2563/05/26

เป้าหมาย จีนในอีก 5 ปีข้างหน้า

ชัดเจน และมองเห็นเป็นรูปธรรมดีมาก  สำหรับเป้าหมายของจีน หลังจากการประชุมสภา (May 2020)

  • ในปีนี้ไม่มีการกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • เป้าหมายดัชนีผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.5%
  • การว่างงานควรจะอยู่ที่ 5.5%
  • ตำแหน่งงานใหม่ในเขตเมืองเพิ่มขึ้น 9 ล้านตำแหน่ง
  • เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกมาตรฐานสูง 33.3 ล้านไร่
  • ภาคธุรกิจออมเงินได้เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านล้านหยวน
  • เพิ่มสินเชื่อของธนาคารใหญ่ให้ธุรกิจเล็ก 40%
  • เพิ่มเพดานงบประมาณขาดดุลขึ้นมาอีก 1 ล้านล้านหยวนเทียบกับปีที่แล้ว
  • ออกพันธบัตรรัฐบาลสู้โควิด-19 มูลค่า 1 ล้านล้านหยวน
  • ออกพันธบัตรพิเศษรัฐบาลท้องถิ่น 3.75 ล้านล้านหยวน

2563/05/19

JAL บริหารผู้นำ แก้วิกฤตองค์กร

ถอดบทเรียน กู้วิกฤติสายการบิน JAL ล้มละลาย 7 แสนล้านบาท ฟื้นได้ภายใน 1 ปี 
.
เหตุการณ์นี้  ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นกรณีศึกษา ที่สามารถหยิบมาเล่าสู่กันฟังได้ ซึ่ง ถ้าการบินไทย กล้าทำตาม และ ทุกคนที่เคยฉกฉวยเอาประโยชน์ จากการบินไทย ยอมหยุดพฤติกรรมเดิม เริ่มต้นใหม่ เจริญรอยตาม JAL ยุคใหม่ ซึ่งเป็นแม่บท ในดำเนินการตาม เพื่อเป็น new normal ในการบินไทย เชื่อว่า น่าจะได้ผลดี

จากเหตุการณ์เมื่อปี 2010 วิกฤติสายการบินแห่งชาติของญี่ปุ่น JAL (JAPAN AIRLINES) ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อจะฟื้นฟูกิจการ จากภาวะล้มละลาย หลังขาดทุนติดต่อกันจนเป็นหนี้มากถึง 2.5 ล้านล้านเยน หรือราว 7 แสนล้านบาท และ ต้องออกจากตลาดหลักทรัพย์ เหตุการณ์นี้เป็นข่าวที่สร้างความตะลึงไปทั่วโลก เพราะ JAL เป็นสายการบินแห่งชาติของญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงและทำรายได้แต่ละปีได้มหาศาล
.
หลังจากนั้น ความตะลึงยิ่งกว่ากำลังจะตามมา เมื่อ JAL สามารถฟื้นฟูสภาพการเงินให้กลับมาดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัดภายใน 1 ปี โดยทำกำไรได้กว่า 80,000 ล้านบาท JAL ทำได้อย่างไร?? อาจจะเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ใครถูกมอบหมายให้เป็นหัวเรือในการแก้อภิมหาวิกฤติครั้งนี้??

คำตอบคือผู้ก่อตั้ง “เคียวเซร่า” นาย คาซุโอะ อินาโมริ (Kazuo Inamori) นักบริหารลายครามวัย 78 ปี ผู้ปลุกปั้น “เคียวเซร่า” (Kyocera Corporation) จนกลายมาเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และได้รับการยอมรับในเวทีโลก 
.
หนึ่งในประโยคอิมแพคที่ อินาโมริ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ในช่วงที่เขาได้รับมอบหมายภารกิจใหม่ ๆ ในช่วงปี 2010 ที่สำคัญ เขาไม่ขอรับค่าจ้างจากภารกิจนี้เลย แม้แต่เยนเดียว
.
อินาโมริ ไม่เคยมีประสบการณ์ หรือ ไม่เคยมีความรู้ด้านการบริหารสายการบินมาก่อน แต่ทำไมเขาถึง พาองค์กรที่กำลังโคม่าอย่างหนัก ให้พ้นวิกฤติได้อย่างรวดเร็ว  หนึ่งในวิธีการ คือ เค้าเอาหลักการ และปรัชญาในการบริหาร เคียวเซร่า มาปรับใช้กับ JAL 
.
ปัญหาใหญ่ที่ อินาโมริ พบ คือ 
1.การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายภายในองค์กร 
2.ความไม่ใส่ใจในปัญหาอย่างจริงจังของผู้บริหาร 
3.ผู้บริหารขาดความรับผิ7ชอบ 
4.เจ้าหน้าที่ระดับสูงสร้างรูปแบบการบริหารที่เอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง และ
5.ที่สำคัญความเทอะทะ และเชื่องช้าขององค์กร ที่มีทรัพยากรที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์มากเกินความจำเป็น

