2555/06/26

ใครซักคน.. เพลง และข้อคิดดีๆ ที่ได้จากหนัง อนุบาลเด็กโข่ง




ใครซักคน  : อัครชัย

เนื้อเพลง :

บางสิ่งที่หายไปจากหัวใจ ที่สำคัญและมันยิ่งใหญ่ 
กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป ต้องใช้เวลาแสนนาน

ฉันเป็นอย่างคนนั้น ที่ชีวิตนี้ เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น ถ้าวันนี้เพิ่งได้รู้ ว่า
ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้  ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร  มันเหน็บหนาว
อยากจะขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน

ความสุขที่ล้วนมาจากข้างใน  ขอแค่ยอมเปิดใจ กว่าจะค้นหาจนเจอก็เกือบเสียมันไป
ความรักที่เคยหวัง  ฉันเป็นอีกคนนั้น ที่ชีวิตนี้เหมือนยังวุ่นวายสับสน
ไม่เคยมองเห็น จนวันนี้

เพิ่งได้รู้ว่าใครซักคน เพื่อนแท้ฉันซักคน ที่มองข้ามผ่าน 
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ  เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้ ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร มันเหน็บหนาว
อยากขอแค่ใครซักคนมาเป็นเพื่อนกัน


ใครสักคน เพื่อนแท้ที่ฉันได้มองข้ามผ่าน
สิ่งที่เคยตามหา เฝ้ารอมานาน คนที่ใจต้องการ เคยคิดว่าไม่สำคัญ
ในวันนี้  ฉันรู้ว่าต้องมาอยู่คนเดียว
ชีวิตลำพังที่ไม่มีใคร  จะเหงาสักเท่าไร



**************************************



ข้อคิดที่ได้..ชัดเจนมาก...
การให้อภัย และการขอโทษ  เรายังคงเป็นเพื่อนกันมาตลอด เราเลยมาขอโทษนาย

ในใจเริ่มมีการให้อภัย จึงมีการหลั่งสารเอนโดฟิน หรือ สารแห่งความสุข จากต่อมใต้สมอง เข้าสู่กระแสโลหิตและเข้าสู่สมอง
สารนี้จะทำให้จิตใจสบาย พร้อมจะรักตนเอง และรักคนอื่นได้  มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง และสบายใจขึ้น


คนที่ไม่อภัยนั้นเป็นคนแพ้




2555/06/23

แผนที่ วัดคาทอลิก ดอนกระเบื้อง (วัดอัครเทวดามีคาแอล)



ดู Church วัดคาทอลิก จ.ราชบุรี ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า




วันนี้จะพาท่านไปรู้จักกับ “วัดคาทอลิกดอนกระเบื้อง” ต.ดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งจะเป็นคนละที่กับ "วัดดอนกระเบื้อง(วัดพุทธ)" ต.ดอนกระเบื้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลายคนอาจจะสับสน เพราะวัดทั้งสองตั้งอยู่ในตำบลเดียวกันติดชายแดนระหว่างบ้านโป่ง กับโพธาราม เหมือนกัน  วัดคริสต์แห่งแรกของอำเภอบ้านโป่ง ชื่อเต็มๆ ว่า
"วัดอัครเทวดามีคาแอล"

