2555/06/07
การดูแล และรักษาตนเอง ให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้
การรักษาโรคภูมิแพ้ มีขั้นตอนในการรักษา 4 ขั้นตอน คือ
1. การดูแลตนเองอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยง หรือกำจัดสิ่งที่แพ้
เป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการรักษาและป้องกันที่สาเหตุ โดยพยายามดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์และแข็งแรงอยู่เสมอ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกประเภท รวมทั้งผักและผลไม้ ออกกำลังกายเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาสุขภาพจิตให้สดชื่น แจ่มใส เพราะถ้ามีอาการเครียด เศร้า โกรธ หรือกังวล อาจทำให้อาการของโรคมากขึ้นได้ พยายามอยู่ห่างจากผู้ที่ไม่สบายทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน เนื่องจากอาจรับเชื้อโรค ทำให้มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ และเมื่อมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ไซนัสอักเสบ ฟันผุ คอหรือต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อที่ตา, ผิวหนัง หรือระบบทางเดินอาหาร ควรรีบไปหาแพทย์ เพื่อให้การรักษาเสียแต่เนิ่นๆ เพราะจะทำให้อาการของโรคภูมิแพ้กำเริบหรือแย่ลงไปได้ ควรดูแลสุขภาพของฟันและช่องปากให้ดี โดยไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้สัมผัสกับสิ่งที่แพ้ อาจใช้วิธีสังเกตว่า สัมผัสกับอะไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมใดหรือรับประทานอะไรแล้วมีอาการ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น นอกจากนั้นควรกำจัดหรือลดปริมาณของสารก่อภูมิแพ้ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เหลือน้อยที่สุด แม้ว่าสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอกบ้าน เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายในบ้านโดยเฉพาะห้องนอน เราสามารถควบคุมได้ เช่น
- ทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะ ห้องนอน ห้องทำงาน รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์, พัดลม, เครื่องปรับอากาศ โดยใช้เครื่องดูดฝุ่น อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แล้วถูด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ไม่ควรใช้ไม้กวาดหรือที่ปัดฝุ่น เพราะจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น ถ้าจำเป็นต้องทำความสะอาดเอง ควรใช้ผ้าปิดปากและจมูก หรือสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น ขณะทำความสะอาดด้วย นอกจากนั้นควรล้างแผ่นกรองฝุ่นของเครื่องปรับอากาศทุก 2 สัปดาห์
- ควรใช้เตียงที่ไม่มีขา ขอบเตียงควรแนบชิดกับพื้นห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นขังอยู่ใต้เตียง
- ควรนำที่นอน หมอน ผ้าห่ม มุ้ง ผ้าคลุมเตียง มาตากแดดจัดๆ ทุกสัปดาห์ อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที แสงแดดจะฆ่าตัวไรฝุ่นให้ลดจำนวนลงได้
- ควรซักทำความสะอาด ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มุ้ง ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ผ้าม่าน อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ถ้าสามารถซักในน้ำร้อนประมาณ 60 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 30 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้งได้ก็ยิ่งดี เพราะจะช่วยฆ่าตัวไรฝุ่นที่อาศัยอยู่ได้
- ควรใช้หมอน หมอนข้าง ที่นอน ที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ หรือฟองน้ำ ไม่ควรใช้ชนิดที่มีนุ่น, ขนเป็ด, ขนไก่ หรือขนนก อยู่ภายใน ถ้าจำเป็นต้องใช้ ควรหุ้มพลาสติกหรือผ้าไวนิลก่อนสวมปลอกหมอนหรือคลุมเตียง เพื่อไม่ให้มีการฟุ้งกระจายของฝุ่น หรืออาจใช้ผ้าคลุมที่นอน ปลอกหมอน ที่ทำจากผ้าหุ้มกันไรฝุ่นร่วมด้วย แล้วจึงปูผ้าปูที่นอนและใส่ปลอกหมอน ผ้าหุ้มกันไรฝุ่นชนิดพิเศษนี้ควรซักด้วยน้ำธรรมดาทุก 2 สัปดาห์ ผ้าห่มควรเลือกชนิดที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ หรือผ้าแพร หลีกเลี่ยงชนิดที่ทำด้วยขนสัตว์ ผ้าฝ้าย หรือผ้าสำลี