สิ่งที่ยากที่สุด คือ การทำให้คนในองค์กรยอมรับ และพร้อมที่จะกู้วิกฤติครั้งนี้ ไปกับ อินาโมริ แน่นอนว่า พนักงานหลายคน ไม่เห็นด้วยกับแผนการดำเนินงานของเขา โดยเฉพาะ คนที่เสียประโยชน์ นี่คือ การรื้อองค์กรใหม่หมดทั้งโครงสร้าง
.
ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่ อินาโมริ ต้องอดทนใช้หัวใจ และ มันสมองไปพร้อม ๆ กัน เขาต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในตัวเขา เชื่อมั่นในยุทธศาสตร์ที่จะพา JAL พ้นวิกฤติ โดยต้องเริ่มจากผู้บริหารระดับบนก่อน
.
ปรับทัศนคติผู้บริหารสไตล์ “อินาโมริ”
ผู้บริหารระดับสูง ในองค์กรกว่า 50 คน จำเป็นต้องเข้าอบรบเพื่อสร้างทัศนคติในการเป็นการเป็นผู้นำ และผู้บริหารใหม่หมด โดยต้องอบรม รวมเป็นจำนวนทั้งหมด 17 ครั้ง ภายในหนึ่งเดือน
.
วิธีการของของ อินาโมริ ผสมผสานความอ่อนโยน ประนีประนอมสลับกับความหนักแน่น ในสไตล์ผู้นำ หลายครั้งที่การอบรมก็เป็นไปอย่างสบาย ๆ ดื่มเบียร์ไปด้วย พูดคุยกันไปด้วย ปี 2012 สำนักข่าว BBC เคยตีข่าวนี้โดยใช้พาดหัวว่า “Beer with boss Kazuo Inamori helps Japan Airlines revival”
.
หลักการของผู้นำ ในแบบฉบับของ อินาโมริ นั้นคือ การเป็นผู้ที่รอบรู้ในเรื่องการเงิน  มีแพสชันกับสิ่งที่ทำ  มีบุคลิกภาพที่ดี และมีความทุ่มเทเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
.
ผู้บริหาร 50 คนที่ผ่านการอบรม จะต้องส่งมอบองค์ความรู้ และทัศนคติในแบบที่ผู้นำพึงมี ไปสู่ผู้บริหารลำดับถัดไป จนครบจำนวน 200 คน 
.
นอกจากนี้ อินาโมริ ยังพยายามปลูกจิตสำนึก  ให้พนักงานรู้ถึงมูลค่าของต้นทุนในทรัพยากรต่าง ๆ ที่อยู่ในองค์กร 

เขาใช้วิธีติดป้ายราคา ไว้ที่ของใช้ต่าง ๆ ในองค์กร เช่น กระดาษแต่ละแผ่น ที่หยิบไปใช้นั้น มีราคาเท่าไหร่ ฯลฯ ฯลฯ
.
ปลดพนักงาน และ ลดขนาดองค์กรอย่างมีหลักการ

JAL ปลดพนักงาน 30% จากจำนวน 50,000 คน เหลือราว 35,000 คน วิธีนี้ทำให้ JAL ประหยัดต้นทุนได้มากถึง 32,000 ล้านบาท แต่ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ นึกอยากจะยื่นซองขาวก็ยื่นเลยนะครับ ต้องบอกว่าวิธีการของ อินาโมริ แยบคาย และมีเหตุผลมาก 