ในปี พ.ศ.2378 สิบปีต่อมาในปี พ.ศ.2388 บาทหลวงอัลบรังค์ ประจำอยู่ที่วัดกาลหว่าร์ กรุงเทพ ได้เยี่ยมกลุ่มคริสตชนที่คลองสี่หมื่นบางนกแขวกแล้ว มักจะกลับกรุงเทพ โดยใช้เส้นทางตามลำน้ำแม่กลองขึ้นไปทางตอนเหนือผ่าน ดอนกระเบื้อง บ้านโป่ง ลูกแก กาญจนบุรี รวมทั้งนครปฐม และได้เดินทางมาพบและโปรดศีลล้างบาปให้กับครอบครัวนี้ จนในปี พ.ศ.2393 จึงมีการตั้งกลุ่มคริสตชนที่ดอนกระเบื้อง สังกัดอยู่ในความดูแลของพระสงฆ์ที่มาจากบางนกแขวก หลังจากนั้น 6 ปี คือ พ.ศ.2399 กลุ่มคริสตชนดอนกระเบื้องได้ร่วมกันสร้างวัดเล็กๆขึ้นด้วยไม่ไผ่ (วัดหลังแรก) และถวายอยู่ในความอุปถัมป์ของนักบุญมีคาแอล ตั้งแต่นั้นมาคริสตชนที่ดอนกระเบื้องก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นทีละเล็กละน้อยตามลำดับ โดยมีคุณพ่อจิน พระสงฆ์ชาวจีนเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดดอนกระเบื้อง เมื่อจำนวนคริสตชนที่ดอนกระเบื้องนี้ได้เพิ่มขึ้นมาก จึงได้สร้างวัดหลังใหม่ขึ้น ในปี พ.ศ.2407 เนื่องจากเป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ 33 ปีต่อมา (พ.ศ.2440) ก็อยู่ในสภาพผุพัง และสถานทีคับแคบเกินไป จึงได้มีการวางโครงการเพื่อสร้างวัดหลังถาวรขั้น(วัดหลังปัจจุบัน) ตามแบบของวัดบางนกแขวก อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม ใช้เวลา 7 ปี ในการจัดหาทุน จัดเตรียมอุปกรณ์ และก่อสร้างจนแล้วเสร็จ

และมีพิธีเสกวัด “ นักบุญมีคาแอล ดอนกระเบื้อง ” ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2447 สองปีต่อมาได้มีการจัดตั้งโรงเรียนประชาบาล ตั้งชื่อว่า “ โรงเรียนประชาบาลตำบลดอนกระเบื้อง ”(นักบุญมีคาแอล) ทำการสอนทั้งหนังสือวัด หนังสือไทย (โรงเรียนเทพินทร์พิทยาในปัจจุบัน) นอกจากนั้นเจ้าอาวาสได้ร่วมกับบรรดาคริสตชนช่วยกันปลูกต้นมะขามรอบๆบริเวณวัด เพื่อสร้างความร่มรื่นสำหรับบริเวณวัด ทั้งยังสามารถนำผลผลิตมาใช้ทำอาหารได้อีกด้วย ซึ่งต้นมะขามดังกล่าวนี้ยังคงอยู่เป็นคู่บารมีของวัดดอนกระเบื้องจนถึงปัจจุบัน และต้นมะขามนี้ ถือได้ว่าเป็นต้นไม้สัญญลักษณ์ประจำวัดและโรงเรียนอีกด้วย





2555/06/18

CEO กับการล้มกระดาน

CEO กับ การล้มกระดาน

เป็นชื่อเรื่องที่คนทำงานได้พูดขึ้นมา เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.. 
ในวันที่ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
จากความเข้าใจในการทำงาน การบัญชาการงานที่สั่งไปให้ลูกน้องทำ  
กลายเป็นความไม่เข้าใจ 
กลายเป็นลูกน้องต้องการคำตอบจากหัวหน้า  
กลายเป็นลูกน้องบีบคั้นต้องการคำตัดสินใจ 
กลายเป็นหนทางที่หัวหน้าต้องเลือก

ทำให้หัวหน้างาน ต้องล้มกระดาน หรือโยนหมากยอมแพ้  
ในหนทางที่เขาพาเดินไปนั้น  
และกล่าวคำว่า ยอมแพ้ ในฐานะที่เป็นหัวหน้า  
 เพื่อจะได้เริ่มเดินหมากกันใหม่อีกหนึ่งครั้ง 
หรืออาจจะต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นไปเลย




2555/06/17

กลับสู่ สมาคมหมากล้อม หลังจากห่างหายไปร่วม 10 ปี

วันนี้พาลูกน้องเก่าที่ร่วมเล่นหมากล้อมกันมา  ตั้งแต่เริ่มต้นสอนน้องเขามาเรื่อยๆ และน้องเขามีพัฒนาการที่ดีมาก จึงชวนมาชมบรรยากาศจริงที่ชมรมหมากล้อมแห่งประเทศไทย  ที่ตั้งอยู่

ชั้น 2 อาคารสีลมปาร์ควิว ซอยศาลาแดง 2 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม.
(เยื้องกับด้านหลังห้างสรรพสินค้าสีลมคอมเพล็กซ์)
เพื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้น้องเขาพัฒนาตัวเองขึ้นไปจนเป็นระดับมืออาชีพได้  เพราะตัวเราเองยังคงต๊อกแต๊กๆ อยู่อย่างนี้ตั้งแต่ตอนนู้น จนถึงตอนนี้...

