม่ใจแข็งตอนนี้ปล่อยให้ดูดต่อไป นิ้วคงเน่าก่อนโตเป็นสาวแน่ ดังนั้นต้องสู้ต่อไปนะลูกรัก
และแม่ด้วยเพราะตอนนี้ตาเป็นหมีแพนด้าเข้าไปทุกทีแล้ว : (


2551/07/24

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ

ตั้งใจว่าจะเขียนบันทึก มาหลายวันแล้ว เพิ่งมีโอกาสก็วันนี้เอง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจส่งบุคคลสำคัญเข้านอนกับคุณยาย (จะหลับหรือเปล่าไม่รู้)



มีหลายอย่างที่คิดไว้ว่าจะทำ แล้วก็ได้แต่คิด เอาละเดี๋ยวจะทำนั่น นู่น นี่ โน่น โอ๊ย สารพัดอย่าง แต่เอาเข้าจริง ไม่ได้ทำอะไรเลยซักอย่าง ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นอะไรเลย ความยากมันอยู่ตรงที่ตอนจะเริ่มลงมือทำต่างหาก ก็คงเหมือนคนที่ฝันว่าอยากจะเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แต่เจ้าตัวยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในบ้าน แล้วมันจะเป็นจริงตามฝันได้ไงล่ะ



ถ้าเพียงแต่ลุกขึ้น ก้าวเท้าออกจากบ้าน แม้จะยังไม่ถึงที่ฝันไว้ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ (โอ้พระเจ้าจ๊อด มันคมมาก) ก็ในเมื่อก้าวแรกมันยากแล้วจะทำยังไงให้มันเริ่มได้ล่ะ อืมมมมม



หลังจากประมวลผลด้วยระบบ Brainstorming กับตัวเองแล้วได้ข้อสรุปเป็นขั้นตอนง่ายๆ คือ


  1. เขียนสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำในวันนี้ อาจเรียงลำดับตามความสำคัญ หรือความเร่งด่วนก็ได้

  2. เอามาอ่านทบทวนแล้วเลือกวงกลม(หรือเครื่องหมายอื่นๆ)ข้อที่อยากทำมากที่สุด 3 ข้อ

  3. ลงมือปฏิบัติในทันที

  4. เมื่อทำสำเร็จให้ติ๊กถูก (เครื่องหมายถูกอยู่ตรงส่วนไหนของคอมเนี่ย) แสดงว่าทำเรียบร้อยแล้ว

  5. ส่วนข้ออื่นๆที่เหลือก็เอามาคัดเลือกเพื่อทำต่อไปในวันรุ่งขึ้น



เอาล่ะ ถือว่าวันนี้ประสบความสำเร็จในการเริ่มก้าวที่หนึ่งเพราะได้เขียนบันทึกซะที

ขอลาไปนอนกลางวันซักงีบ ก้าวที่สอง สาม สี่ จะช้าหน่อยก็คงไม่เป็นไรจริงมั้ย ?


ปุจฉา : ใครเป็นคนกำหนดว่าตัวอักษรแต่ละตัวควรอยู่ตรงไหนบนแป้นพิมพ์ มีการทำวิจัยมั้ยเนี่ย ทำไมตัวอักษรบางตัวถึงหาไม่ค่อยเจอ

วิสัชณา : ??????????????????