ในช่วงแรกนั้นพนักงานทุกคนยังคงทำงานตามปกติของพวกเขา ซึ่ง อินาโมริ ใช้แนวคิดการทำงานแบบ “กลุ่มย่อย” มาใช้กับองค์กรเพื่อแบ่งหน่วยการทำงาน ออกเป็นหน่วยย่อย 600-700 ทีม 
.
โดยแต่ละทีม ต้องวางระบบงาน และมีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตัวเอง โดยมุ่งหมายให้ทุกทีม สามารถทำกำไรเพื่อหล่อเลี้ยงสมาชิกภายในทีมได้  วิธีนี้ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบและเกิดการแข่งขันกันภายในองค์กร อย่างมีจุดมุ่งหมาย  ซึ่งทำให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นว่า  พาร์ทไหนที่ทำให้องค์กรต้องแบกรับภาระ  โดยไม่ก่อเกิดประโยชน์ หรือทำให้ต้องขาดทุน 
.
จึงนำไปสู่การปรับโครงสร้าง และ ลดจำนวนพนักงานที่อยู่ในส่วนที่ไม่ทำกำไร  รวมถึง การขายเครื่องบินทิ้งกว่า 60 ลำ และ ยกเลิกเส้นทางการบินที่ไม่ทำกำไร ทั้งในและนอกประเทศ 40 เส้นทาง เพื่อแลกกับเงินทุนอัดฉีดจากกองทุนริเริ่มฟื้นฟูวิสาหกิจ (ETIC) 300,000 ล้านเยน หรือราว 83,000 ล้านบาท รวมไปถึงเงินกู้จากรัฐบาล
.
ด้วยหลักการบริหาร และการแก้ปัญหาอย่างทุ่มเท จากทั้งมันสมอง แรงใจ และ แรงกายของ อินาโมริ (เขาให้สัมภาษณ์ว่าน้ำหนักลดไปถึง 4 กิโลกรัมในช่วง 6 เดือนแรก) ทำให้สายการบินแห่งชาติของญี่ปุ่น ที่กำลังอยู่ในอาการโคม่าขั้นสุดท้าย  พลิกฟื้นกลับมาจนสามารถกลับมาทำกำไรได้มหาศาล  ภายในเวลาไม่กี่ปี และได้เข้าร่วมเป็น 1 ใน 13 สายการบินใน Oneworld ปัจจุบันมีจำนวน 80 ปลายทาง ใน 20 ประเทศทั่วโลก
.
รวมถึง ยังจับมือกับ Qantas Group (ออสเตรเลีย) และ Tokyo Century Corporation ก่อตั้งสายการบินราคาประหยัด Jetstar Japan ปี 2018 JAL มีรายได้ 1.48 ล้านล้านเยน (ประมาณ 414,000 ล้านบาท) ส่วนกำไร 1.76 แสนล้านเยน (ประมาณ 49,000 ล้านบาท) 
.
JAL เป็นเคสเหตุการณ์แก้วิกฤติที่ชี้ศักยภาพของ “ผู้นำ” ได้ชัดเจนที่สุด และทำให้เราเห็นว่า “ผู้นำ” มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากขนาดไหน

Cr.BrandThinkme

2563/05/13

ผักสด @เซเว่น

ผักสดอาหารบำรุงร่างกาย และบำรุงใจด้วยเช่นกัน  7-eleven บางสาขาเริ่มเอามาวางจำหน่ายแล้วเช่นกัน 

ผักกาดขาวหัวเล็กๆ กะทัดรัด เหมาะกับการกินแบบคนเดียวหรือสองคน สนนราคา 32 บาท  อู้หู้..
กะหล่ำปลีหัวเล็กๆ  28 บาท อู้หู้..
บอกไม่ได้ว่าราคานี้ถูก หรือแพง เพราะผักขาวสะอาดมากและมีการห่อพลาสติกอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็ว แต่ยังชอบการทำอาหารกินเอง
ผักกะหล่ำเป็นผักที่ทำกับข้าวง่ายที่สุดละ นึกอะไรไม่ออก ก็เอามาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วผัดกับกระเทียม เกลือ น้ำตาล ก็นำมากินกับข้าวสวยร้อนๆ ได้แล้ว

2563/05/12

แต่งบ้าน แต่งใจ ไร้รอยต่อ

การแต่งบ้าน ต้องแต่งใจให้กับตัวเองด้วยนะ เพราะความสวย หรือความเหมาะสมของบ้านแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกัน  ตั้งใจที่จะแนะนำสินค้าต่างๆ เพื่อนำไปแต่งบ้าน  และเพจนี้ก็ ตั้งใจจะหาวิธีการแต่งใจ ด้วยอักขระที่ร้อยเรียงมาให้เป็นอาหารใจด้วยไปพร้อมๆ กันทั้งผู้เขียน และผู้อ่าน อย่างไร้รอยต่อ ...