เล่นหมากล้อมทีไร.. ก็จะต้องระลึกคำว่า  "ชนะได้ โดยไม่คิดเอาชนะ"
เพราะเกมใดที่เราเล่นแบบจะจ้องทำลายล้างฝั่งตรงข้าม... เรามักจะพ่ายแพ้ในเกมนั้นเสมอ 



บรรยากาศ และพี่ที่เฝ้าห้องชมรม ยังคงเป็นคนเดิมอยู่ ซึ่งเราเองคุ้นหน้าพี่เขามากเลย..
ผ่านไปร่วม 10 ปี ที่เราไม่ได้เข้าไปในชมรมหมากล้อมเลย..   จำบรรยากาศได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไปนั่งเล่นกับคนอื่นๆ ที่ชมรมหมากล้อม ตอนนั้นได้พบกับคุณก่อศักดิ์  กำลังนั่งเล่นอยู่ ณ ขณะนั้นด้วย
ตอนนั้นอาการดีใจมาก และได้ยินเสียงคุณก่อศักดิ์พูดด้วย..  เป็นเสียงที่มีพลังมากๆ ยังจำน้ำเสียงตอนนั้นได้เลย

ถึงแม้เราจะไม่ได้ร่วมงานกับคุณก่อศักดิ์ หรือไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็นับถือและติดตามหนังสือที่คุณก่อศักดิ์เขียนทุกๆ เล่ม  ตั้งแต่แรกเริ่มเลย คือ CEO ตะวันออก  เรื่อยมาจนถึงเล่มล่าสุด  อ่านสามก๊กถกบริหาร   และหากมีการพูดหรือสัมมนาอะไรที่คุณก่อศักดิ์พูด เราัก็จะเก็บข่าวสารนั้นไว้โดยตลอด
อาจจะนับได้ว่า เราเองก็เป็น แฟนคลับคุณก่อศักดิ์   และติดตามการทำงานของท่านมาโดยตลอด
ซึ่งเราเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่มีตัวอักษรเขียนคำว่า "อดทน" เป็นภาษาจีน ตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานเช่นเดียวกัน





2555/06/11

พลังแห่งการขอบคุณ


ชายคนหนึ่งเคยลงโทษลูกสาววัย 5 ขวบของเขา เพราะนำเงินไปซื้อกระดาษห่อของขวัญสีทอง ม้วน
หนึ่งซึ่งมีราคา แพง     ในขณะที่การเงินที่บ้านฝืดเคือง และเค้าก็อารมณ์เสียอีกครั้งเมื่อลูกสาวของเขานำกระดาษสีทองราคา แพงนั้น มาห่อกล่องของ ขวัญเพียงเพื่อตกแต่งไว้ใต้ต้นคริสต์มาส

แต่กระนั้น...ลูกสาวตัวน้อยก็ได้มอบกล่องของขวัญนั้นให้พ่อของเธอ ในเช้าวันรุ่งขึ้น และพูด ว่า ' นี่สำหรับพ่อ ค่ะ '

พ่อของ เธอกระอักกระอ่วนกับอาการที่ได้แสดงออกไปก่อนหน้านี้แต่แล้วความโกรธก็ได้พุ่งพล่านขึ้นอีก ครั้งเมื่อ เขาพบว่ามันเป็นเพียงกล่องเปล่า เขาพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า
' ลูกไม่รู้จริงๆอย่างนั้นหรือว่า การจะให้ของขวัญใคร มันจะต้องมีอะไรอยู่ในกล่องของขวัญด้วย ? '

เด็ก น้อยมองไปที่พ่อของเธอด้วยน้ำตา และพูด ว่า ' โอ...พ่อจ๋า มันไม่ใช่กล่อง เปล่า เลย หนูเป่าจูบเข้าไปจนเต็ม '

ชายคนนั้นสะอึก ตัวชาด้วยความเสียใจ เขาทรุดตัวลงแล้วโอบกอดลูกสาวไว้แน่น
เขาขอให้ลูก สาว ยกโทษให้เขากับท่าทางโกรธ เกรี้ยวเกินเหตุของเขา