- ควรจัดห้องนอนให้โล่ง และมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด และไม่ควรใช้พรมปูพื้นห้อง พื้นควรเป็นไม้หรือกระเบื้องยาง ไม่ควรใช้พรมหรือผ้าเช็ดเท้าหน้าเตียง ไม่ควรมีกองหนังสือ หรือ กระดาษเก่าๆ ควรเก็บหนังสือและเสื้อผ้าในตู้ที่ปิดมิดชิด ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ชนิดที่เป็นเบาะหุ้มผ้า ควรทำพลาสติกหุ้มหรือใช้ชนิดที่เป็นหนังแท้ หรือหนังเทียม หรือเป็นไม้ ไม่ควรมีของเล่นสำหรับเด็กที่มีนุ่น หรือเศษผ้าอยู่ภายใน หรือ ของเล่นที่เป็นขนปุกปุย หรือทำด้วยขนสัตว์จริง เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นที่กักเก็บฝุ่นได้ ไม่ควรใช้ผ้าม่าน ควรใช้มูลี่แทนเพราะทำความสะอาดง่าย
- กำจัดแมลงสาบ มด แมลงวัน ยุง และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เหล่านี้ เนื่องจากทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรให้ผู้อื่นกำจัด และทำในเวลาที่ผู้ป่วยไม่อยู่บ้าน
- ผู้ป่วยที่แพ้สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก หนู กระต่าย เป็ด หรือไก่ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ และไม่ควรนำสัตว์ดังกล่าวมาเลี้ยงไว้ในบ้าน ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรให้อยู่นอกบ้าน หรือถ้าจำเป็นต้องเลี้ยงในบ้าน อย่างน้อยไม่ควรให้สัตว์นั้นอยู่ในห้องนอน
- เชื้อราในอากาศก็ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรพยายามอย่าให้เกิดความชื้น หรือมีบริเวณอับทึบเกิดขึ้นในบ้าน โดยพยายามเปิดหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้แสงแดดส่องถึง ตู้เสื้อผ้าควรให้มีอากาศถ่ายเทพอสมควร อย่าให้มีน้ำท่วมขังอยู่นานๆ โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักๆ ตรวจและทำความสะอาดห้องน้ำ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศบ่อยๆ พยายามกำจัดแหล่งเพาะเชื้อรา เช่น ใบไม้ที่ร่วงทับถมอยู่บนพื้น เศษหญ้าที่ชื้นแฉะในสนาม ไม่ควรนำพืชที่ใส่กระถางปลูกมาไว้ภายในบ้าน เพราะดินในกระถางอาจเป็นที่เพาะเชื้อราได้ กำจัดอาหารที่เชื้อราขึ้นโดยเร็ว เมื่อเกิดมีเชื้อราขึ้นที่ใด เช่น ผนังห้องน้ำ ห้องครัว กระเบื้องปูพื้น ควรทำลายโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำยาไลโซล น้ำยาฟอกผ้าขาวเช่น คลอร็อกซ์
- ละอองเกสรดอกไม้ หรือของหญ้าและวัชพืช อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ถ้าบริเวณบ้านมีสนามหญ้า ควรให้ผู้อื่นตัดหญ้า และวัชพืชในสนามบ่อยๆ เพื่อลดจำนวนละอองเกสรของมัน และไม่ควรนำต้นไม้ ดอกไม้สดหรือแห้งไว้ในบ้าน ในช่วงที่มีละอองเกสรมาก ควรปิดประตูหน้าต่าง และใช้เครื่องปรับอากาศ และทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเช้า เพราะละอองเกสรจะปลิวมากช่วงตอนเย็น
การ กระทำดังกล่าวข้างต้นจะสามารถบรรเทาอาการของโรคลงได้อย่างมาก นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยง สารระคายเคืองต่างๆ หรือปัจจัยชักนำบางอย่าง ที่จะทำให้อาการของโรคมากขึ้น เช่น ฝุ่น, ควันบุหรี่, ควันจากท่อไอเสียรถยนต์, มลพิษจากโรงงาน, ควันธูป, กลิ่นฉุนหรือแรง เช่น กลิ่นสีหรือน้ำหอม กลิ่นจากน้ำยาหรือสารเคมีต่างๆ
อากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป การเปิดแอร์หรือพัดลมเป่าโดยตรง การดื่มหรืออาบน้ำเย็น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของอากาศอย่างรวดเร็ว ถ้าต้องการเปิดแอร์นอน ควรตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ถ้าใช้พัดลม ไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุด ควรนอนอยู่ห่างจากเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมพอสมควร ไม่ควรเปิดแอร์หรือพัดลมจ่อ ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้เพียงพอ เช่น ควรนอนห่มผ้า, ใช้ผ้าพันคอ หรือใส่ถุงเท้าเวลานอนด้วย
ในกรณีที่ไม่ชอบห่มผ้า หรือห่มแล้วชอบสะบัดหลุดโดยไม่รู้ตัว ควรใส่เสื้อหนาๆ หรือใส่เสื้อ 2 ชั้น เข้านอน นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงการอดนอน การดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่