2563/05/11

สรุปงานสัมมนา รวมพลคนทันหุ้น Online 09/05/2020

สรุปงานสัมมนา รวมพลคนทันหุ้น Online 09/05/2020

โดย Pathaipoom Songkroh 

--------———-

มุมมองนักลงทุนรายใหญ่

เสี่ยยักษ์

- ราคาหุ้นนำความคิด หลายๆคนรอซื้อหุ้น ราคาหุ้นลงจาก 20 บาท ไป 10 บาท ตอนนี้ขึ้นมาที่ 15 บาท จะตัดสินใจยากแล้ว

- Day Trade ช่วงนี้ยาก 50/50 ลงทุน ณ เวลานี้ตัดสินใจยาก

- Covid-19 โอกาสเกิด wave 2 ยาก เพราะทุกคนเตรียมการไว้หมดแล้ว ไม่เหมือน 3 เดือนก่อน อยู่ที่เม็ดเงินแล้ว ว่าจะดันหุ้นขึ้นต่อไหม

- จากเดิม ลงมาหมดทุกตัว ตอนนี้บางตัวขึ้นมา 30 50 70 100 % แต่จากจุดนี้ จะอยู่ที่พื้นฐานแล้ว บางตัวโดนตีหัวลงมา บางตัวได้สัมปทานที่กัมพูชา ก็ขึ้นได้ จากนี้ไปจะเลือกตัวเล่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด โควิดให้ระวังไว้ได้ แต่อย่าไปกลัว ตอนนี้มองขึ้นยาก ต้องหาตัว Big Shot ให้เจอ ลงทุนในระยะยาวพอสมควร

- ตลาดตัว P/E 5 เท่าก็มี แต่ไม่เล่น ไปเล่นตัว 80 เท่ากัน สมัยก่อนซื้อหุ้น P/E 5 เท่าอย่าง PTT ตอน 70 บาท เลยรวยหุ้นได้ หุ้นจะขึ้นหรือลงตอนนี้มันอยู่ที่แฟชั่น มีอนาคต TESLA AMAZON หุ้นยังขึ้นไปได้
 
- หุ้น Property P/E 3 เท่า 5 เท่า ก็ไม่มีใครเล่น ผู้บริหารที่ดี มีธรรมาภิบาล เค้าเชื่อมั่นมากกว่า ธนาคารปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ไม่ใช่เอาตัวเลขมาคูณแล้วจะซื้อ ณ จุดนั้น มันไม่ใช่แล้ว

- AOT ตอนนี้ทำไมไม่มีคนขาย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่คิดจะขาย มีแต่จ้องจะซื้อ คนที่ Short มา โดนไฟช๊อตตลอด สิ่งที่คิดมันแพ้

- การลงทุน ณ เวลานี้เยอะๆ ยังไม่แนะนำ โอกาสตรงนี้ชนะได้น้อย แพ้แพ้เยอะ ไม่ต้องรีบร้อน

- หาหุ้นแชมเปี้ยน ณ ตอนนี้ที่มี upside เยอะๆ มันยากแล้ว ถ้าเจอแล้วก็ต้องกล้าถือ แบบมีน้ำหนักการลงทุน ถึงจะได้ Big Shot, แล้วจะซื้อตอนไหน ซื้อตอนนี้ก็มีโอกาสได้ล้างชาม ไม่ได้กินกะเค้า

- เฝ้าหุ้นที่เราลิสท์ไว้ทุกวัน ถ้าไม่มี new low พื้นฐาน 3 ปี 5 ปีข้างหน้ามันยังดี Volume เข้า กราฟ Month บีบ กราฟ Day Week มา นั่นละ Big Shot

- New Normal ในหุ้นมันไม่มี เล่นซี้ซั้วไม่ได้ 

----------------------------------------------------------------

เสี่ยป๋อง

- ไม่คิดว่าตลาดหุ้นจะเด้งเร็วขนาดนี้ ทำใจที่จะ follow ตามยาก มองว่าตอนนี้เด้งมาแล้ว รอให้ pull back ลงมา ตอนนี้ขึ้นมาจุดนี้แล้ว คนส่วนใหญ่ก็จะพอร์ตว่าง