ต่อมาไม่นานอุบัติเหตุก็ได้คร่าชีวิต ลูกสาวของชายคนนั้นไป และว่ากันว่าเขาเก็บกล่องของขวัญสีทองล้ำค่า นั้นไว้ข้างเตียง ตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียวและเมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกท้อแท้ใจ หรือต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากเย็นแสนเข็น เขาจะเปิดกล่องใบ นี้ เพื่อหยิบจูบในจินตนาการขึ้นมาหนึ่ง จูบ แล้วรำลึกถึง ความรักของลูกน้อย ที่ได้ใส่จูบนั้นไว้ให้เขา


ในความเป็นจริง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง พวกเราทุกคนล้วนได้รับกล่องของขวัญสีทอง ซึ่งบรรจุด้วยความ รัก ที่ปราศจากเงื่อนไข และรอยจูบจาก ลูกๆ , ครอบครัว และ เพื่อนๆ ไม่มีสมบัติใด ล้ำค่าไปกว่านี้อีก แล้ว

เพื่อนคือของขวัญ ผู้ซึ่งพยุงให้เรายืนขึ้น เมื่อปีกของ เรา ไม่รู้ว่าจะบินอย่างไร


มองโลกในแง่ดี และปฏิบัติ ดี

ฉันขอขอบคุณ สำหรับ....

สำหรับสามีที่นอนกรนทั้งคืน
เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่ บ้าน กับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น

สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่อง ล้างจานอยู่
เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ ถนน

สำหรับภาษีที่ต้อง เสีย เพราะนั่นหมาย ถึงฉันมีงานทำ

สำหรับข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงาน ปาร์ตี้
เพราะนั่นหมาย ถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูง

สำหรับเสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกิน ไป
เพราะนั่นหมาย ถึงฉันยังมีกิน

สำหรับเงาที่คอยมองดูฉันทำงาน
เพราะนั่นหมายถึงฉัน กำลังได้รับแสง แดด

สำหรับพื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่าง ที่ต้องทำความสะอาด
เพราะ นั่นหมายถึงฉันมีบ้านให้ดูแลรักษา

สำหรับที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอด รถ
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถเดิน ได้ และฉันมี รถ

สำหรับผ้ากองโตที่รอการซักรีด
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่

สำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้น วัน
เพราะนั่นหมาย ถึงฉันสามารถทำงานหนักได้

สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เช้า
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่

และสุดท้าย....... (เติมคำความปรารถนาของตัวคุณเอง)

2555/06/07

การดูแล และรักษาตนเอง ให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้



การรักษาโรคภูมิแพ้ มีขั้นตอนในการรักษา 4 ขั้นตอน คือ

1. การดูแลตนเองอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยง หรือกำจัดสิ่งที่แพ้
เป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการรักษาและป้องกันที่สาเหตุ โดยพยายามดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์และแข็งแรงอยู่เสมอ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกประเภท รวมทั้งผักและผลไม้ ออกกำลังกายเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาสุขภาพจิตให้สดชื่น แจ่มใส เพราะถ้ามีอาการเครียด เศร้า โกรธ หรือกังวล อาจทำให้อาการของโรคมากขึ้นได้ พยายามอยู่ห่างจากผู้ที่ไม่สบายทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน เนื่องจากอาจรับเชื้อโรค ทำให้มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ และเมื่อมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ไซนัสอักเสบ ฟันผุ คอหรือต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อที่ตา, ผิวหนัง หรือระบบทางเดินอาหาร ควรรีบไปหาแพทย์ เพื่อให้การรักษาเสียแต่เนิ่นๆ เพราะจะทำให้อาการของโรคภูมิแพ้กำเริบหรือแย่ลงไปได้ ควรดูแลสุขภาพของฟันและช่องปากให้ดี โดยไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้สัมผัสกับสิ่งที่แพ้ อาจใช้วิธีสังเกตว่า สัมผัสกับอะไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมใดหรือรับประทานอะไรแล้วมีอาการ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น นอกจากนั้นควรกำจัดหรือลดปริมาณของสารก่อภูมิแพ้ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เหลือน้อยที่สุด แม้ว่าสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอกบ้าน เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายในบ้านโดยเฉพาะห้องนอน เราสามารถควบคุมได้ เช่น

- ทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะ ห้องนอน ห้องทำงาน รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์, พัดลม, เครื่องปรับอากาศ โดยใช้เครื่องดูดฝุ่น อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แล้วถูด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ไม่ควรใช้ไม้กวาดหรือที่ปัดฝุ่น เพราะจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น ถ้าจำเป็นต้องทำความสะอาดเอง ควรใช้ผ้าปิดปากและจมูก หรือสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น ขณะทำความสะอาดด้วย นอกจากนั้นควรล้างแผ่นกรองฝุ่นของเครื่องปรับอากาศทุก 2 สัปดาห์

- ควรใช้เตียงที่ไม่มีขา ขอบเตียงควรแนบชิดกับพื้นห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นขังอยู่ใต้เตียง

- ควรนำที่นอน หมอน ผ้าห่ม มุ้ง ผ้าคลุมเตียง มาตากแดดจัดๆ ทุกสัปดาห์ อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที แสงแดดจะฆ่าตัวไรฝุ่นให้ลดจำนวนลงได้

- ควรซักทำความสะอาด ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มุ้ง ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ผ้าม่าน อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ถ้าสามารถซักในน้ำร้อนประมาณ 60 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 30 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้งได้ก็ยิ่งดี เพราะจะช่วยฆ่าตัวไรฝุ่นที่อาศัยอยู่ได้

- ควรใช้หมอน หมอนข้าง ที่นอน ที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ หรือฟองน้ำ ไม่ควรใช้ชนิดที่มีนุ่น, ขนเป็ด, ขนไก่ หรือขนนก อยู่ภายใน ถ้าจำเป็นต้องใช้ ควรหุ้มพลาสติกหรือผ้าไวนิลก่อนสวมปลอกหมอนหรือคลุมเตียง เพื่อไม่ให้มีการฟุ้งกระจายของฝุ่น หรืออาจใช้ผ้าคลุมที่นอน ปลอกหมอน ที่ทำจากผ้าหุ้มกันไรฝุ่นร่วมด้วย แล้วจึงปูผ้าปูที่นอนและใส่ปลอกหมอน ผ้าหุ้มกันไรฝุ่นชนิดพิเศษนี้ควรซักด้วยน้ำธรรมดาทุก 2 สัปดาห์ ผ้าห่มควรเลือกชนิดที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ หรือผ้าแพร หลีกเลี่ยงชนิดที่ทำด้วยขนสัตว์ ผ้าฝ้าย หรือผ้าสำลี

- ควรจัดห้องนอนให้โล่ง และมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด และไม่ควรใช้พรมปูพื้นห้อง พื้นควรเป็นไม้หรือกระเบื้องยาง ไม่ควรใช้พรมหรือผ้าเช็ดเท้าหน้าเตียง ไม่ควรมีกองหนังสือ หรือ กระดาษเก่าๆ ควรเก็บหนังสือและเสื้อผ้าในตู้ที่ปิดมิดชิด ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ชนิดที่เป็นเบาะหุ้มผ้า ควรทำพลาสติกหุ้มหรือใช้ชนิดที่เป็นหนังแท้ หรือหนังเทียม หรือเป็นไม้ ไม่ควรมีของเล่นสำหรับเด็กที่มีนุ่น หรือเศษผ้าอยู่ภายใน หรือ ของเล่นที่เป็นขนปุกปุย หรือทำด้วยขนสัตว์จริง เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นที่กักเก็บฝุ่นได้ ไม่ควรใช้ผ้าม่าน ควรใช้มูลี่แทนเพราะทำความสะอาดง่าย

- กำจัดแมลงสาบ มด แมลงวัน ยุง และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เหล่านี้ เนื่องจากทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรให้ผู้อื่นกำจัด และทำในเวลาที่ผู้ป่วยไม่อยู่บ้าน

- ผู้ป่วยที่แพ้สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก หนู กระต่าย เป็ด หรือไก่ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ และไม่ควรนำสัตว์ดังกล่าวมาเลี้ยงไว้ในบ้าน ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรให้อยู่นอกบ้าน หรือถ้าจำเป็นต้องเลี้ยงในบ้าน อย่างน้อยไม่ควรให้สัตว์นั้นอยู่ในห้องนอน