อาหารบางชนิดที่แพ้โดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยเป็นโรคแพ้อาหาร เช่น อาหารทะเล ถั่ว ไข่ นม เนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงยาบางชนิดโดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยเป็นโรคหอบหืด เช่น แอสไพริน ยาแก้ปวดกระดูก ยาคลายกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยควรสังเกตว่าสารใด หรือภาวะแวดล้อมอะไร หรือการปฏิบัติอย่างไร ที่ทำให้อาการของโรคมากขึ้น ควรพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น จะเห็นได้ว่าการรักษาโรคภูมิแพ้แท้ที่จริงแล้วเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ของผู้ป่วยให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงสิ่งที่คิดว่าจะทำให้เกิดอาการนั่นเอง
2. การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยารับประทาน, ยาพ่นจมูก, ยาทาผิวหนัง, ยาสูด หรือพ่นคอ, ยาหยอดตา ซึ่งมีความจำเป็นในระยะแรก เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคืองต่างๆ 100% อย่างไรก็ตาม ยาเป็นเพียงการรักษาปลายเหตุ เมื่อสามารถดูแลตนเอง และควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น ความจำเป็นในการใช้ยาก็จะน้อยลงเรื่อยๆ ผู้ป่วยควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและไม่ควรซื้อยามาใช้เอง ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งให้ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนชนิด หรือขนาดของยา แล้วแต่การตอบสนองต่อการรักษา จึงควรมาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการใช้ยาสูงสุด และเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ในกรณีที่ผู้ป่วยจะเดินทาง ควรเตรียมยาชนิดต่างๆที่รักษาอาการโรคภูมิแพ้ของตนให้พร้อม เช่น ยาแก้แพ้, ยาแก้อาการคัดจมูก, ยารักษาไข้หวัด, ยาขยายหลอดลม, ยาทาผิวหนังอักเสบ, โลชั่นปรับผิว ลดการระคายเคืองและโลชั่นบำรุงผิวป้องกันผิวแห้ง ในกรณีที่มีอาการกำเริบจะได้มียาไว้ใช้ในการรักษาหรือบรรเทาอาการ ผู้มีอาการมากหรือมีอาการเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์เพื่อควบคุมอาการให้ดีก่อน เดินทาง 1-2 สัปดาห์ และระหว่างเดินทางก็ควรใช้ยาให้ต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ และควรมีบันทึกของแพทย์ติดตัวอยู่ตลอดว่าเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดใด มีอาการอะไรบ้าง ในกรณีฉุกเฉินเกิดอาการแพ้ขึ้น จะให้การรักษาอย่างไร
3. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (allergen immunotherapy) เป็นการรักษา โดยฉีดสารก่อภูมิแพ้ ที่คิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เข้าไปในร่างกายทีละน้อย แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวน เพื่อให้สร้างภูมิต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการมาก ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยา หรือไม่สามารถทนผลข้างเคียงของยาได้ หรือผู้ที่มีโรคภูมิแพ้หลายชนิดร่วมด้วย วิธีนี้จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง ถ้าได้ผลดี อาจต้องฉีดต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปี
4. การรักษาโดยการผ่าตัด ใช้ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล ซึ่งให้การรักษาโดยการใช้ยาอย่างเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีโรคบางอย่างร่วมด้วย เช่น ผนังกั้นช่องจมูกคด เยื่อบุจมูกบวมมากผิดปกติ ริดสีดวงจมูก ไซนัสอักเสบ ซึ่งไม่ดีขึ้นหลังให้การรักษาด้วยยา
โดยสรุป โรคภูมิแพ้นั้น สามารถรักษาให้อาการต่างๆ ดีขึ้นได้ สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนบุคคลปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยปราศจากโรคแทรกซ้อน ทั้งนี้การรักษามิได้ขึ้นอยู่กับการใช้ยาเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องของผู้ป่วยด้วย
ป้ายกำกับ:
ข้อคิด บุญถาวร,
ภูมิแพ้,
รักษาภูมิแพ้,
ล้างจมูก,
สุขภาพ
2555/06/03
ความคาดหวัง และความรู้สึกผิดหวัง
ความคาดหวัง..