- New Normal ราคาหุ้นนำความคิดไปแล้ว ทั้ง Covid ห้าง สนามบิน ที่ยังแย่อยู่ แต่ราคาหุ้นนำไปแล้ว

- ดูกราฟย้อนหลัง ยังไม่เคยเจอเด้งแรงแบบนี้ ทุกครั้งก็จะมีการปรับตัว Pull back ลงมา จะไป 1600 จุดเลยไหม ก็ไม่รู้ ตอนนี้อยู่ wave 1 รอ Pull back wave 2 แล้วซื้อตอนเป็น wave 3 ถ้าหุ้นไม่ลงมา ก็ไม่รู้จะทำยังไง คิดไม่ออก

- การ Pull back ส่วนใหญ่จะมีระยะครึ่งทาง

- ทุกประเทศ Inject เงินกันหมด, QE unlimited, Junk Bond ก็มีคนช่วย

- รอบเด้งที่ผ่านมา คิดว่าเด้งเพื่อลงต่อ โดยมีการเล่นปริมาณน้อย แค่10% ขึ้นมานิดหน่อยก็ขาย

- มีเปิด short ไปวันพฤหัส วันศุกร์ขึ้นมาก็ต้องปิด Posotion ไป

- คนพูดถึง Negative Interest Rate ฝากเงินที่ Bank ต้องเสียเงิน เม็ดเงินก็เลยต้องมาเข้าตลาดหุ้น

- พวก AI, Robot มีสัญญาณซื้อมา ก็ต้องซื้อ พื้นฐานไม่สนใจ

- ทุกคนอยู่บ้าน ว่างกันหมด มีเงินสดอยากซื้อหุ้นกัน มีเม็ดเงินใหม่เข้ามา

- ตลาดหุ้น EPS นักวิเคราะห์คาดปีนี้อยู่ที่ 72 ถ้า SET 1266 P/E อยู่ 17.58 เท่า แต่บางคนมองปีหน้า EPS จะกลับมาที่ 85 เอา 1266 หารด้วย 85 จะได้ P/E 14.89 เท่า ในภาวะปกติ P/E จะ 16 เท่า คนเลยมองปีหน้าว่าจะฟื้นกันแล้ว ถ้าเอา 85 คูณ 16 เท่า ก็จะได้ SET 1360 จุด หรือจะให้ 17 เท่า 20 เท่าก็แล้วแต่

- ก็ได้แต่รอ ว่าจะลงมาเมื่อไหร่ ทุกวันนี้เล่นแค่ 10-20% ของพอร์ต ถ้าไม่ลงมา ก็ไม่กล้าอัดพอร์ตใหญ่

- มีความเป็นไปได้สูงว่า Bottom ไปแล้ว เพราะยืนเหนือ 1214 จุดได้ แต่ถ้าลงมาครึ่งทาง ระหว่าง 969 กับ 1300 ก็คือ 1135 จุด เราไม่รู้ขา wave 2 จะลงมาไหม หรือลงมาเท่าไหร่ หรือจะวิ่งไป 2000 จุดเลยก็ได้

- กำลังหาหุ้นยาวๆแบบ ดร.นิเวศน์บ้าง

- เทคนิคอลที่สวยช่วงนี้คือ Day Week แต่ Month ยังไม่สวย แค่เด้งแรง ลุยตอนนี้ก็ยาก เพราะขึ้นมาหมดแล้ว ถ้าอยู่ๆ มันลงไปครึ่งทาง เราอาจจะไปคัทลอสตอนนั้น

- คนมันดูกราฟ เวลาหุ้นจะตก มันทนได้ไหม ตอนมกราคม เคยบอกว่าถ้าหลุด 1524 จุด มันก็ต้องขาย

- ทุกครั้งที่มางานสัมมนาทันหุ้น หุ้นจะตกหนักทุกครั้ง

- หลักการเลือกหุ้นช่วงนี้ เลือก Most Active ตัวที่มี movement แล้วก็เล่นตามเค้า ซื้อเช้าขายบ่าย ซื้อบ่ายขายวันรุ่งขึ้น

- หุ้นในดวงใจ มีรายได้มั่นคง ผูกขาด แต่ตอนนี้ขอต่อราคานิดนึง

----------------------------------------------------------------

เจาะลึกหุ้น BEM จากผู้บริหาร

- พื้นฐานเกิดจากเอา 2 บริษัทมารวมกันได้ 3 ปีกว่าแล้ว คือทางด่วนกับรถไฟฟ้า (BECL + BMCL)