- เชื้อราในอากาศก็ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรพยายามอย่าให้เกิดความชื้น หรือมีบริเวณอับทึบเกิดขึ้นในบ้าน โดยพยายามเปิดหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้แสงแดดส่องถึง ตู้เสื้อผ้าควรให้มีอากาศถ่ายเทพอสมควร อย่าให้มีน้ำท่วมขังอยู่นานๆ โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักๆ ตรวจและทำความสะอาดห้องน้ำ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศบ่อยๆ พยายามกำจัดแหล่งเพาะเชื้อรา เช่น ใบไม้ที่ร่วงทับถมอยู่บนพื้น เศษหญ้าที่ชื้นแฉะในสนาม ไม่ควรนำพืชที่ใส่กระถางปลูกมาไว้ภายในบ้าน เพราะดินในกระถางอาจเป็นที่เพาะเชื้อราได้ กำจัดอาหารที่เชื้อราขึ้นโดยเร็ว เมื่อเกิดมีเชื้อราขึ้นที่ใด เช่น ผนังห้องน้ำ ห้องครัว กระเบื้องปูพื้น ควรทำลายโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำยาไลโซล น้ำยาฟอกผ้าขาวเช่น คลอร็อกซ์

- ละอองเกสรดอกไม้ หรือของหญ้าและวัชพืช อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ถ้าบริเวณบ้านมีสนามหญ้า ควรให้ผู้อื่นตัดหญ้า และวัชพืชในสนามบ่อยๆ เพื่อลดจำนวนละอองเกสรของมัน และไม่ควรนำต้นไม้ ดอกไม้สดหรือแห้งไว้ในบ้าน ในช่วงที่มีละอองเกสรมาก ควรปิดประตูหน้าต่าง และใช้เครื่องปรับอากาศ และทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเช้า เพราะละอองเกสรจะปลิวมากช่วงตอนเย็น

การ กระทำดังกล่าวข้างต้นจะสามารถบรรเทาอาการของโรคลงได้อย่างมาก นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยง สารระคายเคืองต่างๆ หรือปัจจัยชักนำบางอย่าง ที่จะทำให้อาการของโรคมากขึ้น เช่น ฝุ่น, ควันบุหรี่, ควันจากท่อไอเสียรถยนต์, มลพิษจากโรงงาน, ควันธูป, กลิ่นฉุนหรือแรง เช่น กลิ่นสีหรือน้ำหอม กลิ่นจากน้ำยาหรือสารเคมีต่างๆ

อากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป การเปิดแอร์หรือพัดลมเป่าโดยตรง การดื่มหรืออาบน้ำเย็น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของอากาศอย่างรวดเร็ว ถ้าต้องการเปิดแอร์นอน ควรตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ถ้าใช้พัดลม ไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุด ควรนอนอยู่ห่างจากเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมพอสมควร ไม่ควรเปิดแอร์หรือพัดลมจ่อ ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้เพียงพอ เช่น ควรนอนห่มผ้า, ใช้ผ้าพันคอ หรือใส่ถุงเท้าเวลานอนด้วย

ในกรณีที่ไม่ชอบห่มผ้า หรือห่มแล้วชอบสะบัดหลุดโดยไม่รู้ตัว ควรใส่เสื้อหนาๆ หรือใส่เสื้อ 2 ชั้น เข้านอน นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงการอดนอน การดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่
อาหารบางชนิดที่แพ้โดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยเป็นโรคแพ้อาหาร เช่น อาหารทะเล ถั่ว ไข่ นม เนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงยาบางชนิดโดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยเป็นโรคหอบหืด เช่น แอสไพริน ยาแก้ปวดกระดูก ยาคลายกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยควรสังเกตว่าสารใด หรือภาวะแวดล้อมอะไร หรือการปฏิบัติอย่างไร ที่ทำให้อาการของโรคมากขึ้น ควรพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น จะเห็นได้ว่าการรักษาโรคภูมิแพ้แท้ที่จริงแล้วเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ของผู้ป่วยให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงสิ่งที่คิดว่าจะทำให้เกิดอาการนั่นเอง

2. การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยารับประทาน, ยาพ่นจมูก, ยาทาผิวหนัง, ยาสูด หรือพ่นคอ, ยาหยอดตา ซึ่งมีความจำเป็นในระยะแรก เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคืองต่างๆ 100% อย่างไรก็ตาม ยาเป็นเพียงการรักษาปลายเหตุ เมื่อสามารถดูแลตนเอง และควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น ความจำเป็นในการใช้ยาก็จะน้อยลงเรื่อยๆ ผู้ป่วยควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและไม่ควรซื้อยามาใช้เอง ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งให้ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนชนิด หรือขนาดของยา แล้วแต่การตอบสนองต่อการรักษา จึงควรมาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการใช้ยาสูงสุด และเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ในกรณีที่ผู้ป่วยจะเดินทาง ควรเตรียมยาชนิดต่างๆที่รักษาอาการโรคภูมิแพ้ของตนให้พร้อม เช่น ยาแก้แพ้, ยาแก้อาการคัดจมูก, ยารักษาไข้หวัด, ยาขยายหลอดลม, ยาทาผิวหนังอักเสบ, โลชั่นปรับผิว ลดการระคายเคืองและโลชั่นบำรุงผิวป้องกันผิวแห้ง ในกรณีที่มีอาการกำเริบจะได้มียาไว้ใช้ในการรักษาหรือบรรเทาอาการ ผู้มีอาการมากหรือมีอาการเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์เพื่อควบคุมอาการให้ดีก่อน เดินทาง 1-2 สัปดาห์ และระหว่างเดินทางก็ควรใช้ยาให้ต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ และควรมีบันทึกของแพทย์ติดตัวอยู่ตลอดว่าเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดใด มีอาการอะไรบ้าง ในกรณีฉุกเฉินเกิดอาการแพ้ขึ้น จะให้การรักษาอย่างไร

3. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (allergen immunotherapy) เป็นการรักษา โดยฉีดสารก่อภูมิแพ้ ที่คิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เข้าไปในร่างกายทีละน้อย แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวน เพื่อให้สร้างภูมิต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการมาก ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยา หรือไม่สามารถทนผลข้างเคียงของยาได้ หรือผู้ที่มีโรคภูมิแพ้หลายชนิดร่วมด้วย วิธีนี้จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง ถ้าได้ผลดี อาจต้องฉีดต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปี

4. การรักษาโดยการผ่าตัด ใช้ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล ซึ่งให้การรักษาโดยการใช้ยาอย่างเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีโรคบางอย่างร่วมด้วย เช่น ผนังกั้นช่องจมูกคด เยื่อบุจมูกบวมมากผิดปกติ ริดสีดวงจมูก ไซนัสอักเสบ ซึ่งไม่ดีขึ้นหลังให้การรักษาด้วยยา
โดยสรุป โรคภูมิแพ้นั้น สามารถรักษาให้อาการต่างๆ ดีขึ้นได้ สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนบุคคลปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยปราศจากโรคแทรกซ้อน ทั้งนี้การรักษามิได้ขึ้นอยู่กับการใช้ยาเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องของผู้ป่วยด้วย

2555/06/03

ความคาดหวัง และความรู้สึกผิดหวัง

ความคาดหวัง..
มนุษย์เราหากคาดหวัง ว่าจะต้องทำสิ่งใดแล้ว..  สิ่งที่จะทำนั้นกลับไม่ได้ทำ.. ก็ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง อย่างรุนแรง และทำให้มนุษย์เราีมีอารมณ์ที่ขุ่นมัว อย่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก

แล้วทำไม มนุษย์เราถึงต้องคาดหวังในสิ่งต่างๆ ที่อยากจะให้เป็นด้วย.. แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามที่ต้องการแล้ว เราจะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เราอารมณ์เสียกับคนที่เราอยู่ด้วย

วันนี้ได้ทบทวนดูแล้วว่าเมื่อมันเกิดขึ้น แล้วเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้..
ทำไมเราไม่ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มันมีคุณค่า  แต่กลับทำลายเวลานั้นไปโดยที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันซะอย่างนั้น

ย้อนกลับมาดูแล้วพิจารณา จิต...
1. สงบจิตใจลงแล้วพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้น
2. ทบทวนความคิด และคำพูดที่เราได้กระทำมันลงไป
3. หากสามารถพูดคุยกับคนคนนั้นได้ จงรีบคุย เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้กำลังใจกับคนๆ นั้นโดยเร็ว
4. พยายามอยู่กับตัวเอง และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือ เพื่อคุ้มครองเขา
5. จงทำสุขภาพกาย และสุขภาพใจของตนเอง ให้แข็งแรงเสมอเพื่อจะได้ดูแลคนนั้นให้ดีที่สุด แม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม



2555/06/01

โหมกระแส Samsung S3 หรือจะดังเท่า Iphone 4S


โหมกระแสก่อนที่มือถือ SAMSUNG S3 จะออกวางตลาดในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ...
และ SAMSUNG SHOP และค่ายผู้ให้บริการมือถือ จะส่งมอบมือถือรุ่นแรกให้กับลูกค้าในวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย.55  นี้..
ซึ่งสำนักขาวต่างประเทศรายงานว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีต่างชื่นชมซัมซุง แกแล๊คซี่ S3 โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของซัมซุง ที่ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือชั้นดีที่สุดในตลาดขณะนี้ แม้แต่โทรศัพท์ไอโฟนของบริษัท"แอปเปิล" และ เหนือกว่าโทรศัพท์"HTC"วันเอ็กซ์ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อเดือนที่แล้ว โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า ซัมซุง แกแล๊คซี่ S3 มีระบบประมวลผลชั้นเยี่ยม และยังสามารถดูหนังและท่องเน็ตได้ในเวลาเดียวกัน

ผุ้เชี่ยวชาญระบุว่า ซัมซุง แกแล็คซี่ S 3 เหนือกว่าไอโฟน 4 ทั้งในขนาดหน้าจอใหญ่กว่า เบากว่า และให้มากกว่ากับเงินที่เสียไป  อีกทั้งยังออกแบบน่าสนใจ ด้วยหน้าจอโค้งมน และดูมีสไตล์หรูหรา นอกจากนี้ ระบบประมวลผลของรุ่นนี้ยังเร็วอย่างน่าทึ่ง หน้าจอคมชัด ขณะที่บางรายระบุว่า ซัมซุง แกแล็คซี่ S3 ถือว่าล้ำหน้ากว่าไอโฟนหลายเท่าทีเดียว

ด้านเว็บไซต์ที่ได้รับการยอมรับอย่าง"TechRader"ยังยืนยันว่า ซัมซุม กาแล็คซี่ S3 เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนดีที่สุดในตลาดขณะนี้  สามารถเล่นภาพและวีดีโอได้อย่างน่าทึ่ง มีระบบปฎิบัติที่รวดเร็วและฉับไว สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ และมีกำลังแบตเตอรี่ที่มากกว่าด้วย


วันอาทิตย์ที่ 3 มิ.ย.  ไปรับ S3 จาก Shop ที่จองไว้.. ก็ใช้เวลาเพียงแปปเดียว และตรวจสภาพเครื่องโดยรอบ และน้ำหนักเครื่องเบามาก.. ถ้าคนชอบเบาๆ ก็จะมีความรู้สึกว่าเบากว่า Iphone มากเลยทีเดียว.. แต่ตัวหน้าจอดูใหญ่กว่า..  สำหรับการถ่ายภาพก็ให้ภาพที่คมชัด  


ข้อคิดที่ได้จากการฟังบรรยายธรรม จาก พระมหาสมปอง


การวางแผนอนาคตของตนเอง

คนเราจักประสบความสำเร็จในชีวิตได้ก็จักต้องรู้จักวางแผน และมีเป้าหมายที่ชัดเจน
เป้าหมายที่ชัดเจน คือ  คิด >> แล้ว ลงมือกระทำให้เกิดขึ้น

หากเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็จักต้องมีความขยันขันแข็ง และอดทน
ทำมากย่อมได้มาก ทำน้อยย่อมได้น้อย

หากเราจะประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน ก็จักต้องรู้จักวางแผนการใช้เงิน รู้จักเก็บ รู้จักใช้
สูตรารใช้เงินง่ายๆ ที่ปฏิบัติได้เลย คือ
รายรับ - เงินออม = รายจ่าย
หรือ ออมก่อน แล้วจ่ายทีหลัง เท่านี้ เราก็จะมีเงินเหลือเก็บแล้ว

ส่วนความพยายามที่จะไปให้ถึงเป้าหมายได้นั้น ต้อง

อย่า ท้อเมื่อพลาดพลั้ง
ทำ ความหวังขึ้นมาใหม่
นม นานสักเพียงใด
หก ล้มไปเพียงชั่วคราว