มนุษย์เราหากคาดหวัง ว่าจะต้องทำสิ่งใดแล้ว.. สิ่งที่จะทำนั้นกลับไม่ได้ทำ.. ก็ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง อย่างรุนแรง และทำให้มนุษย์เราีมีอารมณ์ที่ขุ่นมัว อย่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก
แล้วทำไม มนุษย์เราถึงต้องคาดหวังในสิ่งต่างๆ ที่อยากจะให้เป็นด้วย.. แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามที่ต้องการแล้ว เราจะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เราอารมณ์เสียกับคนที่เราอยู่ด้วย
วันนี้ได้ทบทวนดูแล้วว่าเมื่อมันเกิดขึ้น แล้วเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้..
ทำไมเราไม่ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มันมีคุณค่า แต่กลับทำลายเวลานั้นไปโดยที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันซะอย่างนั้น
ย้อนกลับมาดูแล้วพิจารณา จิต...
1. สงบจิตใจลงแล้วพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้น
2. ทบทวนความคิด และคำพูดที่เราได้กระทำมันลงไป
3. หากสามารถพูดคุยกับคนคนนั้นได้ จงรีบคุย เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้กำลังใจกับคนๆ นั้นโดยเร็ว
4. พยายามอยู่กับตัวเอง และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือ เพื่อคุ้มครองเขา
5. จงทำสุขภาพกาย และสุขภาพใจของตนเอง ให้แข็งแรงเสมอเพื่อจะได้ดูแลคนนั้นให้ดีที่สุด แม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม
มนุษย์เราหากคาดหวัง ว่าจะต้องทำสิ่งใดแล้ว.. สิ่งที่จะทำนั้นกลับไม่ได้ทำ.. ก็ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง อย่างรุนแรง และทำให้มนุษย์เราีมีอารมณ์ที่ขุ่นมัว อย่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก
แล้วทำไม มนุษย์เราถึงต้องคาดหวังในสิ่งต่างๆ ที่อยากจะให้เป็นด้วย.. แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามที่ต้องการแล้ว เราจะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เราอารมณ์เสียกับคนที่เราอยู่ด้วย
วันนี้ได้ทบทวนดูแล้วว่าเมื่อมันเกิดขึ้น แล้วเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้..
ทำไมเราไม่ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มันมีคุณค่า แต่กลับทำลายเวลานั้นไปโดยที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันซะอย่างนั้น
ย้อนกลับมาดูแล้วพิจารณา จิต...
1. สงบจิตใจลงแล้วพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้น
2. ทบทวนความคิด และคำพูดที่เราได้กระทำมันลงไป
3. หากสามารถพูดคุยกับคนคนนั้นได้ จงรีบคุย เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้กำลังใจกับคนๆ นั้นโดยเร็ว
4. พยายามอยู่กับตัวเอง และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือ เพื่อคุ้มครองเขา
5. จงทำสุขภาพกาย และสุขภาพใจของตนเอง ให้แข็งแรงเสมอเพื่อจะได้ดูแลคนนั้นให้ดีที่สุด แม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม
2555/06/01
โหมกระแส Samsung S3 หรือจะดังเท่า Iphone 4S
โหมกระแสก่อนที่มือถือ SAMSUNG S3 จะออกวางตลาดในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ...
และ SAMSUNG SHOP และค่ายผู้ให้บริการมือถือ จะส่งมอบมือถือรุ่นแรกให้กับลูกค้าในวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย.55 นี้..