- Covid-19 ทางด่วนไม่ได้รับการผลกระทบ แต่กระทบจากการเคอร์ฟิว จาก 1 ล้าน หายไป 50% เหลือ 5 แสน แต่จากการปลดล็อก ก็กลับมาที่ 7 แสนแล้ว แต่ระบบรางจะกระทบกับรายได้อยู่แล้ว สิ่งที่กระทบตอนนี้คือการทำ Social Distancing ของระบบรางทั้งโลก ตอนนี้ Passenger รถไฟฟ้ากลับมา อยู่ที่ 25% จากวันที่แย่ๆ เหลือ 10%

- ถ้าเราได้สายรถไฟฟ้าที่ทำออกมาแล้ว success ก็จะดีกว่าได้มาหลายๆสายที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง สายสีส้มเป็นสายที่น่าสนใจ เพราะจะเป็นสายที่ตัดกับสายสีน้ำเงิน ลักษณะตะวันตกไปตะวันออกเกือบ 40 กิโล ศูนย์ซ่อมก็ติดอยู่กับสายสีน้ำเงิน CK บริษัทลูกก็พร้อมที่จะจัดการเรื่องอุโมงค์ รวมถึงสายสีม่วงส่วนต่อขยายก็เป็นสายทีอยากได้
____________________

นักวิเคราะห์ 3 ท่าน

คุณบอม สรพล บล.กสิกรไทย

- ตลาดหุ้น drive ด้วย sentiment ของอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ เหนือปัจจัยพื้นฐานในประเทศ ตอนนี้จะเริ่มออกจาก sentiment กลับไปสู่ปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ

- หุ้นอเมริการอบนี้ผลักด้วยด้วยกลุ่มเทคฯขึ้นมา อย่าง AMZN MSFT AAPL NFLX PYPL รายได้เติบโต 15-25% หุ้นดันตลาดลง จะเป็นพวก New Economy กับ Old Economy JPM WFC BA XOM BRK/B

- บ้านเราผลักดันชึ้นมาจาก GULF MAKRO BAM STARK STA ตัวกดตลาด PTT AOT SCB PTTEP KBANK ซึ่งจะคล้ายกับต่างประเทศเลย

- New Normal : Growth Stock แซง Value Stock ไปแล้ว ในรอบ 50 ปี

- เศรษฐกิจไทย มองเป็น U Shape ตัด V กับ L ออกไป ตอนนี้ทุก sector ตอนนี้โดนหมด ยกเว้น Bank ที่ยังไม่ล้มเหมือนตอนปี 2008หุ้นกู้พอมีสัญญาณเริ่มล้ม Bank ชาติ FED ECB BOJ ก็ออกมาช่วย

- 2 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไม่ได้แกว่งตัวตามปัจจัยในประเทศ แต่ correlate กับอเมริกาถึง 80% แต่จากนี้ก็จะตามปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยบวก ได้แก่ Vaccine, Phase 2 deal, OPEC (20m cut) วันที่ 10 พ.ค., FED (ETF), Corporate Tax Cut ปัจจัยลบ ได้แก่ 2nd wave (30%), Impact to Bank (15%), High Valuation (50%), Cancel Phase1 deal (15%) เชื่อว่าทรัมพ์แค่ออกมาขู่

- Covid-19 แตกต่างจาก GFC-08 เนื่องจากธนาคารกลางมีบทเรียนและปรับตัวเร็ว

- จุดซื้อ ควรอยู่จุดไหน ดู Earning Yield Gap ได้ที่ 1220 จุด (-0.25 to +0.25 EPS12F @75 SET 1220 - 1360) แนวต้านเดือน พ.ค. 1320 จุด

- วิกฤติตอนนี้คือ หลายวิกฤติรวมกัน Sector ที่จะปรับตัวกลับขึ้นมาได้ดี มีพลังงาน+โรงไฟฟ้า, ปิโตรเคมี, ขนส่ง (AOT+BEM)

- Stress Test จาก Covid-19 ท่องเที่ยวกระทบ 90% สายการบินกระทบ 100% รถไฟฟ้า ค้าปลีกกระทบ 30-40% Utility โรงไฟฟ้า 10% ICT 15% ค่าเฉลี่ยทุก Sector จะอยู่ที่ 50% รัน Stress Test ออกมาแล้ว Sector ที่น่าเป็นห่วงคือ สายการบิน โรงแรม และ Property