ซึ่งสำนักขาวต่างประเทศรายงานว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีต่างชื่นชมซัมซุง แกแล๊คซี่ S3 โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของซัมซุง ที่ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือชั้นดีที่สุดในตลาดขณะนี้ แม้แต่โทรศัพท์ไอโฟนของบริษัท"แอปเปิล" และ เหนือกว่าโทรศัพท์"HTC"วันเอ็กซ์ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อเดือนที่แล้ว โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า ซัมซุง แกแล๊คซี่ S3 มีระบบประมวลผลชั้นเยี่ยม และยังสามารถดูหนังและท่องเน็ตได้ในเวลาเดียวกัน
ผุ้เชี่ยวชาญระบุว่า ซัมซุง แกแล็คซี่ S 3 เหนือกว่าไอโฟน 4 ทั้งในขนาดหน้าจอใหญ่กว่า เบากว่า และให้มากกว่ากับเงินที่เสียไป อีกทั้งยังออกแบบน่าสนใจ ด้วยหน้าจอโค้งมน และดูมีสไตล์หรูหรา นอกจากนี้ ระบบประมวลผลของรุ่นนี้ยังเร็วอย่างน่าทึ่ง หน้าจอคมชัด ขณะที่บางรายระบุว่า ซัมซุง แกแล็คซี่ S3 ถือว่าล้ำหน้ากว่าไอโฟนหลายเท่าทีเดียว
ด้านเว็บไซต์ที่ได้รับการยอมรับอย่าง"TechRader"ยังยืนยันว่า ซัมซุม กาแล็คซี่ S3 เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนดีที่สุดในตลาดขณะนี้ สามารถเล่นภาพและวีดีโอได้อย่างน่าทึ่ง มีระบบปฎิบัติที่รวดเร็วและฉับไว สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ และมีกำลังแบตเตอรี่ที่มากกว่าด้วย
วันอาทิตย์ที่ 3 มิ.ย. ไปรับ S3 จาก Shop ที่จองไว้.. ก็ใช้เวลาเพียงแปปเดียว และตรวจสภาพเครื่องโดยรอบ และน้ำหนักเครื่องเบามาก.. ถ้าคนชอบเบาๆ ก็จะมีความรู้สึกว่าเบากว่า Iphone มากเลยทีเดียว.. แต่ตัวหน้าจอดูใหญ่กว่า.. สำหรับการถ่ายภาพก็ให้ภาพที่คมชัด
ข้อคิดที่ได้จากการฟังบรรยายธรรม จาก พระมหาสมปอง
การวางแผนอนาคตของตนเอง
คนเราจักประสบความสำเร็จในชีวิตได้ก็จักต้องรู้จักวางแผน และมีเป้าหมายที่ชัดเจน
เป้าหมายที่ชัดเจน คือ คิด >> แล้ว ลงมือกระทำให้เกิดขึ้น
หากเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็จักต้องมีความขยันขันแข็ง และอดทน
ทำมากย่อมได้มาก ทำน้อยย่อมได้น้อย
หากเราจะประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน ก็จักต้องรู้จักวางแผนการใช้เงิน รู้จักเก็บ รู้จักใช้
สูตรารใช้เงินง่ายๆ ที่ปฏิบัติได้เลย คือ
รายรับ - เงินออม = รายจ่าย
หรือ ออมก่อน แล้วจ่ายทีหลัง เท่านี้ เราก็จะมีเงินเหลือเก็บแล้ว
ส่วนความพยายามที่จะไปให้ถึงเป้าหมายได้นั้น ต้อง
อย่า ท้อเมื่อพลาดพลั้ง
ทำ ความหวังขึ้นมาใหม่
นม นานสักเพียงใด
หก ล้มไปเพียงชั่วคราว
ป้ายกำกับ:
ข้อคิด บุญถาวร,
ความสำเร็จ,
คำสอน,
คุณธรรม,
จิตใจ,
ศีลธรรม
2555/05/30
Modern Thailand Modern ไปไหน, 2.4 ล้านล้านบาท น่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้
Modern-Thailand.com เห็นภาพโฆษณาเหล่านี้ใน นสพ. ก็เกิดความสงสัยว่า โฆษณาอะไร แล้วต้องการสื่ออะไรเพราะมันคงเสียเงินเยอะพอสมควร กับการโฆษณาในหน้า นสพ.หลายฉบับ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ต้องเข้ามาหาข้อมูลในเว๊บไซต์ ก็ได้ความดังนี้
MODERN THAILAND เป็นการเริ่มประชาสัมพันธ์ของการลงทุนสาธารณูปโภคครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศไทยโดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ทุ่มงบประมาณกว่า 2.4 ล้านล้านบาทเพื่อโฆษณาว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศครั้งสำคัญ แต่โฆษณาชิ้นนี้มีเพียงภาพประกอบแบบเต็มหน้า และข้อความ Modern Thailand พร้อมลิงก์ไปยังเว็บไซต์ Modern-Thailand.com เท่านั้น โดยไม่ระบุว่าองค์กรใดเป็นเจ้าของสื่อโฆษณาชิ้นนี้
เว็บไซต์ Modern-Thailand.com ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ออกมาไล่เลี่ยกับโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ธุรกิจอย่างประชาชาติธุรกิจ และกรุงเทพธุรกิจ คาดว่าโฆษณาชุดดังกล่าวถูกเผยแพร่เพื่อให้สอดรับกับงาน World Economic Forum on East Asia ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะกล่าวปาฐกถาเพื่อนำเสนอการปรับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบสาธารณูปโภค แผนจัดการน้ำ จนถึงการปรับปรุงกฎหมายเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย
การโฆษณานี้ จัดจ้างโดยรัฐบาลไทย ผ่าน คณะกรรมการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การเสริมภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศไทย ที่มีนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์เป็นประธาน โดยว่าจ้างกลุ่ม WinKorp บริหารโดย ไทเลอร์ บรูเล (Tyler Brûlé) ซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์ชาวแคนาดา และเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ Financial Times อันทรงอิทธิพลต่อนักการเงินทั่วโลก และยังเป็นนักธุรกิจบริษัทให้คำปรึกษาด้านการบริหารงานด้านภาพลักษณ์ (Brand Strategy) ออกแบบเอกลักษณ์ให้องค์กร (Corporate Identity Design)
คณะทำงานชุดนี้จะระดมคนที่เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ผู้รู้และเข้าใจในโครงสร้างของประเทศไทยให้มาร่วมเปิดมุมมองใหม่ๆ มิติใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย อันเป็นการแสดงว่ากระบวนการทำงานด้านการปรับโฉมประเทศไทยเพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนสาธารณูปโภคครั้งใหม่และใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว คงต้องติดตามดูกันว่าภาพลักษณ์ใหม่ของไทยจะเป็นอย่างไร ในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ปัญหาที่หมักหมมใต้พรมของโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองและสังคมของไทย ก็อาจจะยังไม่ได้รับการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก... แต่พวกเราก็ยังหวังว่า วันข้างหน้าจะยังคงมีประเทศไทย บนโลกใบนี้
2555/05/28
จอง GALAXY SIII ง่ายดายมากๆ ที่ SAMSUNG SHOP
กระแส SAMSUNG GALAXY S3 ดูเหมือนจะไม่ค่อยแรงเท่าไร.. เพราะการไปจองเครื่องที่ SHOP ของ SAMSUNG ก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบาก และคนก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไร
เข้าไปจองที่ เดอะมอลล์บางกะปิ ที่ร้านตรงชั้น 2 ก็พบว่า ยังอยู่ในลำดับที่ 35 เท่านั้น
และเปิดให้จองเฉพาะเครื่องสีขาว (MARBLE WHITE) เท่านั้น ซึ่ง SAMSUNG S3 จะต้องเลือกค่ายที่คุณจะใช้ด้วย เพราะเครื่องต้องมีการปรับแต่งให้เข้ากับระบบโทรศัพท์ทีุ่คุณใช้.. จะใช้ข้ามเครือข่ายไม่ได้ มี AIS 900 กับ TRUE 850 หรือ DTAC
เราใช้เวลาการจองเพียงแป๊ปเดียว กับเงินที่เสียไป 1,000 บาท และได้เอกสารการนัดรับเครื่่องที่สามารถไปรับได้ในวันที่ 2 มิ.ย. เป็นต้นไป สำหรับราคาเครื่องก็สามารถผ่อนได้ในวันนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็น บัตรเครดิตของ CITI BANK แต่ถ้ามีบัตรอื่นอาจจะต้องรอวันนั้นมาถามอีกครั้งว่า จะมีธนาคารใดเข้าร่วมเพิ่มอีกหรือเปล่า... ซึ่งยังต้องผ่อนอีก 20,900 บาท เป็นเวลา 10 เดือน
อุปกรณ์ของแถมไม่มีอะไรมากไปกว่า SD CARD 16 GB ที่มีมาให้เพิ่ม...
2555/05/25
ราตรีนี้ (ยังอีกแสนไกล) ดนตรีสนุกยามค่ำคืน
เพียงเราสองคนปล่อยหัวใจ ทิ้งเรื่องที่รบกวนจิตใจไว้ตรงนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