- Sector ที่จะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ โรงพยาบาล ICT Commerce และ โรงไฟฟ้า ส่วน Sector ที่ต้องระมัดระวังคือ ท่องเที่ยว และ Property โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมจะไม่ perform กลับไปแบบเดิมได้จาก New Normal

- คัดเลือกหุ้น SET 1320 จุด ตึงๆ เลยวัดด้วยอัตราปันผล ราคาหุ้นที่ยังขึ้นมาน้อย และ Yield ดี ได้แก่ JASIF

- Stock Picks : Theme Well Diversified ได้แก่

1. EGCO (@363.0) : Low risk & Well diversified ไม่ได้ขึ้นกับประเทศใดประเทศหนึ่ง (ไทย 57%  ฟิลิปปินส์ 12% ลาว 10% เกาหลี 16%) ประเภทของโรงไฟฟ้า (Gas 56% Hydro 10% Co-Power 25% แล้วก็ลมกับแดด) : Strong balance sheet with low net D/E at 0.6X ถือว่าต่ำ ตอนนี้มีอยู่ 5000 กว่า MW สามารถเพิ่มเป็น 10000 MW จากการกู้ได้เลย, Trading at low PER20 at 14x (Avg กลุ่ม36x)

2. PTTGC (@49.0) : Cheap Valuation among peers (0.6PBV), expect earning to recover in 2H20 (Olefins) (Olefins มี 50% ที่เหลือคือโรงกลั่นกับ Aromatics) จีนเริ่มฟื้นชัดเจนแล้ว ก็เลยประเมินว่า PolyEthylene (PE HDPE) Spread Q2 จะเริ่มฟื้น ตอนนี้ trade ต่ำกว่า -2SD ด้วยซ้ำ

3. CPALL (+TESCO + Cambodia) : Winner, less impacted among peers, SSSG ใน Q2 จะยังยืนอยู่ที่ -10% ได้ ในขณะที่ตัวอื่น -30% Valuation ยังอยู่ 78 บาท +/- ซึ่งยังไม่รวม TESCO กับ Cambodia ที่คาดว่าจะเปิด 2000-3000 สาขา (จากการเทียบสัดส่วนประชากรในไทยกับสาขาที่เปิด)​ TESCO ให้รายได้ 5200 ล้านปอนด์ ได้ Upside อีก 10 บาท +/- สำหรับ TESCO

4. BEM (@10.60 + Upside Project) : Expect ridership to bounce back to 50-60% in 2Q20 (better than forecasted), potential to win orange-line ยังไม่มีใครรวม upside สายสีส้มเลย, Social Distancing เลี่ยงการขึ้นรถไฟฟ้าไปขับรถขึ้นทางด่วนเอง, Valuation ถ้าใส่สายสีส้ม capacity 250,000 (Conservative) upside จะอยู่ที่ 1 บาท ถ้าขึ้นไปที่ 450,000 ก็จะได้มากกว่า 3 บาท แต่ของ BTS อาจต้องมี GULF STEC มา Conglomerate (กลุ่มบริษัทในเครือ) จะทำให้ได้ upside ไม่ถึง 3 บาท

----------------

คุณต้น เผดิมภพ บล.หยวนต้า

- ณ วันนี้ คนคาดหมายตัวเลขเศรษฐกิจ และผลประกอบการที่จะออกมาไม่ดี ซึ่งจะออกมาแย่น้อยกว่าคาด สินทรัพย์เสี่ยงจะขึ้นได้ดี

- จีนเริ่มเห็นสัญญาณภาคการผลิตที่ยังเหนือกว่า 50 ส่งออกเริ่มมาเป็นบวก

- ธนาคารกลางต่างๆก็ออก QE ไม่อั้น ทำให้ช่วย sentiment

- Covid-19 Wave 2 คนกังวลว่าจะเกิดในอีก 2 เดือนข้างหน้า เหมือน ปี 1918

- สงครามการค้า ไม่น่ากลัวเหมือน 2 ปีที่แล้ว เพราะสิ้นปีนี้จะมีเลือกตั้งอเมริกา เพื่อให้ผลเลือกตั้งไปออกที่ทรัมพ์เหมือนเดิม ให้ balance ดีๆ

- P/E forward ตอนนี้สุงมากเกินไป เพราะ EPS โดนปรับลงมา

- หุ้นตอนนี้จะ sideway จนถึงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 1200 ต้นๆ – 1300 ต้นๆ ถ้าผลสำรวจเป็น U Shape หุ้นก็จะกลับมาขึ้นไปจนถึงปีหน้าจากการฟื้นตัว แต่ถ้ามี 2nd wave Covid-19 ก็จะคาดการณ์ยากแล้ว

- ตอนนี้เงินท่วมโลก สินทรัพย์ปลอดภัยมี upside ไม่เยอะ ตลาดหุ้นก็จะไม่ลงแรง อาจจะมีย่อบ้าง
- มองความเสี่ยงจากเรื่องของ Hedge Fund ว่าเม็ดเงินจะวิ่งไปทางไหน

- ถ้าโลกฟื้น อะไรจะมาก่อน สายพลังงานก็จะมาก่อนจาก Commodity ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นได้ JPM UBS GS มองว่าน้ำมัน Bottom ไปแล้ว demand เริ่มมา supply จากที่เยอะๆ เริ่มลดลงแล้ว ส่งสัญญาณไปที่ Futures ที่กลับมามี position Long เลยมองว่า น้ำมัน ปิโตร โรงกลั่นจะปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วง 2 เดือนนี้ แนะนำ TOP PTTGC PTT ส่วนจะเพิ่ม ESSO SPRC IRPC IVL PTTEP ก็เป็นตัวรอง

- การนำเข้าและการใช้จ่ายภาครัฐเป็น 2 ปัจจัยที่ปรับขึ้น มีการนำเข้าวัตถุดิบมากขึ้นในกลุ่มพลังงาน แต่การส่งออกยังไม่ดี ภาคการผลิตที่ดีคือ IC และ Semi-Conductor เลยทำให้กลุ่ม Electronic น่าสนใจ DELTA จะเป็นตัวหลัก และ HANA KCE เป็นตัวรอง

- สรุปหุ้นที่เลือก 4 ตัว คือ TOP PTTGC PTT DELTA
 
- และตัวที่ 5 คือ STA เป็น Commodity เหมือนกัน STA เองผลประกอบการก็ยังดี บริษัทลูก STGTผลิตถุงมือยางขายดี กำลังจะ ipo เข้าตลาดฯ

- ไม่ได้ดู Index เท่าไหร่ มองที่ตัวหุ้น แต่ถ้ามา 1300 ต้นๆ ก็ rebound กันหมดจนถึงเดือนกรกฎาคม แล้วมาดูเศรษฐกิจไตรมาส 2 ว่าจะเป็นตัว L หรือ U

2563/05/08

เดือน พฤษภา พาใจให้แข็งแรง

ผ่านเดือน พฤษภา มาแล้วหนึ่งสัปดาห์ ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่มีวันหยุดในช่วงเดือน พ.ค. เยอะมาก..และคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป..ไล่เรียงตั้งแต่
วันแรงงาน 1 พ.ค. 
วันฉัตรมงคล 4 พ.ค. 
วันวิสาขาบูชา 6 พ.ค.
และที่กำลังจะถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า คือ วันพืชมงคล 11 พ.ค.

คนทำงานภาคเอกชน บางแห่งก็หยุดแบบนี้ทุกวัน บางแห่งก็ไม่ได้หยุดทุกวัน  แต่ที่แน่ๆ พฤติกรรมของคนเราได้เปลี่ยนไปแล้ว ช่วงเดือนพ.ค. เดิมคนจะไม่ค่อยเดินทางมากนัก แต่ถ้ามีวันหยุดยาวๆ แบบนี้ ผู้คนก็จะเดินทางไปท่องเที่ยว พาใจไปพักผ่อน ...
แต่ทว่าปีนี้เป็นปีที่ไม่เหมือนปีที่แล้ว ผู้คนต่างอยู่แต่ในพื้นที่ ไม่ได้เดินทางไปที่ใด เพราะตัวเก็บตัวรักษาระยะห่าง เพื่อป้องกันโรคระบาดนี้  
ก็ขอให้ทุกท่านโชคดี มีความสุขและผ่านไปด้วยกัน
ฝากบัญชีธนาคารแต่ละโรงพยาบาลที่คอยรับบริจาคน้ำใจดีจากพี่น้องทุกท่าน